วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

'โรงพยาบาล' ดัง โดนแล้ว ลงโทษปฏิเสธผู้ป่วยวิกฤติ เป็นเหตุตำรวจตาย

'โรงพยาบาล' ดัง โดนแล้ว ลงโทษปฏิเสธผู้ป่วยวิกฤติ เป็นเหตุตำรวจตาย

สธ.ฟัน 'โรงพยาบาล' ดัง โดนแล้ว ลงโทษเหตุปฏิเสธผู้ป่วยวิกฤติ ชาวไต้หวัน เสียชีวิตในเวลาต่อมา และกรณีตำรวจตายด้วย

กรณี 'โรงพยาบาล' ดังโดนแล้ว ลงโทษเหตุปฏิเสธผู้ป่วยวิกฤติ ชาวไต้หวัน เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สั่งลงดาบ ปรับ 1 แสน โรงพยาบาลปฏิเสธคนป่วยวิกฤติ เมื่อวันที่ 24  เมษายน 2567 นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ กพฉ. ครั้งที่ 4/2567 ที่ห้องประชุมสัตตบุษย์ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

โรงพยาบาลย่านสมุทรปราการ

โดยการประชุมในครั้งนี้มีการพิจารณาถึงบทลงโทษ จากเหตุการณ์ที่มีโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ปฏิเสธ การรับ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกรถชนในบริเวณใกล้เคียง ไปส่งโรงพยาบาลอื่น จนภายหลังตำรวจรายนี้ได้ เสียชีวิต

ที่ประชุมมีมติเห็นว่า จากการรับฟังพยานหลักฐาน

  • พยานเอกสาร
  • พยานบุคคล
  • พยานวัตถุ
  • พิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    - พบว่า ผู้ป่วยรายนี้ เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต โดยระหว่างการปฏิบัติการฉุกเฉิน หน่วยปฏิบัติการอำนวยการและหน่วยปฏิบัติการแพทย์ได้ปฏิบัติการฉุกเฉิน

ตามมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินแล้ว ดังนั้นเมื่อสถานพยาบาลได้รับการประสานการปฏิบัติการฉุกเฉินจากหน่วยปฏิบัติการอำนวยการเพื่อนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ อันเป็นไปตามความจำเป็นและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ฉุกเฉิน สถานพยาบาลจึงมีหน้าที่

  1. การตรวจคัดแยกลำดับความฉุกเฉิน
  2. จัดให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉินอย่างทันท่วงที
  3. ต้องปฏิบัติการฉุกเฉินอย่างเต็มขีดความสามารถของสถานพยาบาล
  4. การปฏิเสธไม่รับรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน
  5. การนำสิทธิการรักษาพยาบาลหรือความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยฉุกเฉินหรือเงื่อนไขใดๆ
  6. ปฏิเสธ ไม่ให้ผู้ป่วยให้ได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉินอย่างทันท่วงที

จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหลักการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉิน

ตามมาตรา 28 และมาตรา 29 (1) แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 ประกอบกับข้อ 3 ของประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง อำนาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจำกัดของสถานพยาบาลในการปฏิบัติการฉุกเฉิน พ.ศ. 2557 และข้อ 5 วรรคหนึ่งของประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ข้อกำหนดว่าด้วยสถานพยาบาล พ.ศ. 2554

ซึ่งต้องระวางโทษปรับทางปกครองตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 

และเมื่อพิจารณาจากการกระทำครั้งนี้พบว่าการปฏิบัติการฉุกเฉินโดยการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินรายนี้มีการประสานการปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อนำส่งถึงสองครั้ง แต่ได้รับการปฏิเสธทั้งสองครั้งและไม่มีการช่วยเหลือเยียวยาให้ผู้ป่วยฉุกเฉินซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายใกล้ตายเนื่องจากปัญหาระบบทางเดินหายใจและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉินเพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและอำนาจหน้าที่ของสถานพยาบาล

ประกอบกับผู้ป่วยฉุกเฉินรายนี้ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการกระทำข้างต้นย่อมเห็นได้ว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน จึงมีมติให้ลงโทษปรับทางปกครองในอัตรา 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) 

โรงพยาบาลเอกชนไม่รับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต

โดยการลงโทษปรับทางปกครอง กับโรงพยาบาลเอกชนที่ไม่รับเคสผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตในครั้งนี้ นับว่าเป็นครั้งที่สอง ซึ่งก่อนหน้านี้ กพฉ. แต่เคยมีมติลงโทษปรับ 100,000 บาท ในอัตราที่สูงสูงสุด แก่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ไม่รับนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันที่ถูกรถชนอาการสาหัส และภายหลังได้เสียชีวิต ซึ่งขัดต่อกฎหมายและนโยบายของนายแพทย์ชนน่านที่ต้องการให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ได้รับการรักษาช่วยชีวิตตามมาตรฐานอย่างเร่งด่วน

โดยไม่ต้องคำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา สิทธิการรักษา และความสามารถในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล

หากประชาชนหรือหน่วยปฏิบัติการพบเหตุการณ์การปฏิเสธผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติในลักษณะนี้สามารถแจ้งมายัง ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ สพฉ.โทรศัพท์ 028721669 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

อ้างอิง - สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สพฉ.