background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

สั่ง เฝ้าระวังฝนตกหนัก พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ 24 ชั่วโมง

สั่ง เฝ้าระวังฝนตกหนัก พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ 24 ชั่วโมง

กรมชลประทาน สั่งทุกโครงการชลประทาน เฝ้าระวังฝนตกหนัก พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลาก 24 ชั่วโมง

วันนี้ (23 ก.ค. 67) นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 

สถานการณ์น้ำปัจจุบัน (23 ก.ค. 67) พบว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 39,098  ล้าน ลบ.ม. (51% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 37,238 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 9,644 ล้าน ลบ.ม. (39% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 15,227 ล้าน ลบ.ม.

ด้านสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณลุ่มน้ำมูล มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ลุ่มน้ำชี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและทรงตัว กรมชลประทานได้ทำการแขวนบานระบายน้ำตลอดลำน้ำชี เพื่อเร่งระบายลงสู่แม่น้ำมูล ที่ปัจจุบันการระบายน้ำยังทำได้ดี ก่อนที่จะระบายน้ำลงแม่น้ำโขงตามลำดับ ส่วนภาคตะวันออกฝนตกหนักกระจายไปทั่วพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมชุมชนในพื้นที่จังหวัดตราด และจันทบุรี กรมชลประทาน ได้เร่งนำเครื่องจักร เครื่องมือ เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลายสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน

อนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ หลายพื้นที่ยังคงมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนใหญ่จะมีปริมาณฝนใกล้เคียงถึงมากกว่าค่าปกติ เว้นภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีปริมาณฝนรวมน้อยกว่าค่าปกติ 
 

ทั้งนี้ ได้กำชับไปยังพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกชุก โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางหลายแห่ง มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก ให้ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด นำการคาดการณ์ปริมาณฝนมาวิเคราะห์ เพื่อบริหารจัดการน้ำในอ่างฯ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม  รวมทั้งพิจารณาพร่องน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ  เพื่อให้มีพื้นที่รองรับน้ำฝนที่จะตกมากขึ้น  ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางที่มีฝนตกชุกมากขึ้น จนทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นั้น กรมชลประทาน ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำ ด้วยการเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่างๆ พร้อมกับลดการระบายน้ำจากเขื่อนทางตอนบน ช่วยลดภาระการระบายน้ำในพื้นที่ตอนล่าง ในขณะที่พื้นที่ตอนกลางได้ทำการหน่วงน้ำเอาไว้ ก่อนจะเร่งระบายลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุดต่อไป

ที่สำคัญ ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในระยะนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตาม 10 มาตรการรับมือฤดูปี 67  อย่างเคร่งครัด  ที่สำคัญให้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานท้องถิ่นในการประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง เพื่อช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล และร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์