วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 30 ต.ค. 66

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 30 ต.ค. 66 เฝ้าระวัง 10 แหล่งน้ำขนาดใหญ่ ลดผลกระทบท้ายเขื่อน พร้อมเก็บกักน้ำสำหรับฤดูแล้ง

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) สรุปสถานการณ์น้ำ ภาพรวมของประเทศ วันที่ 30 ต.ค. 66 โดย สภาพอากาศวันนี้ ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น รวมถึงมีฝนตกหนักบางแห่ง 

คาดการณ์ ในช่วง 30 ต.ค.-4 พ.ย. 66 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นฝนจะลดลง ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศ ณ วันที่ 29 ต.ค. 66 น้อยกว่าปี 2565 จำนวน 5,547 ล้าน ลบ.ม. สรุปได้ดังนี้

  • ปริมาณน้ำทั้งประเทศ 62,887 ล้าน ลบ.ม. (76%)
  • ปริมาณน้ำใช้การ 38,717 ล้าน ลบ.ม. (67%)

เฝ้าระวังแหล่งน้ำขนาดใหญ่

เฝ้าระวังน้ำมาก 10 แห่ง

  • ภาคเหนือ : แม่งัดสมบูรณ์ชล กิ่วลม กิ่วคอหมา แม่มอก และบึงบอระเพ็ด
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : หนองหาร อุบลรัตน์ และลำปาว
  • ภาคตะวันออก : ขุนด่านปราการชล 
  • ภาคกลาง : ป่าสักชลสิทธิ์ 

ขอให้หน่วยงานพิจารณาบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือเกิดผลกระทบน้อยที่สุดบริเวณท้ายเขื่อน และคำนึงถึงการเก็บกักน้ำสำหรับฤดูแล้งนี้ด้วย

เฝ้าระวังน้ำน้อย 4 แห่ง

  • ภาคเหนือ: สิริกิติ์ และทับเสลา
  • ภาคตะวันออก : คลองสียัด ภาคตะวันตก : ปราณบุรี

โดยขอให้หน่วยงานดำเนินการ 1) วางแผนการระบายน้ำโดยจัดลำดับความสำคัญตามที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด  2) ประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรและขอความร่วมมือให้เกษตรกรงดการปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง และ  3) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ โดยการใช้น้ำภาคการเกษตรให้ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืช เพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำและเพิ่มรายได้ในพื้นที่

พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในช่วง 1-3 วัน บริเวณ ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ และตาก ภาคกลาง จ.อุทัยธานี ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี สงขลา และตรัง

น้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค แม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน   

น้ำเพื่อการเกษตร แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

พื้นที่ชุมชน รวม 2 จังหวัด 12 อำเภอ 62 ตำบล 115 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 543 ครัวเรือน ดังนี้ 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง

วานนี้ (29 ต.ค. 66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการอ่างเก็บน้ำห้วยปากแบ่ง พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นายกรัฐมนตรีมีนโยบายในการให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งของประเทศอย่างยั่งยืน รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายของประชาชน โดยอ่างเก็บน้ำห้วยปากแบ่งเมื่อสร้างเสร็จจะต้องมีการส่งเสริมการประมง เพาะพันธุ์ปลาตามความต้องการของตลาด ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ ส่งเสริมการเกษตรกรรมในพื้นที่

โครงการดังกล่าวก่อสร้างตั้งแต่ปี 2565 เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถเก็บน้ำได้ 1.66 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 1,600 ไร่ สำรองน้ำอุปโภค-บริโภค 798 ครัวเรือน คิดเป็นประชากร 3,740 คน สามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยโดยตัดยอดน้ำได้ 1.594 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 600 ไร่ ผลการดำเนินงาน ณ ปัจจุบันคิดเป็นร้อยละ 24 ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากปีนี้ จ.อุดรธานีได้รับผลกระทบจากเอลนีโญไม่มากนัก ทำให้ปริมาณฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 4 แต่ปรากฏการณ์ดังกล่าวยังมีโอกาสเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงกลางปี 2567 รองเลขาธิการ สทนช. (นายชยันต์ เมืองสง) จึงขอให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูแล้งปี 2566/67 จำนวน 9 มาตรการ ตามที่ กนช. เห็นชอบแล้วเพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานรับมือปัญหาภัยแล้งในปีนี้ โดยบูรณาการและขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

กรมทรัพยากรน้ำ (ทน.) เร่งตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของอาคารและสิ่งปลูกสร้างด้านแหล่งน้ำโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองแขนนางน้อย พร้อมระบบกระจายน้ำ ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2561 มีปริมาณน้ำเก็บกัก 1.2 ล้าน ลบ.ม. ประชาชนได้รับประโยชน์ 225 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร 1,500 ไร่ โดย ทน. มีแนวทางการพัฒนาเชื่อมโยงหนองแขนนางน้อย หนองแขนนาง และทุ่งรวงทอง เพื่อเพิ่มความจุเก็บกักรวม ประมาณ 4 ล้าน ลบ.ม