วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

กรมควบคุมมลพิษ ถอดบทเรียน เตรียมขับเคลื่อนแผนรับมือหมอกควันข้ามแดน

กรมควบคุมมลพิษ ถอดบทเรียน เตรียมขับเคลื่อนแผนรับมือหมอกควันข้ามแดน

กรมควบคุมมลพิษ ถอดบทเรียนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง PM2.5 เตรียมขับเคลื่อนแผนรับมือหมอกควันข้ามแดน

วันนี้ (31 ส.ค. 66) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย คพ. ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศวอ.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลการดําเนินงานและถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง PM2.5 ปีงบประมาณ 2566 ณ จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ เครือข่ายภาคประชาชน ผลจากการถอดบทเรียน สาเหตุของหมอกควันข้ามแดนมาจากการเพาะปลูกพืชเกษตรทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นการเผาตามวิถีชีวิต การเผาตามความเชื่อ 

กรมควบคุมมลพิษ ถอดบทเรียน เตรียมขับเคลื่อนแผนรับมือหมอกควันข้ามแดน
 

นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะด้านต่างๆ อาทิ 1) กฎหมาย/กฎระเบียบ เช่น การมีระบบ Single Command อย่างแท้จริง การเปลี่ยนจากกำหนดวัน D-Day การห้ามเผาเป็นการบริหารการเผาตามช่วงเวลาและพื้นที่ 2) นโยบาย/แผน เช่น การจัดทำ Action Plan และการกำหนด KPI มาจากระดับพื้นที่โดยสอดคล้องกับทิศทางของนโยบาย ควรมีศูนย์ขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยตรง 3) เครื่องมือ/กลไก เช่น การเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ภาคเอกชนที่ส่งเสริมหรือช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำการเกษตรที่ไม่เผา ข้อตกลงทางการค้าในมิติด้านสิ่งแวดล้อม การปรับวิถีอาเซียนเรื่องสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติข้ามแดน การใช้กลไกบ้านพี่-เมืองน้อง 

กรมควบคุมมลพิษ ถอดบทเรียน เตรียมขับเคลื่อนแผนรับมือหมอกควันข้ามแดน
 

4) การสื่อสาร เช่น ให้มีการจัดทำสื่อ/องค์ความรู้ที่สามารถสื่อสารกับภาคประชาชนในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย สื่อสารตลอดทั้งปี และ 5) สุขภาพอนามัย เช่น ให้มีการจัดทำห้องปลอดฝุ่น/แจกอุปกรณ์/เครื่องฟอกอากาศในระดับชุมชนหรือครัวเรือน โดยเน้นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง การจัดหาสินค้าที่มีมาตรฐานและราคาไม่แพง 

ทั้งนี้ คพ. จะนำข้อมูล ข้อเสนอแนะต่างๆ จากการถอดบทเรียนไปจัดทำเป็นแผนเฉพาะกิจประจำปี และแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติฯ ฉบับที่ 2 ต่อไป