background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

หวยล็อค ทำเป็นขบวนการ ติดคุก 20 ปี ยึดทรัพย์มหาศาล

หวยล็อค ทำเป็นขบวนการ ติดคุก 20 ปี ยึดทรัพย์มหาศาล

เปิดโปง หวยล็อค ทำเป็นขบวนการ ติดคุก 20 ปี ยึดทรัพย์มหาศาล เหตุสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวโทษมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ

ขบวนการอ้าง หวยล็อค สืบเนื่องจาก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ

ดำเนินการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพ ที่แอบอ้างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการหลอกลวงประชาชนผ่านระบบออนไลน์ว่าสามารถให้เลขล็อครางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงเป็นเหตุให้ประชาชนที่ถูกหลอกลวงเสียไปซึ่งทรัพย์สินและได้รับความเสียหายจำนวนมาก การกระทำดังกล่าวอันเข้าลักษณะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

หวยล็อค ทำเป็นขบวนการ ติดคุก 20 ปี ยึดทรัพย์มหาศาล

จากการที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 981/2564 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 นั้น โดยผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้กระทำความผิด พร้อมกับดำเนินคดีในความผิดฐาน

  1. ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม
  2. ฉ้อโกงประชาชน
  3. ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
  4. ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง
  5. นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปลอมหรือเป็นเท็จ
  6. ความผิดฐานฟอกเงิน พร้อมกับได้มีการยึดอายัดของกลาง บ้านและที่ดิน รถยนต์ เงินสดกว่า 4 ล้านบาท ตลอดจนทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้อง

หวยล็อค ทำเป็นขบวนการ ติดคุก 20 ปี ยึดทรัพย์มหาศาล

ล่าสุด ศาลอาญามีคำพิพากษาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ในคดีหมายเลขแดงที่ อ.1951/2564 ว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรืออันเป็นเท็จ ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกให้ เพื่อเบิกถอนเงินสดโดยมิชอบและฟอกเงิน

รวมจำคุก 46 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงให้จำคุก 20 ปี

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) และริบของกลางลำดับที่ 1 ถึง 11, 17, 22, 26 ถึง 32, 55, 88 ถึง 90 ตามบัญชีของกลางคดีอาญา ในส่วนทรัพย์สินอื่นกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงิน ต่อไป

โดยในขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผลกลุ่มเครือข่าย ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงดังกล่าว หากประชาชนรายใดถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกันและได้รับความเสียหายสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ หรือ สายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ