เจ้าของบ้านร้างรามอินทรา ยันเอาผิดถึงที่สุด ใครเบิกความเท็จ เตรียมโดนฟ้องแพ่ง

เจ้าของบ้านร้างรามอินทรา ยันเอาผิดถึงที่สุด ใครเบิกความเท็จ เตรียมโดนฟ้องแพ่ง

เจ้าของบ้านร้างรามอินทรา ยันเอาผิดคู่กรณีถึงที่สุด ด้าน ทนายเดชา ลั่น คนพวกนี้เอาติดคุกให้หมด ฟาดผู้บุกรุก ยื่นหลักฐานครอบครองปรปักษ์ เป็นภาพทำบุญตักบาตร แต่แย่งทรัพย์สินคนอื่น แบบนี้เรียกบาปหนา

จากกรณีเจ้าของปล่อยบ้านร้าง ย่านรามอินทรา มานานกว่า 30 ปี จนกระทั่งมีเพื่อนบ้านเข้าไปต่อเติม และอ้างว่าอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2554 พอเจ้าของบ้านทราบเรื่องจึงไปแจ้งความไว้ที่ สน.โคกคราม เรื่องนี้กลายเป็นข่าวโด่งดังจนผู้บุกรุกขนย้ายของออกไป แต่ผ่านไปเพียง 5 เดือน คู่กรณีไปฟ้องแพ่ง และขนของกลับเข้ามาภายในบ้านอีกครั้ง ก่อนเปิดเป็นร้านขายไก่ทอด พร้อมติดป้ายห้ามบุกรุก เนื่องจากได้กรรมสิทธิ์ครอบครองโดยปรปักษ์ตามกฎหมาย

เจ้าของบ้านร้างรามอินทรา ยันเอาผิดถึงที่สุด ใครเบิกความเท็จ เตรียมโดนฟ้องแพ่ง

ล่าสุดวันนี้ (12 ก.พ. 67) คุณอาย และคุณซัน ซึ่งได้รับบ้านหลังดังกล่าวจากอากู๋เหม เป็นของขวัญวันแต่งงาน มาออกรายการโหนกระแสอีกครั้ง พร้อมเล่าย้อนเหตุการณ์ ว่า หลังจากมาออกรายการฯ แล้ว ต่อมาวันที่ 17 กันยายน 2566 ได้เข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยในบ้าน ก่อนนำกุญแจมาล็อกไว้ทั้งด้านหน้า และด้านข้าง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับบริษัทของผู้บุกรุก

วันที่ 29 กันยายน 2566 คู่กรณีมาขอไกล่เกลี่ยที่ สน.โคกคราม เขาพาทนายคนเก่ามามาบอกว่า ได้ไปพิสูจน์ราคาที่ดินบ้านหลังดังกล่าวราคาประมาณ 9 แสน แต่เขาจะขอซื้อ 1.3 ล้าน แต่ราคาที่ดินบริเวณนั้นที่เราประเมินมาแล้ว ราคาขาย 2.5 ล้าน เราเลยไม่ขาย และแจ้งไปว่าหากคู่กรณีอยากซื้อมากๆ ต้องซื้อในราคาที่เราต้องการ รวมค่าผลประโยชน์ที่เราเสียไป เพราะเขาเข้าไปในบ้านตั้งแต่ปี 2560 และยังไปพูดทุกรายการว่า ทำไปเพราะหวังดี เจตนาเข้ามาดูแลเพื่อรอเจ้าของบ้านมาแล้วจะขอซื้อ และไม่ได้หวังจะครอบครอง

คุณอาย เล่าต่อว่า คนที่ไปยื่นฟ้องครอบครองปรปักษ์ ส่วนชื่อนางศรีพรรณ เป็นคนที่คุณนุ เคยแจ้งว่าเป็นแม่บ้าน แต่ความจริงแล้วเป็นญาติ วันที่เข้าไปที่บ้านหลังทราบว่าโดนบุกรุกครั้งที่ 2 ได้เจอกับคุณนุ เขาไม่ตอบอะไร และพยายามบ่ายเบี่ยงให้คุยกับทนาย ซึ่งทนายบอกว่า ลูกความของเขาไม่ได้สละสิทธิ์ แค่ตกใจที่นักข่าวไปหาและกดดัน จึงย้ายออกมาชั่วคราว

เราได้คุยกันในครอบครัว จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และไม่ขอยอมความ บุคคลใดมีการเบิกความเท็จ เราจะดำเนินคดีฟ้องแพ่งทุกคน 
 

ด้าน ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ โฟนอินเข้ารายการว่า คดีนี้ไม่กังวลใจ อยู่เฉยๆ ก็ชนะ เพราะพยานหลักฐานกูเกิลสตรีทมันชัดเจนว่า ผู้บุกรุกเข้าครอบครองตั้งแต่ปี 2560 ยังไม่ครอบ 10 ปี ตามกล่าวอ้าง ส่วนที่เพื่อนบ้านติดป้ายบอกว่าได้กรรมสิทธิ์แล้วนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องหน้าX ศาลยังไม่มีคำสั่งทำไมหน้าX ขนาดนี้ พร้อมฝากถึงคู่กรณีว่า ให้นึกถึงบาปบุญคุณโทษบ้าง คนเราเกิดมานับถือศาสนาพุทธ ยื่นหลักฐานมาเป็นภาพถ่ายทำบุญตักบาตรทุกวัน แต่มาแย่งทรัพย์สินของผู้อื่น แบบนี้เขาเรียกบาปหนา

ส่วนบทสรุปของคดีนี้ ตนคุยกับอากู๋เรียบร้อย คนพวกนี้เอาติดคุกให้หมด ทั้งเรื่องเบิกความเท็จ เพราะหากปล่อยคนเหล่านี้ไป วันข้างหน้าหมู่บ้านนี้ไม่เหลือหรอก คงเข้าไปหมด แทนที่จะหาเงินมาซื้อเอง กลับไปยึดบ้านเขา

เจ้าของบ้านร้างรามอินทรา ยันเอาผิดถึงที่สุด ใครเบิกความเท็จ เตรียมโดนฟ้องแพ่ง

ด้าน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส บอกว่า การแย่งสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินที่ไม่ทำกิน แต่บ้านมันแสดงความเป็นเจ้าของ กรณีที่นำป้ายเข้าไปติดว่าได้สิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ ไม่สามารถทำได้ เพราะศาลยังไม่ตัดสิน แล้วยิ่งไปตัดโซ่ที่เจ้าของบ้านนำมาคล้องไว้ มีความผิดฐานลักทรัพย์ แนะนำให้เจ้าของบ้านไปดำเนินคดีเพิ่มอีก