เริ่มถอนกำลังตำรวจชุดไล่ล่า 'เสี่ยแป้ง นาโหนด' บนภูเขาฝั่ง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง แล้ว เหลือแค่ตรึงพื้นที่ด้านล่าง
วันนี้ (24 พ.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์ติดตามล่าตัว 'เสี่ยแป้ง นาโหนด' ในพื้นที่ฝั่ง จ.ตรัง ช่วงบ่ายที่ผ่านมา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 16 สถานีของ จ.ตรัง กำลังตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานศรีตรัง กำลังตำรวจกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.ตรัง และกำลังตำรวจภูธรภาค 9 หลังจากที่ปฏิบัติหน้าที่สลับปรับเปลี่ยนเวรมาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา หรือ 17 วันมาแล้วนั้น
ในวันนี้กำลังที่ประจำอยู่บนเทือกเขาบรรทัด และที่ประจำจุดอยู่ที่สหกรณ์ชุมชนบ้านตระ ต่างทยอยเดินทางลงมาจากบนภูเขาบรรทัด โดยมีการขับรถจักรยานยนต์ลงมาพร้อมกับสัมภาระและอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมด เพื่อแยกย้ายกันกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ภายหลังจากมีคำสั่งยุติในการปฏิบัติหน้าที่ในการติดตามล่าตัวเสี่ยแป้ง
ส่วนบริเวณที่ทำการยุทธวิธีน้ำตกโตนเต๊ะ (ทก.ยว.โตนเต๊ะ) ซึ่งเป็นกองอำนวยการร่วมแห่งสำคัญก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการรื้อถอนเสาวิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์สื่อสารออกทั้งหมด พร้อมกับสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนที่บนเทือกเขาบรรทัด แผนการปฏิบัติงาน เพื่อยุติที่ทำการแห่งนี้
ขณะเดียวกันรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ต้องใช้ขับขึ้นไปยังชุมชนบ้านตระ และเทือกเขาบรรทัดนับ 200 คัน ซึ่งได้นำมาจากทั้ง 16 สถานีตำรวจ ก็ได้ต่างนำมายกขึ้นท้ายรถยนต์กระบะเพื่อนำกลับไปยังเดิม และมีอีกไม่น้อยที่ได้พังเสียหาย ส่วนใหญ่ความเสียหายจะเป็นโซ่ขาด สเตอร์พัง ลูกปืนล้อแตก ล้อบิด หลังจากต้องขับลุยป่าเขา และลุยน้ำ ซึ่งในส่วนที่ได้รับความเสียหาย จะมีช่างซ่อม ได้นำรถสไลด์มารับถึงที่เพื่อที่จะนำไปซ่อมแซม
ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ในภาคพื้นล่าง จุดที่ 1 บริเวณน้ำตกโตนตก หมู่ 2 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่ใช้ขับรถขึ้นไปยังเทือกเขาบรรทัด ยังคงมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดภูธร จ.ตรัง ตรึงกำลังเข้มอยู่เช่นเดิม โดยยังไม่มีคำสั่งยุติหรือล้มเลิกในส่วนนี้แต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่จุดนี้จะอยู่เวรกันผลัดละ 8 ชั่วโมง ทั้งนี้ยังคงมีเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ จำนวน 5 นายยังคงประจำการอยู่ โดยไม่มีคำสั่งยุติเช่นเดียวกัน
ส่วนที่จุดตรวจจุดสกัดบนถนนสายหาดเลา-กะช่อง หน้าโรงเรียนบ้านหาดเลา ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ พร้อมกับตรวจรถทุกคันที่ผ่านไปมา และยังไม่ยุติภารกิจลงแต่อย่างใด
ขณะที่ นางพวงรัตน์ อายุ 54 ปี ชาวชุมชนบ้านตระ อาชีพกรีดยางพารา กล่าวว่า ตนอยู่ชนชนบ้านตระมานานกว่า 30 ปี ตอนที่ตำรวจมาปฏิบัติหน้าที่ก็มีความอุ่นใจที่เจ้าหน้าที่ไปอยู่ เราก็ให้ความร่วมมือทุกอย่าง หลังจากทราบว่าเจ้าหน้าที่ถอนกำลังก็รู้สึกไม่สบายใจ เพราะยังจับกุมตัวเสี่ยแป้งไม่ได้ ส่วนตนก็ยังกรีดยางพารามาตลอดเพราะต้องกินต้องอยู่ และเลี้ยงดูคนในครอบครัว แต่ยอมรับว่าช่วงแรกๆที่เสี่ยแป้งเข้ามาหลบในพื้นที่ก็หวาดกลัวมาก ถึงขั้นไม่กล้าออกไปกรีดยาง ส่วนตอนนี้เส้นทางยากลำบาก ขนาดตนอยู่บริเวณคลองคราม ซึ่งอยู่เลยสหกรณ์บ้านตระไปอีก ต้องใช้ระยะเวลาขับลงมายังพื้นล่างประมาณ 3 ชั่วโมง
ข่าวโดย นพรัตน์ โชติเกษมกุล จ.ตรัง





