background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

ปักหมุด จ.ระนอง ดันน้ำพุร้อน เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลก

ปักหมุด จ.ระนอง ดันน้ำพุร้อน เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลก

โฆษกรัฐบาล เผยรัฐบาลเดินหน้าผลักดันเมืองรอง เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลก ปักหมุดจังหวัดระนองและจังหวัดใกล้เคียง สร้างเส้นทางท่องเที่ยวสายน้ำพุร้อน เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น

วันนี้ (24 ม.ค. 67) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองอย่างจังหวัดระนองและใกล้เคียง ให้เป็นเมืองหลักของการท่องเที่ยว โดยได้พัฒนาให้เมืองรองที่มีศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลก (Wellness City) ตามยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจสุขภาพอันดามัน (Andaman Wellness Economic Corridor: AWC) ที่ต้องการพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ พร้อมวางโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยขับเคลื่อนให้การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม 
 

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ใช้ยุทธศาสตร์ความโดดเด่นของจังหวัดระนอง เป็นจังหวัดเมืองรองที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพราะมีแหล่งน้ำพุร้อน โดยเฉพาะ “น้ำพุร้อนรักษะวาริน” ที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเศรษฐกิจน้ำพุร้อน (Hot Spring Economy) ของไทยที่มีศักยภาพและสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นตามแนวคิดสปาทาวน์ (Spa Town) แบบยุโรป หรือออนเซ็นทาวน์ (Onsen Town) แบบญี่ปุ่น ทั้งนี้ กรมการท่องเที่ยวมีความตั้งใจพัฒนาและเชื่อมแหล่งน้ำพุร้อนในจังหวัดใกล้เคียงต่าง ๆ เพื่อสร้างเป็นเส้นทางท่องเที่ยว “สายน้ำพุร้อน” หรือ “สายเวลเนส” รวม 7 เส้นทาง (7 Hot Spring/ Wellness Routes) ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมสร้างองค์ความรู้ให้บุคลากรในพื้นที่มีทักษะในการให้บริการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้แก่นักท่องเที่ยว 
 

“ซึ่งในการประชุม ครม. สัญจร เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เยี่ยมชม“น้ำพุร้อนรักษะวาริน” และชื่นชมศักยภาพของเมืองระนอง ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกเพื่อให้เกิดการพัฒนา สร้างความพร้อมให้เมืองระนอง เป็นเมืองรอง เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชั้นนำของโลก มีจุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเพิ่มอาชีพ และกระจายรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อีกทางหนึ่ง”  นายชัย กล่าว