วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

กรมป่าไม้ ยก ”บ้านโค้งตาบาง” ป่าชุมชนแห่งแรก สู่ตลาดคาร์บอนเครดิต

กรมป่าไม้ ยก ”บ้านโค้งตาบาง” ป่าชุมชนแห่งแรก สู่ตลาดคาร์บอนเครดิต

“วราวุธ” ปลื้ม ทส. สำเร็จ “ปลูกป่าเพื่อคาร์บอนเครดิต” กรมป่าไม้ ยก“บ้านโค้งตาบาง ป่าชุมชนแห่งแรก สู่ตลาดคาร์บอนเครดิต”

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ย้ำความสำเร็จ สร้างธุรกิจใหม่ให้คนไทย ซื้อขายคาร์บอนเครดิต ฮิตติดกระแส เดินหน้าเสริมพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพิ่มแหล่งกักเก็บและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมยกระดับเชิงนโยบายขยายความร่วมมือและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านป่าป่าไม้เพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต สะท้อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย ด้านกรมป่าไม้ยกป่าชุมชน บ้านโค้งตาบาง เพชรบุรี เป็นป่าชุมชนแห่งแรก สู่ตลาดคาร์บอนเครดิต

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวภายหลังพิธีเปิดกิจกรรม “Kick off ป่าชุมชนแห่งแรก สู่ตลาดคาร์บอนเครดิต” ณ ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง จังหวัดเพชรบุรี ว่า นับตั้งแต่ประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP 26  ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 ซึ่งการที่จะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เดินหน้าส่งเสริมการปลูกป่าเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต โดยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยยังมีการซื้อขายเป็นจำนวนน้อย เนื่องจากยังคงเป็นภาคสมัครใจ และมีต้นทุนที่สูง อย่างไรก็ตาม ทส. ได้พยายามขับเคลื่อนการดำเนินงานปลูกป่าเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิตให้เห็นเป็นรูปธรรม มีการถอดบทเรียน และขยายความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ซึ่งก็ได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ สำหรับการดำเนินงานภาคป่าไม้ในตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยนับว่ามีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและก้าวกระโดดอย่างยิ่ง

กรมป่าไม้ ยก ”บ้านโค้งตาบาง” ป่าชุมชนแห่งแรก สู่ตลาดคาร์บอนเครดิต

ตนได้ติดตามและกำหนดแนวทางเชิงนโยบายให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ตนได้หารือแนวทางกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการเร่งรัดบูรณาการและยกระดับการส่งเสริมหน่วยงานภาคเอกชนในการมีส่วนร่วมดำเนินงาน และพัฒนาศักยภาพชุมชนและประชาชนเพื่อดำเนินการปลูกและดูแลป่าไม้เพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต อีกทั้งยังสะท้อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย ตนอยากจะย้ำต่อพี่น้องประชาชนถึงความสำคัญในการปลูกป่า นอกจากเพื่อประโยชน์ต่อความสมบูรณ์และยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีประโยชน์ในมิติทางสังคมและเศรษฐกิจอีกด้วย ทั้งนี้ ทส.จะได้เร่งรัดขยายผลการดำเนินงานด้านการป่าไม้เพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิตบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน อนึ่ง สำหรับภาคประชาชนหรือชุมชน ทส. ได้ให้ความสำคัญและพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกัน หากประชาชนหรือชุมชนใดต้องการเข้าร่วมโครงการสามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน ต่อไป นายวราวุธ กล่าว

 
นายสุรชัย  อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การดำเนินการส่งเสริมภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมดำเนินโครงการปลูกและดูแลป่าเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต ในรูปแบบ “ป่าขุมชน” ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้งป่าชุมชนแล้ว 12,117 แห่งทั่วประเทศ รักษาพื้นที่ป่าได้ 6.64 ล้านไร่ หากดำเนินการทุกพื้นที่รวมกันสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไว้ได้ 42 ล้านตันคาร์บอน โดยคาดว่าจะสามารถดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ราว 6.27 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/ปี สำหรับป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี นับว่าเป็นป่าชุมชนแห่งแรกที่มีการขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER)  เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558 เนื้อที่ 1,397 ไร่  ซึ่งกรมป่าไม้ ได้ร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง นำร่องจัดทำโครงการ T-VER ในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง โดยมี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริษัท ราชกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน และคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านโค้งตาบางและสมาชิกทำหน้าที่ในการปกป้องรักษาชุมชน ควบคุมดูแล และปลูกฟื้นฟูป่าชุมชน ซึ่งผลจากการที่ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการปกป้องรักษาป่าชุมชน อนุรักษ์ควบคุมดูแล ปลูกฟื้นฟูป่าชุมชนมาโดยตลอด 7 ปี ส่งผลให้ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าตลอดจนมีการเพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน โดยมีคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรอง จำนวน 5,259 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จึงเป็นป่าชุมชนแห่งแรกของประเทศไทย ที่พร้อมเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต อย่างไรก็ตาม กรมป่าไม้ เตรียมเสนอ ร่างระเบียบคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการใช้ประโยชน์จากผลผลิตและบริการป่าชุมชน พ.ศ..... โดยกำหนดสัดส่วนการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตให้แก่คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนประจำป่าชุมชนที่ขึ้นทะเบียน ร้อยละ 90 เป็นของรัฐโดยกรมป่าไม้ ร้อยละ 10  นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโครงการที่กรมป่าไม้ดำเนินการเกี่ยวกับการลดก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้ ดังเช่น การพัฒนาป่าชุมชนเมืองเพื่อลดสภาวะโลกร้อน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบล จำนวน 512 แห่ง  จัดฝึกอบรมหลักสูตร สร้างป่าพัฒนาเมือง จำนวน 167 รุ่น ปรับปรุงและพัฒนาสวนสาธารณะ จำนวน 80 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติและบทบาทของต้นไม้ที่ช่วยลดสภาวะโลกร้อน  การพัฒนาแห่งเรียนรู้การกักเก็บคาร์บอนในป่าชุมชนเมือง จำนวน 6 แห่ง 600 ไร่ ดำเนินโครงการศึกษาการกักเก็บคาร์บอนและความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชนอย่างมีส่วนร่วม โดยร่วมกับ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมพื้นที่ศึกษา  ๖๑ ป่าชุมชน เพื่อประเมินและส่งเสริมป่าชุมชนให้เป็นแหล่งกักเก็บปริมาณคาร์บอนและความหลากหลายทาง เป็นต้น สุดท้าย กรมป่าไม้ ขอเชิญชวนชุมชนและหน่วยงานภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถประสานหน่วยงานของกรมป่าไม้ในพื้นที่เพื่อสอบถามรายละเอียด อย่างไรก็ตาม กรมป่าไม้จะได้เร่งรัดขยายพื้นที่ดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ ต่อไป นายสุรชัย กล่าวในที่สุด