background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

บุกจับ 'จี มิน ช็อง' โอปป้าเก๊หนีคดียาเสพติด ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าอำพรางตัว

บุกจับ 'จี มิน ช็อง' โอปป้าเก๊หนีคดียาเสพติด ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าอำพรางตัว

ตำรวจนครบาล บุกจับ 'จี มิน ช็อง' โอปป้าเก๊หนีคดียาเสพติด ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าอำพรางตัว คาคอนโดหรู ย่านบางนา ตร.ระบุเป็นต้นตอสำคัญ แพร่ระบาดยาอี-ยาเลิฟ

ตำรวจสืบนครบาลบุกจับ “จี มิน ซ็อง”  โอปป้าเก๊ หนีคดียาเสพติด ใช้วิธีทำศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงใบหน้าไม่เหลือเค้าโครงเดิม อำพรางการตัว ตร.ตามแกะรอยนานเกือบ 3 เดือนใช้วิธีแฝงตัวผ่านทางเฟซบุ๊ก สมัครเป็นเด็กส่งของ ก่อนบุกจับคาคอนโดหรู ย่านบางนา ตร.ระบุเป็นต้นตอสำคัญ แพร่ระบาดยาอี-ยาเลิฟ พื้นที่กทม.-ปริมณฑล เร่งขยายผลหาผู้สนับสนุน

แกะรอยคนร้ายคดียาเสพติดอำพรางตัวเป็นต่างชาติ โดยทาง พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. / ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หน.ศอ.ปส.ตร. ชุดที่ 5  ร่วมกับชุดสืบสวนเข้าจับกุม นายจีมิน ซ็อง ชื่อเดิม นายสหรัฐ  อายุ 25 ปี สัญชาติไทย ภูมิลำเนา กทม.

บุกจับ 'จี มิน ช็อง' โอปป้าเก๊หนีคดียาเสพติด ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าอำพรางตัว

เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 (MDMA) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (MDMA) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และ ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และ สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”

การจับกุมครั้งนี้ หลังจากได้เบาะแสการแพร่ระบาดหนักของกลุ่มยาเสพติดชนิด ยาอี หรือ ยาเลิฟ (MDMA) เมื่อทำการวิเคราะห์แกะรอยจากข้อมูลคดีการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ จ.กรุงเทพฯ  พบเบาะแสแหล่งที่มา ทางด้านพล.ต.ต.ธีรเดชได้นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่จนกระทั่งได้เบาะแสว่าแหล่งที่มาของยาเสพติดดังกล่าวคือ “หนุ่มเกาหลี” รูปหล่อรายหนึ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่ย่านเขตบางนา กรุงเทพฯ

โดยหนุ่มคนดังกล่าวมีพฤติกรรมสั่งนำเข้ายาเสพติดชนิด ยาอี หรือ ยาเลิฟ (MDMA) โดยสั่งนำเข้ามาทางพัสดุไปรษณีย์ทางอากาศ จากประเทศแถบทวีปยุโรป โดยทำมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง มักใช้บุคคลที่ตัวเองรู้จักผ่านทางเฟซบุ๊กให้คอยรับส่งพัสดุยาเสพติดดังกล่าวให้ โดยที่ตัวเองจะไม่สัมผัสกับยาเสพติดโดยตรง 

ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช ได้สืบสวนจนกระทั่งสามารถยืนยันตัวตนของหนุ่มเกาหลีรายนี้ได้ คือ นายจีมิน-ซ็อง ซึ่งแท้จริงเป็นคนสัญชาติไทย แต่จงใจเปลี่ยนชื่อให้เหมือนคนเกาหลี โดยมีชื่อเดิมว่า นายสหรัฐ  อายุ 25 ปี โดยที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงใบหน้าด้วยการศัลยกรรมไปจนกลายเป็นคนละคน ไม่เหลือเค้าโครงเดิม ( Face off )

บุกจับ 'จี มิน ช็อง' โอปป้าเก๊หนีคดียาเสพติด ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าอำพรางตัว

เมื่อตรวจสอบพบว่า นายจีมิน-ซ็อง เป็นบุคคลตามหมายจับ  เคยถูกพนักงานสอบสวน บช.ปส. ออกหมายจับไว้ตามหมายจับศาลอาญาที่ 626/2565 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 65 ในคดีที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรได้ตรวจพบยาเสพติดยาอี หรือ ยาเลิฟ (MDMA) แบบผลึกสีขาวขุ่น น้ำหนัก 2,575 กรัม และ แบบเม็ดยาจำนวน 290 เม็ด ที่แอบบรรจุมาในพัสดุ “กล่องจิ๊กซอว์” เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 65 โดยมีแผนประทุษกรรมลักษณะเดียวกัน

นายจีมีน-ซ็อง ถือได้ว่ามีความระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนติดตามมาเป็นเวลาเกือบ 3 เดือน แต่ยังไร้ร่องรอย จนกระทั่ง ตำรวจได้ใช้อุบายเสนอตัวผ่านทางเฟซบุ๊ก เพื่อสมัครเป็น “เป็นเด็กส่งของ” ให้กับ นายจีมิน-ซ็อง จนพบว่าที่อยู่ภายในคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ย่านเขตบางนา 

ต่อมาทางด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. และ ศอ.ปส.ตร. ชุดที่ 5 นำหมายค้น เข้าตรวจค้นห้องพักในคอนโดนดังกล่าว และพบนายจีมิน-ซ็อง อยู่ในห้องพัก จึงเข้าจับกุม และตรวจยึดของกลางโทรศัพท์ 2 เครื่อง ซึ่งใช้ในการติดต่อสั่งนำเข้ายาเสพติดจากต่างประเทศ และตรวจยึดทรัพย์สินอีกจำนวน 22 รายการ

เบื้องต้น นายจีมิน-ซ็อง รับสารภาพว่า บ้านเดิมอยู่ย่านบางกอกน้อย ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อเกาหลี เพราะอยากย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากเบื่อหน่ายชีวิตในประเทศไทย  โดยมีความสามารถพูดภาษาเกาหลีได้เพียงเล็กน้อย และยังออกเสียงไม่ได้ ส่วนที่หันมาค้ายาเสพติดนั้น เป็นเพราะเคยเข้าไปศึกษาในดาร์คเว็บและแชทพูดคุยกับคนในดาร์คเว็บ โดยไม่รู้จักชื่อและตัวตนจริง ผ่านทางหลายเว็บไซต์ เช่น คิงดอม, โบคีเมีย เป็นต้น และมีการซื้อขายจ่ายเงินกันผ่านทางคริปโตเคอเรนซี่ 

 “มีคอนเนคชั่นนำเข้ายา MD หรือยาอี จากทั่วโลก แต่ที่ประสานงานดีที่สุดคือ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ใช้วิธีนำเข้าส่งพัสดุตามปกติ  และยังสามารถเล่นแร่แปรธาตุ แปลงยา จากน้ำเป็นก้อน จากก้อนเป็นน้ำได้ โดยศึกษาวิธีการจากอินเทอร์เน็ต ก่อนจะถูกจับได้สั่งยาอีเตรียมเข้ามาในไทย จำนวนหลายสิบกิโลกรัม แต่มาถูกจับก่อน”

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ เป็นผลมาจากที่ลูกน้องของนายจีมิน-ซ็อง เกิดพลาดท่าไม่ได้ทำตามแผนที่มีการสั่งการกันไว้ ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ตรวจสอบพบยาอีที่ส่งพัสดุเข้ามาจำนวน 2.5 กิโลกรัม และไม่คิดว่าตัวเองจะถูกออกหมายจับในคดีนี้ ตร.คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1 บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดชยอมรับว่า คนร้ายรายนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญ ของการแพร่ระบาดของ ยาอีและยาเลิฟ ในพื้นที่กรุงเทพ และ ปริมณฑล ตำรวจได้ติดตามตัวมาเป็นเวลาเกือบ 3 เดือน ทำให้รู้ว่าคนร้ายรายนี้รู้จักวิธีการตัดช่องทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี และมีการศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงใบหน้า เพื่ออำพรางการติดตามจากเจ้าหน้าที่ 

นอกจากนี้ยังพบว่าคนร้ายรายนี้มีอายุเพียง 25 ปี แต่สามารถเป็นระดับหัวของการนำเข้ายาเสพติดจากทางยุโรปได้ น่าเชื่อว่าจะมีผู้ที่คอยให้การสนับสนุนอยู่ในต่างแดน ซึ่งจะต้องมีการขยายผลให้ถึงที่สุด เพราะปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาระดับชาติ เป็นปัญหาเรื้อรัง จึงขอเตือนไปยังเหล่าผู้ค้ายาเสพติดทั้งหลายว่า หากยังยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดไม่ว่าอย่างไรก็ต้องถูกจับกุม และชีวิตจะต้องไม่มีความสุข