สาวกินยาตายอ้างถูกแม่บังคับแต่งงานใหม่ ตร.-พมจ.รุดเคลียร์ล่าสุดจบด้วยดี

สาวกินยาตายอ้างถูกแม่บังคับแต่งงานใหม่ ตร.-พมจ.รุดเคลียร์ล่าสุดจบด้วยดี

จบด้วยดี! หลังตำรวจ - พมจ.ชุมพร เข้าเหลือสาววัย 22 โทรลาตายกับเพื่อน อ้างถูกแม่บังคับให้แต่งงานใหม่ ด้านแม่ชี้แจงยันไม่ได้บังคับ-ขังลูก ทำไปเพราะห่วงเหตุชอบเที่ยวเตร่ ล่าสุดยอมให้กลับไปอยู่กับสามีเก่าแล้ว

จากกรณีที่ มูลนิธิปวีณาหงส์สกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพลเมืองดีให้เข้าช่วยเหลือเพื่อนสาววัย 22 ปี ในพื้นที่ อ.ละแม จ.ชุมพร ที่คิดจะทำร้ายตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย เนื่องจากถูกแม่บังคับให้แต่งงาน กระทั่งมีการประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละแม เข้าไปตรวจสอบ

 

 

โดยเรื่องนี้ พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.ละแม เปิดเผยว่า ได้รับการประสานทางโทรศัพท์จากนางปวีณา หงส์สกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงส์สกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากพลเมืองดีให้เข้าช่วยเหลือ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ซึ่งถูกแม่กักตัวไว้ในบ้านพื้นที่ ม.2 ต.ทุ่งหลวง อ.ละแม จ.ชุมพร

 

หลังรับแจ้งได้ให้สายตรวจตำบลทุ่งหลวงไปตรวจเหตุเบื้องต้นแต่ก็ไม่พบผู้ใดอยู่ในบ้านเลขที่หลังดังกล่าว ต่อมาได้ทราบจากเจ้าหน้าที่ของ รพ.สต.ทุ่งหลวง ว่าได้ช่วยเหลือนำตัว น.ส.เอ (นามสมมติ) รายนี้ส่งโรงพยาบาลละแมเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากพบว่าได้กินยาเกินขนาด ซึ่งแพทย์ได้ช่วยเหลือจนอาการปลอดภัย

 

 

ล่าสุดวันนี้(29 ตุลาคม 2565) พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.ละแม พร้อมด้วยนางพสธร กุลดาววงศ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ , นายอรรถชัย ภักดีอักษร นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ จากสำนักงาน พมจ.ชุมพร และนายกิติศักดิ์ ชูกลาง เจ้าหน้าที่ป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว (ศปก.) นักสังคมสงเคราะห์ บ้านพักเด็กและครอบครัว ได้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

โดยเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับเพื่อนที่แจ้งข้อมูลจึงทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.เอ (นามสมมติ) ได้ส่งข้อความมาหา โดยเนื้อหาระบุในลักษณะสั่งเสีย เนื่องจากที่ผ่านมาถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่แม่เลือกให้ เนื่องจากแม่เชื่อว่า น.ส.เอ ถูกทำคุณไสย แต่ น.ส.เอ ไม่ยอม จึงถูกแม่จับขังไม่ให้ออกนอกบ้าน ทำให้ น.ส.เอ เครียดจัด จึงกินยาแก้ปวดเข้าไปเกินขนาด เพื่อนจึงตามไปที่บ้านพบ น.ส.เอ นอนหมดสติจึงรีบนำตัวส่ง รพ.สต.ทุ่งหลวง

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้เข้าพบกับนางอรชร ผู้เป็นแม่ ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้กักขังลูกสาว แต่เป็นห่วงพฤติกรรมที่ชอบเที่ยวจึงห้ามปรามไม่ให้ออกไปเที่ยว ประกอบกับลูกมีภาวะโรคซึมเศร้า บางครั้งไม่พูดไม่คุยกับใคร ขณะที่บางวันอารมณ์ร้าย ซึ่งเคยไปปรึกษาหมอมาแล้ว กระทั่งลูกสาวมาบอกแม่ว่าเลิกกับสามีทั้งที่มีลูกด้วยกัน 1 คน อายุ 1 ขวบเศษ จึงทำให้ตนยิ่งเป็นห่วง 

 

กระทั่งช่วงหลังมีหนุ่มมาติดพันลูกสาวจึงทำให้ยิ่งกังวลใจ จึงได้พูดคุยกับลูกสาวและตกลงที่จะแต่งงานอีกครั้งกับคนที่แม่เลือกให้ ซึ่งทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็รับทราบ โดยกำหนดวันแต่งงานในที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่จะถึงนี้ ซึ่งยืนยันเป็นความสมัครใจของทั้งสองคน และทั้งคู่ยังไปดูชุดแต่งงานและเตรียมที่จะถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยกันอีกด้วย

 

นางอรชร ผู้เป็นแม่ เผยต่ออีกว่า ลูกสาวมีพฤติกรรมชอบเที่ยวเตร่ไม่สนใจคนในครอบครัว จึงทำให้แม่เจ็บปวดใจ อีกทั้งยังมีนิสัยเกเรตั้งแต่สมัยเรียน ซึ่งแม่ยอมทุกอย่าง กระทั่งลูกมามีหลานให้ตนเลี้ยง 1 คน ซึ่งตนก็รักหลานมาก แต่หากเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าเป็นสิทธิของแม่ที่อยากนำลูกกลับไปเลี้ยงเอง ตนก็ต้องยอม

 

อย่างไรก็ตามหลังจากแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล พบว่าครอบครัวของสามี น.ส.เอ (นามสมมติ) ได้เดินทางมารับเพื่อพากลับไปที่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เหตุการณ์จึงจบลงด้วยดี

 

ข่าวโดย สาธิต ศรีหฤทัย จ.ชุมพร