งานเข้าอย่างแรง 110 ตำรวจ ตม. หนาวแน่! "บิ๊กโจ๊ก" เล็งฟัน ม.157 กรณีเอื้อทุนจีนสีเทา เสนอ ผบ.ตร. พิจารณาความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติ และ เรียกรับผลประโยชน์
สัปดาห์นี้เตรียมเสนอรายชื่อ 110 ตำรวจ ตม. เสนอ ผบ.ตร. พิจารณาความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติ และเรียกรับผลประโยชน์ จากพฤติการณ์เอื้อกลุ่มนักธุรกิจชาวจีนสีเทา
วันที่ 6 มกราคม 2566 ที่สโมสรตำรวจ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า สัปดาห์นี้ ตนจะเสนอเรื่องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้ดำเนินการสั่งการ กรณีการสืบสวนสอบสวนพบตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จำนวน 110 นาย ร่วมกระทำการทุจริตในลักษณะขบวนการ หรือรูปแบบบริษัทย่อย ๆ ในการออกวีซ่าให้กับกลุ่มชาวต่างชาติ รวมถึงกลุ่มชาวจีนสีเทา ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย
พฤติการณ์ตำรวจกลุ่มนี้ มีการปลอมลายเซ็นของ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และฉกฉวยโอกาสช่วงสถานการณ์โควิด อำนวยความสะดวกการต่อวีซ่า โดยใช้ภาพถ่ายของชาวต่างด้าวแทนการแสดงตัวตนจริงต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง จึงถือเป็นการกระทำผิดในข่ายมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบและความผิดมาตรา 149 ฐานเรียกรับผลประโยชน์
สำหรับพื้นที่ที่พบการกระทำความผิดส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มกระทำผิดตั้งแต่ช่วงปี 2563 ต่อเนื่องถึงปี 2565 โดยใช้เอกสารรับรองจากมูลนิธิว่าเป็นอาสาสมัครหรือจากสถานศึกษารับรองว่าเป็นนักศึกษาในการขอต่อวีซ่า ทั้งที่ความจริงมีการทุจริตตั้งแต่ขั้นตอนการเข้าไปเป็นอาสาสมัคร และนักเรียนแล้ว
จากการสอบสวนยังไม่พบหลักฐาน รวมทั้งเส้นทางการเงินที่โยงใยไปยังผู้บัญชาการ สตม.คนปัจจุบัน แต่จะตรวจสอบย้อนหลังไปยังผู้บัญชาการที่ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าด้วย พร้อมกับย้ำว่าตำรวจ ตม.ทั่วประเทศ มีกว่า 20,000 นาย พบกระทำผิดเพียง 100 นายถือว่าเป็นจำนวนไม่มาก
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่าตำรวจ 110 นายที่ร่วมกระทำความผิด มีทั้งยศนายพลตำรวจ 3 นาย ที่เหลือลดหลั่นกันไปทั้งผู้กำกับ , สารวัตรและชั้นประทวน ซึ่งการเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติครั้งนี้เพื่อสั่งการให้ออกหมายเรียกมาสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาและยื่นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับตามลำดับ





