หดหู่ใจ! เปิดผลชันสูตรศพ 'ลุงกำธร' ตกท่อ ดับสลด ครอบครัวลุยฟ้องเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท ฉะสุดสะเพร่า ลั่นไม่ให้อภัย
จากเหตุการณ์สุดสลด กรณีชายเดินข้ามถนนบริเวณเกาะกลางถนน ปากซอยลาดพร้าว 49 ก่อนจะพลัด 'ตกท่อ' เสียชีวิต โดยพบว่าฝาท่อนั้นเป็นไม้อัดที่อยู่ในสภาพผุพัง ซึ่งต่อมา การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ออกมาขอโทษและยอมรับผิดประมาท พร้อมเผยว่าเดิมทีฝาท่อดังกล่าวเป็นโลหะ แต่ถูกคนมาขโมยฝาท่อไปกว่า 150 แผ่น จึงทำให้ผู้รับเหมาต้องใช้ไม้อัดมาปิดฝาท่อแทนชั่วคราว ระหว่างรอสั่งทำแผ่นคอนกรีตมาปิด
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (4 พฤษภาคม 2567) ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตได้เดินทางมารับศพ นายกำธร จารุอนันต์ อายุ 59 ปี ที่เดินพลัดตกท่อร้อยสายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง บริเวณเกาะกลางถนน ปากซอยลาดพร้าว 49 เพื่อนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา สวดพระอภิธรรมศพ ที่ศาลา 16 วัดธาตุทอง กรุงเทพฯ และจะทำพิธีฌาปนกิจในวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2567
นายกำพล ซึ่งเป็นน้องชายของนายกำธร ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายหน่วยงานได้ติดต่อเข้ามาเพื่อแสดงความเสียใจ และมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ส่วนกรณี การไฟฟ้านครหลวง ตอนแรกเลขาฯของนายฐิติวุฒิ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ติดต่อมาว่าแสดงความเสียใจและจะเดินทางมาร่วมงานศพนายกำธร แต่ภายหลังได้ติดต่อกลับมาว่าทางเลขาฯจะเดินทางไปแทน อีกทั้งจนถึงตอนนี้การไฟฟ้านครหลวงยังไม่ได้มีการพูดคุยกับครอบครัวเพื่อขอโทษและพูดคุยเรื่องการเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากการไฟฟ้านครหลวงได้ขอโทษอย่างจริงจัง ทางครอบครัวจะให้อภัยหรือไม่? นายกำพล ตอบว่า จะให้อภัยได้อย่างไร โดยเฉพาะผู้รับเหมาก่อสร้างที่ทางครอบครัวติดใจและต้องการให้รับผิดชอบ เพราะควรจะต้องดำเนินการก่อสร้างและปิดท่อดังกล่าวให้ดีพอ การนำแค่แผ่นไม้มาแปะปิดฝาท่อเป็นเพียงการขอทำไปที เพราะแผ่นไม้ดังกล่าวนั้นไม่สามารถรองรับน้ำหนักอะไรได้เลย หากเป็นเด็กที่มีน้ำหนักไม่ถึง 10 กิโลกรัม ก็อาจจะมีสิทธิร่วงลงไปได้เช่นเดียวกัน ประกอบกับแผ่นไม้เจอความชื้นของน้ำและมีดินไหลมาทับ เลยทำให้แผ่นไม้เสื่อมได้เร็วมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่พอหลังเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วเอาแผ่นปูนมาปิดได้ทันที ก็แสดงว่าพวกคุณก็มีวัสดุที่สามารถนำมาปิดท่อได้แทนแผ่นไม้อัด แต่พวกคุณไม่คิดจะทำ อีกทั้งมองว่าหากกลัวฝาท่อจะหาย ทำไมถึงไม่ติดกล้องวงจรปิด แสดงว่าที่ผ่านมาไม่คิดจะรับผิดชอบหรือทำอะไรเลย ทั้งที่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นงบประมาณแผ่นดินจากประชาชนทั้งสิ้น และหน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ตนก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน
นายกำพล กล่าวต่ออีกว่า สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนให้การไฟฟ้านครหลวง ที่ต้องออกมารับผิดชอบและเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติหน้าที่ในส่วนการทำท่อร้อยสายไฟ แต่บางทีอาจจะเป็นความโชคร้ายของนายกำธรที่มาเดินข้ามและเหยียบแผ่นไม้พอดี เพราะปกติเวลาเขาข้ามถนนก็จะข้ามบริเวณหน้าบ้านซึ่งไม่มีการวางแนวท่อแต่อย่างใด หลังจากนี้ทางครอบครัวจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายให้ถึงที่สุด เพราะการสูญเสียนายกำธรสร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมานายกำธรจะเป็นคนที่คอยดูแลพี่สาวคนโตอีก 2 คน ซึ่งหลังจากนี้ตนจะต้องเข้ามาดูแลพี่สาว 2 คนแทน คงทำให้ครอบครัวใช้ชีวิตอย่างลำบากมากขึ้น เพราะตนก็มีหน้าที่การงานและอีกหลายชีวิตที่ต้องดูแล ซึ่งปกติวันเสาร์-อาทิตย์ตนจะมารับผู้ตายไปหาอะไรกิน แต่หลังจากนี้ไม่มีเขาแล้ว มองว่าต่อให้ได้เงินทองมามากเพียงใด ก็ไม่สามารถชดเชยกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้
ส่วนเรื่องการฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้มีการหารือกับคนในครอบครัวแล้ว ลงความเห็นว่าจะฟ้องร้องเรียกเยียวยาค่าเสียหายกับการไฟฟ้านครหลวง เป็นเงินจำนวน 10 ล้านบาท เพราะเป็นวงเงินสูงสุดที่จะสามารถฟ้องร้องได้ แต่เชื่อว่าคงมีการเจรจาต่อรองกัน ซึ่งตนอยากให้เห็นใจทางครอบครัว โดยเฉพาะพี่สาวคนโตที่ปกติจะอยู่กับผู้เสียชีวิตด้วยกัน 2 คนมาตลอด
สำหรับผลชันสูตรศพของแพทย์เบื้องต้นพบว่า นายกำธร อายุ 59 ปี เสียชีวิตจากสาเหตุจมน้ำตาย และกระดูกต้นคอหัก





