วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

เจ้าท่าภูเก็ต เอาผิดเรือปล่อยน้ำมันลงทะเล ประสาน GISTDA ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม

เจ้าท่าภูเก็ต เอาผิดเรือปล่อยน้ำมันลงทะเล ประสาน GISTDA ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม

เจ้าท่าภูเก็ต แจ้งความ สภ.ฉลอง เอาผิดเรือปล่อยน้ำมันลงทะเล พบเรือ 81 ลำ เข้าข่ายต้องสงสัย เร่งประสาน GISTDA ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม ชี้ชัดผู้กระทำความผิด

จากกรณีคราบน้ำมันถูกคลื่นซัดเข้ามายังชายหาดไม้ขาว หาดในยาง และหาดไม้ทอน เขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา นอกจากจะส่งผลกระทบต่อชายหาดแล้ว ยังส่งผลต่อสัตว์น้ำในทะเลและหน้าดินด้วย โดยพบเต่าทะเลอย่างน้อย 2 ตัว เปื้อนคราบน้ำมันไปทั้งตัว ได้แก่ บริเวณชายหาดหน้าลากูน่าภูเก็ต กับเกาะราชา

ล่าสุดวันนี้ (7 ส..ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาพชายหาดต่าง ๆ เช่น หาดกะตะกะรน หาดป่าตอง หาดในยาง ยังคงพบคราบน้ำมัน ซึ่งจับตัวเป็นก้อนขนาดเล็กๆ และขยะทะเลที่เปื้อนคราบน้ำมันถูกคลื่นพัดขึ้นมาเกยตื้นบนชายหาดอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณลดน้อยลง เมื่อเทียบกับในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครในแต่ละพื้นที่ได้ช่วยกันเก็บกวาดและทำความสะอาด

เจ้าท่าภูเก็ต เอาผิดเรือปล่อยน้ำมันลงทะเล ประสาน GISTDA ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม
 

ขณะเดียวกันพบว่า มีนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งยังคงลงเล่นน้ำทะเล และกิจกรรมบริเวณชายหาด เนื่องจากคลื่นลมเริ่มเบาบางลง โดยมีเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดเฝ้าระวัง และมีการเป่านกหวีดเตือนกรณีที่นักท่องเที่ยวว่ายน้ำออกนอกเขตที่กำหนด

ด้าน นายณชพงศ์ ประนิตย์ เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฯ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง เพื่อเอาผิดกับเรือที่ปล่อยน้ำมันลงทะเล รวมทั้งได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ กระจายกันแจ้งความดำเนินคดีในสถานีตำรวจภูธร ทั้ง 3 อำเภอ ที่มีชายหาด และได้รับกระทบจากคราบน้ำมันที่ถูกคลื่นซัดเข้าฝั่ง เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ความผิดตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พศ. 2456 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 119 ทวิ

ห้ามมิให้ผู้ใดเท ทิ้ง หรือทำด้วยประการใดๆ ให้น้ำมันและเคมีภัณฑ์หรือสิ่งใดๆ ลงในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ หรือทะเลสาบอันเป็นทางสัญจรของประชาชน หรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลภายในน่านน้ำไทยอันอาจจะเป็นเหตุให้เกิดเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตหรือต่อสิ่งแวดล้อมหรือเป็นอันตรายต่อการเดินเรือในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบดังกล่าว ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องชดใช้เงินค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปในการแก้ไขสิ่งเป็นพิษหรือชดใช้ค่าเสียหายเหล่านั้นด้วย

เจ้าท่าภูเก็ต เอาผิดเรือปล่อยน้ำมันลงทะเล ประสาน GISTDA ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม

นายณชพงศ์ กล่าวว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมจราจรและความปลอดภัยทางทะเลอันดามัน (CSCA.) ตรวจสอบเรือผ่าน ระบบ VTS. ที่วิ่งผ่านชายฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ตออกไปเป็นระยะทาง 95 nautical mile และมีโอกาสเข้าข่ายที่จะสามารถกระทำความผิดได้ ภายในช่วงระยะเวลา 7 วันย้อนหลัง (ช่วงวันที่ 26 กรกฎาคม 2566-3 สิงหาคม 2566) พบว่ามีจำนวนรวม 81 ลำ โดยแบ่งเป็นเรือสินค้า จำนวน 62 ลำ, เรือ Tanker จำนวน 18 ลำ และเรือ Tug Supply จำนวน 1 ลำ

นอกจากนี้จากการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ซึ่งได้สนับสนุนข้อมูล Satellite - Derived surface current 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 - 1 สิงหาคม 2566 และ ช่วงวันที่ 1 สิงหาคม 2566 - 6 สิงหาคม 2566 โดยข้อมูลดังกล่าวจะบอกถึงทิศทางของกระแสน้ำที่ได้ที่มีความเร็วเป็น เมตร/วินาที

จากการประมวลผลผ่านดาวเทียม โดยจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ไปจำลองหาจุด Drop back ของการปล่อยทิ้งของเสียดังกล่าวจากเรือ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับช่วงเวลาและตำแหน่งของเรือที่ได้กลั่นกรองมา จำนวน 81 ลำ เพื่อจำกัดขอบเขตเรือเป้าหมาย และจะนำข้อมูลที่ได้หรือเรือต้องสงสัยเหล่านี้ส่งให้กับ GISTDA เพื่อขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบภาพถ่ายผ่านดาวเทียมว่า ปรากฎภาพเรือเหล่านี้ได้กระทำความผิดทิ้งของเสียจากน้ำมันเหล่านี้ลงทะเลหรือไม่ เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายณชพงศ์ กล่าวด้วยว่า จากการประสานข้อมูลกับทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งนำเฮลิคอปเตอร์ทำการบินสำรวจตามแนวชายฝั่งของจังหวัดภูเก็ต ไม่พบคราบน้ำมันเพิ่มเติม คาดว่า ภายใน 1-2 วันนี้น่าจะหมดไป