background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

PM 2.5 แม่สาย กระทบหนัก ยอดผู้ป่วยพุ่ง 372 ราย ชาวแม่สายรวมตัวจี้รัฐเร่งแก้ไข

PM 2.5 แม่สาย กระทบหนัก ยอดผู้ป่วยพุ่ง 372 ราย ชาวแม่สายรวมตัวจี้รัฐเร่งแก้ไข

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อ.แม่สาย ยังหนักหน่วง ล่าสุด ในช่วงวันที่ 19-26 มี.ค. ผู้ป่วยทางเดินทางใจในพื้นที่แล้ว 372 ราย เครือข่ายภาคเอกชนและประชาชน จี้ รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 ที่ลานหน้าที่ว่าการ อ.แม่สาย จ.เชียงราย กลุ่มพลังมวลชนซึ่งใช้ชื่อว่าเครือข่ายภาคเอกชนและประชาชน อ.แม่สาย ประมาณ 200 คน มีนายเศวตยนต์ ศรีสมุทร รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย นายรชต ไชยวรรณื และ นายตระสัก ศรีธิพรรณ์ ตัวแทนเครือข่ายฯ ได้ไปรวมตัวกันเพื่อจัดกิจกรรมเรียกร้องให้แก้ไขไฟป่าและหมอกควันข้ามแดน โดยมีการรับบริจาคอุปกรณ์ น้ำดื่ม ฯลฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่และยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อนายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย เพื่อให้แก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวคือเจรจาหารือกับประเทศเพื่อนบ้าน ผลักดันให้เป็นวาระของอาเซียน รวมผลักดันให้ภาคเอกชนที่ไปส่งเสริมทำการเกษตรเได้แก้ไขปัญหาเพื่อลดการเผาป่าจนเกิดเป็นฝุ่นละอองหนาแน่นดังกล่าวร่วมกัน

นายเศวตยนต์ กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละอองหมอกควันเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีและยิ่งปีนี้เกิดรุนแรงกว่าเดิมจึงถึงเวลาที่จะต้องมีการแก้ไขปัญหา เพราะในอดีตนั้นเราไม่อาจเข้าถึงข้อมูลปัญหาได้แต่ปัจจุบันมีทั้งดาวเทียม แอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่แจ้งข้อมูลการเกิดไฟป่า จุดความร้อน จึงทำให้ทราบถึงปัญหาได้อย่างชัดเจนว่าเกิดจากการเผาไหม้ทั้งในประเทศและฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจึงต้องเป็นระดับรัฐบาลที่จะต้องมีการเจรจาเพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องระหว่างประเทศโดยเฉพาะมีการทำการเกษตร

ด้าน นายตระสัก กล่าวว่า การเกิดฝุ่นละออง PM 2.5 ปีในช่วงนี้ถือว่าหนักที่สุดในรอบ 10 ปีนับตั้แต่เกิดปรากฎการณ์ฝุ่นหนาแน่นเมื่อปี 2554 เป็นต้นมา ดังนั้นจึงทำให้ชาวแม่สายไม่อาจจะทนอยู่ได้อีกต่อไปเพราะถ้าปล่อยเอาไว้ไม่ทำสิ่งใดปัญหาก็จะเกิดขึ้นทุกปีและอาจจะหนักยิ่งขึ้นไปอีก กิจกรรมครั้งนี้จึงคาดหวังให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญด้วยหลังจากยื่นหนังสือต่อทางนายอำเภอแม่สายแล้วทางกลุ่มพลังมวลชนมีกำหนดจะพากันเดินรณรงค์ไปยังบริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย แต่เนื่องจากฝุ่นละอองหนาแน่นโดยกรมควบคุมมลพิษรายงานว่าที่ อ.แม่สาย มีค่า PM 2.5 หนาแน่นถึงระดับ 543 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จึงให้งดการเดินในที่โล่งเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพทำให้กลุ่มพลังมวลชนใช้รถยนต์ขับรณรงค์และสลายตัว

นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย กล่าวว่า พื้นที่ อ.แม่สาย เกิดจุดความร้อนหรือฮอตสปอตน้อยที่สุดและไม่มีการเผาแต่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 มากที่สุดในรอบ 10 ปี ดังนั้นปัญหาจึงไมได้เกิดขึ้นจากในพื้นที่แต่เกิดจากการปลิวมาจากนอกพื้นที่ นอกจากนี้จากการตรวจสอบสภาพอากาศพบว่าจะยังไม่มีลมและพายุเกิดขึ้นในช่วงอีก 1 สัปดาห์นี้จึงขอให้ประชาชนได้ระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

ขณะที่ นายแพทย์วัชพงศ์ คำหล้า นายแพทย์สาธาณสุขจังหวัดเชียงราย ได้เปิดเผยข้อมูลสถิติผู้ป่วยทางเดินทางใจในพื้นที่ จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 5-11 มี.ค.มีจำนวน 4,335 คน ก่อนจะที่จะเพิ่มระหว่างวันที่ 12-18 มี.ค.เป็นจำนวน 4,847 คน และจึงค่อยลดลงในระหว่างวันที่ 19-26 มี.ค.เป็นจำนวน 3,478 ราย โดยอยูในเขต อ.แม่สาย ระหว่างวันที่ 5-11 มี.ค.จำนวน 290 คน ก่อนจะที่จะเพิ่มระหว่างวันที่ 12-18 มี.ค.เป็นจำนวน 478 คน และจึงค่อยลดลงในระหว่างวันที่ 19-26 มี.ค.เป็นจำนวน 372 ราย ส่วนใหญ่มีอาการแสบจมูกและเจ็บคอรวมทั้งเป็นผู้ป่วยนอกที่เข้ามารับการตรวจแล้วรับยากลับไปรักษาตามอาการที่บ้าน กระนั้นสำหรับผู้ป่วยหนักพบว่ายังคงมีเตียงรองรับผุ้ป่วยอย่างเพียงพอและสำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย ได้จัดให้แต่ละโรงพยาบาลได้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง