วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

'รับนักเรียนปี 67' สพฐ. เน้นย้ำรับเด็ก 'เงื่อนไขพิเศษ' มีหลักเกณฑ์ ตรวจสอบได้

'รับนักเรียนปี 67' สพฐ. เน้นย้ำรับเด็ก 'เงื่อนไขพิเศษ' มีหลักเกณฑ์ ตรวจสอบได้

สพฐ. ประชุม ผอ.สพท. ทั่วประเทศ เน้นย้ำแนวปฏิบัติ "รับนักเรียนปี 67" รับเด็ก "เงื่อนไขพิเศษ" ห้ามใช้ดุลพินิจ ต้องมีหลักเกณฑ์ ที่ตรวจสอบได้ ระบุ เงื่อนไขพิเศษ-ความสามารถพิเศษ รับไม่เกิน 20% เตือน ป.ป.ช.จับตา โรงเรียนเปิดช่องให้สมาคมผู้ปกครอง เก็บเงินนอกเหนือประกาศศธ.

วันนี้ (7 ก.พ. 67) ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ได้มอบหมายให้ นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ในประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง คือ เรื่องการรับนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2567 และการจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและจุดเน้น และนโยบายระยะเร่งด่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2567 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในสังกัด โดยมีผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สพฐ. อาคาร สพฐ. 5 ชั้น 9 กระทรวงศึกษาธิการ

'รับนักเรียนปี 67' สพฐ. เน้นย้ำรับเด็ก 'เงื่อนไขพิเศษ' มีหลักเกณฑ์ ตรวจสอบได้
 

นายพัฒนะ พัฒนทวีดล กล่าวว่า สพฐ. เน้นย้ำเรื่องการรับนักเรียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และมีข้อห่วงใยถึงกรณีการรับนักเรียน “เงื่อนไขพิเศษ” นอกเหนือจากที่ สพฐ. กำหนดไว้ 4 ข้อ ดังนี้

  1. นักเรียนที่อยู่ในอุปการะของผู้บริจาคที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้างเพื่อจัดตั้งโรงเรียนซึ่งมีเงื่อนไขหรือข้อตกลงร่วมกันมาก่อน ตามมติคณะรัฐมนตรี ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562
  2. นักเรียนที่เป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาส
  3. นักเรียนที่เป็นบุตรผู้เสียสละเพื่อชาติ หรือผู้ประสบภัยพิบัติที่ต้องได้รับการสงเคราะห์ดูแลเป็นพิเศษ
  4. นักเรียนที่เป็นบุตรข้าราชการครู และบุคลากรในโรงเรียนนั้น สำหรับเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ

นอกเหนือจาก 4 ข้อดังกล่าว หากโรงเรียนเห็นว่ามีความจำเป็นให้เสนอคณะกรรมการรับนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษาให้ความเห็นชอบ และต้องได้รับความเห็นชอบก่อนการประกาศรับสมัครนักเรียน โดยให้คณะกรรมการรับนักเรียนระดับโรงเรียน กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ รวมกับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ไม่เกินร้อยละ 20 ของแผนการรับนักเรียนห้องเรียนปกติ และประกาศหลักเกณฑ์ก่อนการประกาศรายชื่อนักเรียนที่ได้รับการพิจารณาตามเงื่อนไขพิเศษให้สาธารณชนทราบ

ทั้งนี้ กรณีเงื่อนไขพิเศษของนักเรียนที่เป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาส ให้ประกาศเฉพาะเลขประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือก โดยให้มีการจัดทำฐานข้อมูลรายชื่อและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเป็นความลับ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามหลักสิทธิของเด็ก ตามหลักการสิทธิมนุษยชนของเด็กฯ สำหรับเงื่อนไขพิเศษอื่น ๆ จะต้องมีหลักเกณฑ์การรับ การคัดเลือกนักเรียน และขอบเขตในการพิจารณาที่สามารถตรวจสอบได้ ไม่เป็นการใช้ดุลพินิจอย่างกว้างขวาง


 

นายพัฒนะ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีการเก็บเงินบำรุงการศึกษาว่า จากการติดตามของสำนักงาน ป.ป.ช. พบว่า โรงเรียนบางแห่งมีการเก็บเงินค่าใช้จ่าย โดยสมาคมผู้ปกครองซึ่งเป็นการเก็บเงินที่นอกเหนือจากโรงเรียนได้ประกาศไว้ สพฐ. ได้ให้ความสำคัญต่อกรณีดังกล่าว และขอกำชับว่าให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ประกาศ ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ซึ่งตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดให้สถานศึกษาสามารถเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษาได้ โดยสถานศึกษาต้องออกใบเสร็จให้กับผู้ปกครองเมื่อรับเงินเข้าสู่สถานศึกษาแล้ว และให้จัดเก็บตามอำนาจการเก็บรักษาเงินรายได้สถานศึกษา ตามหนังสือ สพฐ. ที่ ศธ 04002/383 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2549 อย่างเคร่งครัด

ส่วนในเรื่องของการจัดทำแผนบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ 2567 ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่

1) การวิเคราะห์บริบทของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา (School Mapping)

2) การจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบาย และจุดเน้นและนโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของ สพฐ. และนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทำการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพบริบทของโรงเรียนในสังกัด พร้อมจัดกลุ่มตามคุณภาพการศึกษา และจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายฯ โดยใช้ข้อมูลจากแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ได้จัดทำไว้แล้ว ว่ามีโครงการหรือกิจกรรมใด ที่สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นฯ และนโยบายระยะเร่งด่วน ให้นำข้อมูลโครงการหรือกิจกรรมนั้น มาระบุในแบบฟอร์มที่กำหนด

'รับนักเรียนปี 67' สพฐ. เน้นย้ำรับเด็ก 'เงื่อนไขพิเศษ' มีหลักเกณฑ์ ตรวจสอบได้

ทั้งนี้ จะต้องกำหนดโครงการเพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายและจุดเน้นฯ และนโยบายระยะเร่งด่วนทุกนโยบาย อย่างน้อยนโยบายละ 1 โครงการ เว้นแต่นโยบายระยะเร่งด่วน เรื่อง การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง ข้อ 3 “ส่งเสริมระบบธนาคารหน่วยกิต (CREDIT BANK)” ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อาจไม่ได้ดำเนินการในข้อนี้ สำหรับโรงเรียนก็เช่นเดียวกัน ให้ดำเนินการวิเคราะห์บริบทของตนเอง และจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายฯ โดยใช้ข้อมูลจากแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และ/หรือกำหนดโครงการ/กิจกรรม และเป้าหมายการดำเนินงานที่เหมาะสมกับจุดที่ควรพัฒนา หรือแนวทางการพัฒนาให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น ตามการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR)

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการประชุม ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ได้เข้ามาพบปะกับผู้เข้าร่วมประชุม และได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายของ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ (รมว.ศธ.) ในเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยกำชับให้หน่วยงานในสังกัด ทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และสถานศึกษา ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการอย่างเคร่งครัด รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนอย่างจริงจัง โดยยึดหลัก 3 ป คือ ปลูกฝัง ป้องกัน และปราบปราม เพื่อแก้ไขปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนโดยใช้วิธีการเชิงบวกและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และทำงานบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และตำรวจให้มากขึ้น เพื่อสวัสดิภาพของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน