วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ร้อนจัด 40 องศา เตือนผู้เลี้ยงกุ้ง ระวังโรคตับวายเฉียบพลัน กุ้งตายด่วน EMS

ร้อนจัด 40 องศา เตือนผู้เลี้ยงกุ้ง ระวังโรคตับวายเฉียบพลัน กุ้งตายด่วน EMS

กรมประมง เตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง อากาศร้อนจัดแตะ 40 องศา อุณหภูมิน้ำสูงขึ้น ระวังโรคตับวายเฉียบพลัน (AHPND) หรือ โรคกุ้งตายด่วน (EMS) ป้องกันอย่างไรไม่ให้กุ้งป่วย ย้ำไม่เคลื่อนย้ายกุ้งชุดที่มีการตายผิดปกติออกจากบ่อเลี้ยงและฟาร์ม ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

"เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง"ต้องรู้ กรมประมง เตือนอากาศร้อนจัดแตะ 40 องศา อุณหภูมิน้ำสูงขึ้น ระวังโรคตับวายเฉียบพลัน (AHPND) หรือ โรคกุ้งตายด่วน EMS ป้องกันอย่างไรไม่ให้กุ้งป่วย ย้ำไม่เคลื่อนย้ายกุ้งชุดที่มีการตายผิดปกติออกจากบ่อเลี้ยงและฟาร์ม ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

 

ร้อนจัด 40 องศา เตือนผู้เลี้ยงกุ้ง ระวังโรคตับวายเฉียบพลัน กุ้งตายด่วน EMS

 

นายบัญชา  สุขแก้ว  อธิบดีกรมประมง  กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน อุณหภูมิน้ำสูงขึ้นเอื้อต่อการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของเชื้อแบคทีเรีย Vibrio spp. หลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ Vibrio parahaemolyticus ที่สร้างสารพิษได้ (VpAHPND) ก่อให้เกิดโรคตับวายเฉียบพลัน หรือ โรคกุ้งตายด่วน (AHPND/EMS) ซึ่งสร้างความเสียหายรุนแรงต่อผลผลิตของกุ้งทะเล 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดโรคตับวายเฉียบพลัน หรือ โรคกุ้งตายด่วน 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดโรค ได้แก่ 

  • อุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้น 
  • การให้อาหารปริมาณมาก 
  • คุณภาพน้ำไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้เกิดแพลงก์ตอนบลูม 
  • ปริมาณแอมโมเนียและไนไตรท์ในน้ำสูง 
  • กุ้งเครียดและอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันลดลง มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคนี้ 

กุ้งที่มักเกิดโรคตับวายเฉียบพลัน หรือ โรคกุ้งตายด่วน 

  • ส่วนใหญ่จะพบการติดเชื้อในกุ้งขาวแวนนาไมและกุ้งกุลาดำระยะโพสลาวา (PL) ช่วงอายุ 30 – 35 วันหลังปล่อยกุ้งลงบ่อดิน  

ลักษณะของกุ้งที่ป่วยโรคตับวายเฉียบพลัน หรือ โรคกุ้งตายด่วน 

  • เกิดการฝ่อและตายของท่อตับและตับอ่อน 
  • บางครั้งมองเห็นเป็นขีดสีดำบริเวณตับและตับอ่อนในกุ้ง ลำไส้ไม่มีอาหาร 
  • เปลือกกุ้งนิ่ม กุ้งโตช้า ว่ายน้ำเฉื่อย
  • โรคตับวายเฉียบพลันในกุ้งสามารถติดต่อได้ทางน้ำและการกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมทั้งการกินกันเองของกุ้ง  

 

ร้อนจัด 40 องศา เตือนผู้เลี้ยงกุ้ง ระวังโรคตับวายเฉียบพลัน กุ้งตายด่วน EMS

 

ป้องกันอย่างไรไม่ให้กุ้งป่วยโรคตับวายเฉียบพลัน หรือ โรคกุ้งตายด่วน? 

เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงและป้องกันความเสียหายจากโรคนี้ในช่วงฤดูร้อน ขอให้เกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมประมง ดังนี้

1. เมื่อพบกุ้งที่มีอาการผิดปกติหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมประมงในพื้นที่ หรือ แจ้งผ่านระบบการรายงานสัตว์น้ำป่วย กพส.สร.1 ตาม QR-code ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าฟาร์มเก็บตัวอย่างกุ้ง ส่งตรวจหาสาเหตุของโรคและให้คำแนะนำในเบื้องต้น

2. ไม่เคลื่อนย้ายกุ้งชุดที่มีการตายผิดปกติออกจากบ่อเลี้ยงและฟาร์ม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

3. ไม่ถ่ายน้ำจากบ่อที่มีกุ้งตายผิดปกติออกสู่ภายนอกฟาร์มในขณะที่รอผลการตรวจ กรณีได้รับผลตรวจยืนยันว่ากุ้งป่วยจากโรคนี้ ต้องฆ่าเชื้อในน้ำโดยใช้คลอรีน ปริมาณ 200 กรัม ต่อน้ำ 1 ตัน (200 PPM) แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 24 - 48 ชั่วโมง เพื่อมั่นใจว่าไม่มีคลอรีนเหลืออยู่ ก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม
           
4. ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในบ่อที่มีการตายของกุ้งด้วยสารฆ่าเชื้อ เช่น คลอรีนปริมาณ 200 กรัม ต่อน้ำ 1 ตัน (200 PPM) แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที แล้วล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า

เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง ควรหมั่นสังเกตและดูแลกุ้งอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะช่วงที่มีอากาศร้อนจัด ควบคุมการให้ปริมาณอาหารอย่างเหมาะสม หรืออาจผสมสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น วิตามินซี เบตากลูเคน  จุลินทรีย์โพรไบโอติก ฯลฯ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมประมง เพื่อเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้กับกุ้ง 

อย่างไรก็ตามหากพบกุ้งป่วยหรือมีอาการผิดปกติ หรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ สามารถแจ้งหรือขอรับคำปรึกษาได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัด หรือ ศูนย์วิจัยฯ สัตว์น้ำของกรมประมงในพื้นที่ หรือ กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรุงเทพฯ โทร.  0 2579 4122

 

ร้อนจัด 40 องศา เตือนผู้เลี้ยงกุ้ง ระวังโรคตับวายเฉียบพลัน กุ้งตายด่วน EMS

 

อ้างอิง-ภาพ : ประชาสัมพันธ์ กรมประมง