อัปเดต จับ 'สาว อ.' เมีย รอง ผกก.ราชบุรี คดีวางยาฆ่าชิงทรัพย์ ลุยสอบ 6 ศพ

อัปเดต จับ 'สาว อ.' เมีย รอง ผกก.ราชบุรี คดีวางยาฆ่าชิงทรัพย์ ลุยสอบ 6 ศพ

ล่าสุดอัปเดต "บิ๊กโจ๊ก" นำจับ สาว อ. เมียรองผกก.ราชบุรี ตำรวจแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” พร้อมของกลางขวดไซยาไนด์ คดีวางยาฆ่าเท้าแชร์-ชิงทรัพย์ ตร.คุมตัวสอบสวนกองปราบ ลุยสอบสวน 6 ศพ

กรณีมารดาและพี่สาว ของ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือ ก้อย อายุ 32 ปี เท้าแชร์ ชาว จ.กาญจนบุรี ที่เป็นลมวูบเสียชีวิตปริศนา ขณะเดินทางไปทำบุญปล่อยปลากับเพื่อนสนิทที่ริมท่าน้ำแม่น้ำแม่กลอง พื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เข้าร้องทุกข์ตำรวจกองปราบ ช่วยตรวจสอบความผิดปกติเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต 

พร้อมเชื่อว่าน่าจะเป็นการฆาตกรรม โดยมีนางสรารัตน์ หรือ แอม ภรรยาของตำรวจระดับ รอง ผกก. ในพื้นที่ จ.ราชบุรี เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายดังกล่าว ตามที่เคยมีการนำเสนอไปแล้ว

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 เม.ย. 66 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขันธ์ ผบก.ป. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุม นางสรารัตน์ หรือ แอม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1285/2566 ลงวันที่ 25 เม.ย. 2566

อัปเดต จับ \'สาว อ.\' เมีย รอง ผกก.ราชบุรี คดีวางยาฆ่าชิงทรัพย์ ลุยสอบ 6 ศพ

ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” พร้อมของกลาง ขวดไซยาไนด์ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่เชื่อได้ว่า น.ส.สรารัตน์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน.ส.ศิริพร โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนางสรารัตน์ ได้ที่ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กทม.

จากแนวทางสืบสวนเจ้าหน้าเชื่อว่า นางสรารัตน์น่าจะเป็นผู้นำไซยาไนด์( Cyanide ) ซึ่งเป็นสารเคมีอันตราย ผสมใส่อาหารให้ผู้ตายรับประทาน เพื่อหวังลักทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ของผู้ตาย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างนำตัวมาสอบปากคำยังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)

เปิดพฤติกรรม “สาว อ.” ชักชวนทำบุญไหว้พระมีผู้เสียชีวิตหลายราย

เริ่มขยายวางกว้าง พบมีผู้เสียชีวิตหลายราย หลังเดินทางไปกับนางสาว “อ.” ส่วนใหญ่พบว่าจะถูกชักชวนไปทำบุญไหว้พระ โดยจากการสอบถาม ญาติของพ.ต.ต.หญิงรายหนึ่งที่เสียชีวิต ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า ญาติของตัวเองได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรกไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต แพทย์แจ้งแต่ผลชันสูตรเบื้องต้น โดยญาติของตนรู้จัก นางสาว “อ.” ผ่านทางเพื่อนแนะนำให้รู้จัก เนื่องจากเป็นภรรยาของตำรวจท่านหนึ่ง

 

“รู้แต่เพียงว่า พี่สาวหมดสติ ที่บริเวณพระปฐมเจดีย์ ได้เบาะแสจากชาวบ้านว่า มาไหว้พระกับเพื่อน แต่ไม่ทันได้ไหว้ พี่สาวเกิดอาการชักเกร็ง หมดสติ มูลนิธินำตัวส่ง รพ. และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งตอนนั้นพี่สาวมีเงินสดติดตัวไปด้วย แสนกว่าบาท โดยเงินจำนวนนี้หลังเกิดเหตุไม่รู้สูญหายไปไหน ไม่มีใครรู้”

ญาติคนเดิมให้ข้อมูลอีกว่า พี่สาวตัวเองได้เบิกเงินสด จำนวน 140,000 บาท เมื่อวันที่ 31 มีนาคม จากนั้นมีหลักฐานว่า นางสาว อ. ได้โทรศัพท์เข้ามาหาช่วงเช้าวันที่ 1 เม.ย. เวลาประมาณ 07.00 น. จากนั้น ในเวลา 07.40 น. พี่สาวได้ออกจากบ้านไป จนกระทั่งในเวลา 08.20 น. ได้มีการติดต่อกับทางแม่ว่า กำลังรอซื้อดอกไม้เพื่อไหว้พระ แล้วขาดการติดต่อไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ รพ.นครปฐมได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า พี่สาวเป็นลมหมดสติ รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ให้รีบเดินทางมาดูอาการ

อัปเดต จับ \'สาว อ.\' เมีย รอง ผกก.ราชบุรี คดีวางยาฆ่าชิงทรัพย์ ลุยสอบ 6 ศพ

“เมื่อวานนี้ ทางญาติได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับทาง ตร.สภ.เมืองนครปฐมแล้ว ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมกับนำหลักฐานให้กับทางตำรวจด้วย” 

ผลเลือด “น้องก้อย” พบสารกลุ่มไซยาไนด์ จี้สอบ 6 ศพ

จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ศิริพร หรือ น้องก้อย อายุ 32 ปี เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา ช่วงสงกรานต์ปี 2566 ขณะเดินทางไปปล่อยปลาที่ริมแม่น้ำในพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี กับผู้หญิงคนหนึ่งชื่อแอม โดยเบื้องต้นทางครอบครัวได้นำร่างของน้องก้อย ส่งมาผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้แพทย์ได้ทำการผ่าพิสูจน์และเก็บตัวอย่างเลือดจากศพไปตรวจอย่างละเอียด ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ยังไม่ออกอย่างเป็นทางการ อย่างน้อยคาดว่าอีก 1 สัปดาห์จึงจะทราบผล

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าทาง รพ.ราชบุรีได้ส่งตัวอย่างเลือดที่เก็บจากร่างน้องก้อยตั้งแต่วันเกิดเหตุพร้อมผลชันสูตรของแพทย์ที่ รพ.ราชบุรี ส่งมาให้แพทย์นิติเวช เบื้องต้นพบว่าในเลือดมีสารกลุ่มไซยาไนด์ ซึ่งสารดังกล่าวไม่ได้เป็นสารที่ใช้ทางการแพทย์ และไม่ควรจะพบในคน เนื่องจากเป็นสารอันตรายต่อชีวิตได้ ซึ่งการพบสารดังกล่าวยังไม่ได้ระบุว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใดหรือเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใดยังไม่สามารถบ่งชี้ได้ ซึ่งทาง รพ.ตำรวจ จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 6 ราย ในลักษณะคล้ายกันกับที่ผู้ต้องสงสัยถูกกล่าวหาว่าเป็นคนวางยาหรือไม่ มีรายงานว่าอาจจะต้องมีการตรวจสอบประวัติย้อนหลังของผู้เสียชีวิตทั้งหมดว่า ส่งไปตรวจชันสูตรในพื้นที่ไหนหรือที่ รพ.ตำรวจแห่งชาติหรือไม่ จะต้องมีการตรวจสอบย้อนหลังว่ามีกรณีคล้ายกันจริงหรือไม่เพื่อให้ทราบความชัดเจน

เบื้องต้นพบว่าในอดีตมีผู้เสียชีวิตจากการฆาตกรรมโดยใช้สารกลุ่มไซยาไนต์ถึง 2 รายที่ส่งมาให้ รพ.ตำรวจ ผ่าพิสูจน์เมื่อหลายปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวมีความกังวลว่าจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบโดยการใช้สารกลุ่มดังกล่าวไปทำร้ายบุคคลอื่น โดยเฉพาะหากมีการเปิดเผยถึงวิธีการใช้สารดังกล่าว จึงไม่สามารถให้ละเอียดเกี่ยวกับวิธีการใช้ได้เพราะเกรงว่าจะเกิดการเลียนแบบ


ผบ.ตร.มอบ “บิ๊กโจ๊ก” คุมคดีฆ่าสาวก้อย ลุยรื้อหลักฐาน 7 คดีในอดีต

วันที่ 25 เมษายน 2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณี น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือ “ก้อย” อายุ 32 ปี เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาช่วงสงกรานต์ ขณะเดินทางไปปล่อยปลาที่ริมแม่น้ำแม่กลอง ในพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ว่า ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบดูแลคดีนี้ เพราะเกี่ยวพันกับคดีในอดีตที่ผ่านมา ทราบว่าขณะนี้ ตำรวจกองปราบจับกุมตัวได้แล้ว

อัปเดต จับ \'สาว อ.\' เมีย รอง ผกก.ราชบุรี คดีวางยาฆ่าชิงทรัพย์ ลุยสอบ 6 ศพ

ทั้งนี้ ในอดีตมีหลายคดีที่เกี่ยวเนื่องกัน จึงมอบให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ขยายผล ดำเนินการสอบสวน หาความเกี่ยวกันแผนประทุษกรรมทั้งหมด เชื่อว่า ผู้ต้องหาคนเดียวกัน ซึ่งจะดำเนินการขยายผลไปถึงทุกคดี โดยคดีหลักจะเป็นคดีในพื้นที่ราชบุรี ส่วนรายละเอียดมีพฤติกรรมที่จะฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งอำพรางโดยใช้สารพิษไซยาไนด์

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ จะต้องดูรายละเอียดหลักฐานต่างๆ ซึ่งขณะนี้มีคดีหลักแล้ว ส่วนคดีต่างๆ จะหาหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป ส่วนมูลเหตุน่าจะเกิดจากเรื่องหนี้สินเป็นหลัก

ถามอีกว่าจะต้องเชิญสามี ที่เป็นตำรวจมาสอบปากคำหรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการสอบสวนใครเกี่ยวข้อง อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อทางรูปคดีเราจะต้องนำมาสอบให้หมด ขณะนี้มีผู้กระทำผิดเพียงคนเดียว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) โดยเมื่อวาน ได้ไล่คดีแล้วพบมีทั้งหมด 7 คดี รวมพื้นที่บ้านโป่ง โดยจะต้องไล่ความเชื่อมโยงอีก 6 คดี ซึ่งสามารถติดต่อพ่อแม่ผู้เสียชีวิตได้ 5 ราย โดยพ่อแม่รอตนอยู่ที่สโมสรตำรวจ ซึ่งตนได้มอบหมายให้ทีมสอบสวนทำการสอบปากคำอยู่ บางรายพ่อแม่นึกว่าลูกเขาตายเอง เขาไม่ทราบว่าถูกวางยา เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่ได้แจ้งความ วันนี้จะต้องทำความจริงให้ปรากฏ

โชคดีที่รายสุดท้ายได้มาร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปรามและมาร้องทุกข์กับผม ทั้งนี้จะช่วยกันทำงานให้รวดเร็วโดยจะต้องไปไล่พยานหลักฐานย้อนหลังทั้งหมด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกตำรวจ 3 พื้นที่คือจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี ทั้งหมด 6 คดี ซึ่งจะต้องมาไล่ดูพยานหลักฐานความเชื่อมโยงทั้งหมด เพราะบางรายเกิดมาปีกว่าแล้ว ไม่รู้จะเหลือหลักฐานอะไรอยู่บ้าง ในระยะเวลา 2 ปี พบมีผู้เสียชีวิตในลักษณะเดียวกัน 7 ศพ

ทั้งนี้ระยะเวลาของเหตุที่เกิดขึ้นแต่ละคดีอาจเป็นอุปสรรคต่อการสืบสวนเพราะบางรายไม่ได้มาแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานก็ไม่ได้ตรวจที่เกิดเหตุ การเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุก็ไม่มี ซึ่งวันนี้จะต้องมาตรวจย้อนดูใหม่ เป็นความยากแต่ได้สั่งการให้ทีมไล่ตรวจสอบตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาแล้ว ใน 7 คดีพบผู้เสียชีวิตในลักษณะเดียวกันเป็นตำรวจ 2 ราย ที่เหลือเป็นชาวบ้านทั้งหมด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตนมองว่า รายสุดท้ายผ่าศพพบไซยาไนด์ แสดงว่าก็ต้องให้กิน ส่วนวิธีการคงไม่ได้แยบยลอะไรมาก เดี๋ยวก็ต้องไล่ตรวจสอบจนพบ ส่วนวัตถุประสงค์ในการก่อเหตุหลักๆ เป็นเรื่องทรัพย์ และจะต้องตรวจสอบเรื่องทางจิตด้วย แต่อย่าไปตีความว่าเขาเป็นโรคจิต ไม่ใช่ เดี๋ยวจะเป็นเหตุแห่งการยกเว้นคดี และจะต้องตรวจสอบดูว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องหรือไม่ และจะต้องทำความจริงให้ปรากฎ เพราะเป็นคดีที่ท้าทาย เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับแวดวงตำรวจ และพักอาศัยอยู่บริเวณแฟลตตำรวจ