background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

เปิดแผนนโยบายแก้ภัยแล้ง 'โขง เลย ชี มูล' หลังพับแผน EIA เงินชดเชยที่ดิน แสนลบ.

เปิดแผนนโยบายแก้ภัยแล้ง 'โขง เลย ชี มูล' หลังพับแผน EIA เงินชดเชยที่ดิน แสนลบ.

แผนนโยบายแก้ภัยแล้ง "โขง เลย ชี มูล" กรมชลประทาน หลังพับแผนประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ย้ำชาวอีสานรับประโยชน์ มีการเวนคืนที่ดิน 2 ล้านไร่ จ่ายเงินชดเชยที่ดิน 1.17 แสนล้านบาท โครงการฯ แล้วเสร็จ จะมีปริมาณน้ำ 1,894 ลบ.ม./ปี กระจายพื้นที่เกษตร 1.73 ล้านไร่ ครอบคลุม 6 จังหวัด

พาส่องแผนนโยบายแก้ภัยแล้ง "โขง เลย ชี มูล" ของกรมชลประทาน หลังถูกพับแผนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ย้ำชาวอีสานรับประโยชน์ มีการเวนคืนที่ดิน 2 ล้านไร่ จ่ายเงินชดเชยที่ดิน "ค่าชดเชยที่ดิน" 1.17 แสนล้านบาท หากโครงการฯ แล้วเสร็จ จะมีปริมาณน้ำที่สามารถผันได้ 1,894  ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี กระจายน้ำไปพื้นที่เกษตร 1.73  ล้านไร่  ครอบคลุม 6 จังหวัด 

กรมชลประทาน ได้ออกมาเปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน เป็นพื้นที่ 1 ใน 3 ของประเทศ ครอบคลุม 20 จังหวัด 

ลุ่มน้ำสำคัญภาคอีสาน 3 ลุ่มน้ำ ได้แก่ 

  • ลุ่มน้ำโขง 
  • ลุ่มน้ำชี 
  • ลุ่มน้ำมูล 

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรกว่า 63.85 ล้านไร่  แต่มีพื้นที่ที่อยู่ในเขตชลประทานอยู่เพียง 8.69 ล้านไร่ 

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำต่างๆ หลายโครงการฯ แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้เท่าที่ควร ยังคงมีพื้นที่เกษตรน้ำฝนที่มีความเหมาะสมในการพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทานได้อีกเกือบ 50 ล้านไร่ 

 

เปิดแผนนโยบายแก้ภัยแล้ง 'โขง เลย ชี มูล' หลังพับแผน EIA เงินชดเชยที่ดิน แสนลบ.

 

ไทม์ไลน์โครงการโขง เลย ชี มูล แก้ภัยแล้งภาคอีสาน

แนวคิดการใช้น้ำจากแม่น้ำโขงเริ่มมีการศึกษาตั้งแต่ปี 2503 โดย USAID (องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐของอเมริกา United States Agency for International Development) แต่เนื่องจากมีผลกระทบหลายด้าน โครงการฯ จึงได้หยุดชะงักไป 

ต่อมากรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานได้ทำการศึกษาความเหมาะสมโครงการ โขง-ชี-มูล เมื่อปี 2535 ด้วยการสูบน้ำจากแม่น้ำโขงมาใช้ในพื้นที่ภาคอีสาน พร้อมก่อสร้างฝายในแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล แต่การพัฒนาทำได้เพียงก่อสร้างฝายในแม่น้ำชีและแม่น้ำมูลเท่านั้น 

ต่อมาในปี 2548 มูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิต ได้เสนอแนวคิดในการผันน้ำโขงเข้ามาใช้โดยแรงโน้มถ่วงต่อรัฐบาลในขณะนั้น 

กรมชลประทาน ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาแหล่งน้ำ จึงได้นำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอด พร้อมศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จในปี 2560 มีพื้นที่ชลประทานรวม 33.5 ล้าน ไร่  ครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัด 

โดยแบ่งระยะการพัฒนาออกเป็น 4 ระยะ  โดยในการพัฒนาระยะที่ 1 นั้น ประกอบด้วยหัวงานอุโมงค์ส่งน้ำจำนวน  1 แถว และระบบส่งน้ำพื้นที่ชลประทาน 1.73 ล้านไร่  

ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (เฉพาะหัวงานแนวผันน้ำ) ระยะที่ 1 แล้วเสร็จเมื่อปี 2563  

ขณะนี้อยู่ในระหว่างทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับชี้แจง เสนอต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(คชก.) 

ในส่วนพื้นที่ชลประทานระยะที่ 1 พื้นที่ 1.73 ล้านไร่ อยู่ในระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยกรมชลประทาน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2568 

ซึ่งกระบวนการนับจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ชี้แจงและเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียรวมถึงการเก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เพื่อจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้แล้วเสร็จ 

และ เสนอต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.)พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(กก.วล.) พิจารณาในลำดับต่อไป เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่

ประเด็นข้อกังวลการเวนคืนที่ดิน ค่าชดเชยที่ดิน

สำหรับประเด็นข้อกังวลต่างๆ ที่ปรากฏในสื่อเกี่ยวกับพื้นที่เวนคืนและค่าชดเชยที่ดินจำนวน 2 ล้านไร่ มูลค่า 1 แสน ล้านบาท นั้น 

จากผลการศึกษาความเหมาะสมในปี 2560 พบว่า หากมีการพัฒนาโครงการแล้วเสร็จเต็มศักยภาพ 33.5 ล้าน ไร่  ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 20 จังหวัดในภาคอีสาน จะมีการสูญเสียที่ดินจากการก่อสร้างคลองชลประทานและถนนสองฝั่งคลอง รวมประมาณ 2 ล้านไร่  มีค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สินประมาณ 1.17 แสนล้านบาท 

ประชาชนได้รับผลกระทบจากโครงการโขง เลย ชี มูล อะไรบ้าง?

หากพิจารณาเฉพาะในส่วนของการพัฒนา ระยะที่ 1 หัวงาน ที่ได้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว การก่อสร้างอุโมงค์ 1 แถว จะมีราษฎรได้รับผลกระทบจำนวน 1,003 ราย พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประมาณ 10,706 ไร่ มีค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สินประมาณ 1,796 ล้านบาท   

ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมให้ครบตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) 

ในส่วนของการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ ธรณีวิทยาแผ่นดินไหว ดินเค็ม ระบบนิเวศ ที่ผ่านมาสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและบริษัทที่ปรึกษาได้ดำเนินการศึกษาครบถ้วนทั้งในเรื่องของผลกระทบและมาตรการลดผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลกระทบในด้านต่าง ๆ จะทราบผลที่ชัดเจน เมื่อดำเนินการศึกษาฯแล้วเสร็จ

 

เปิดแผนนโยบายแก้ภัยแล้ง 'โขง เลย ชี มูล' หลังพับแผน EIA เงินชดเชยที่ดิน แสนลบ.

 

คุ้มค่าไหม? หากโครงการโขง เลย ชี มูล แล้วเสร็จ กับการแก้ภัยแล้ง ปัญหาขาดแคลนน้ำภาคอีสาน

สำหรับโครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล  โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 พื้นที่หัวงานจะตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำเลย อ.เชียงคาน จ.เลย ซี่งเป็นจุดแรกที่แม่น้ำเลยไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขงที่มีระดับน้ำโขงสูงสุดที่ระดับ +212 ม.รทก. 

ทำให้สามารถส่งน้ำผ่านอุโมงค์ผันน้ำโดยระบบแรงโน้มถ่วง ก่อนกระจายน้ำไปยังพื้นที่การเกษตรกว่า 1.73  ล้านไร่  ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดหนองบัวลำภู  จังหวัดขอนแก่น  จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม  จังหวัดชัยภูมิ  และจังหวัดนครราชสีมา โดยมีปริมาณน้ำที่สามารถผันได้ 1,894  ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี 

ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินโครงการฯได้ตามแผนที่วางไว้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพพื้นที่ชลประทานในช่วงฤดูแล้งและช่วยรักษาระบบนิเวศด้านท้ายน้ำ

สามารถบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค บรรเทาวิกฤตภัยแล้งในพื้นที่ที่ส่งน้ำไปได้ยาก ลดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนา สร้างอาชีพด้านการเกษตรให้มั่นคง ช่วยลดอัตราการอพยพแรงงานภาคการเกษตรได้อีกด้วย

อ้างอิง : กรมชลประทาน