background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"พายุโนรู" พ่นพิษ "เขื่อนวังยาง" ปักธงแดง เตือนวิกฤตเฝ้าระวังระดับน้ำชี

"พายุโนรู" พ่นพิษ "เขื่อนวังยาง" ปักธงแดง เตือนวิกฤตเฝ้าระวังระดับน้ำชี

กาฬสินธุ์เตรียมพร้อมรับมวลน้ำจากชัยภูมิและขอนแก่น กำชับทุกหน่วยงานเฝ้าระวังระดับน้ำชีตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่เขื่อนวังยางปังธงแดง เตือนเข้าสู่ภาวะวิกฤติ หลังหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุ “โนรู” ส่งผลให้ระดับน้ำชีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามสถานการณ์อิทธิพลของพายุ “โนรู” ซึ่งหลายพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบ เนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และแม่น้ำสายต่างๆเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายธนทร ศรีนาค หัวหน้าสำนักงานปภ.กาฬสินธุ์ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชี บริเวณเขื่อนวังยาง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ เพื่อประเมินสถานการณ์ และเตรียมพร้อมรับมวลน้ำที่คาดว่าจะเริ่มไหลมาจาก จ.ชัยภูมิ และ จ.ขอนแก่น ในอีก 2-3 วันข้างหน้า รวมทั้งเฝ้าระวังระดับน้ำในพื้นที่ หลังจากได้รับอิทธิพลพายุ “โนรู”ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำชีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยจากการติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนวังยางล่าสุดมีระดับน้ำอยู่ที่ 140.16 ม.รทก. (เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) จากระดับกักเก็บปกติ 137 ม.รทก. โดยเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีสถิติระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ 141.16 ม.รทก.ยังต่ำกว่าปี 2564 อยู่อีกกว่า 1 ม.รทก. และขณะนี้ยังสามารถรับน้ำได้อีกมาก รวมทั้งยังสามารถบริหารจัดการจราจรน้ำได้อย่างเป็นระบบ แต่เจ้าหน้าที่ได้ปักธงสีแดงไว้ เป็นการประกาศเตือนสถานการณ์ระดับน้ำอยู่ในภาวะวิกฤต เพื่อเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอย่างสูงสุดต่อไป

นอกจากนี้นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ยังได้กำชับให้ทางอำเภอฆ้องชัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนจัดกำลังเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำชี และฝายวังยางตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้เตรียมพร้อมการจัดตั้งศูนย์พักพิงในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือหากประสบภัย และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดอีกด้วย
 

ขณะที่สถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ล่าสุดมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มขึ้นอีก 24.99 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ปัจจุบันเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,563 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 78.99 เปอร์เซ็นต์ จากความจุระดับกักเก็บ 1,980 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 400 ล้าน ลบ.ม.ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 17 แห่ง ซึ่งล่าสุดพบว่ามี 6 แห่งที่มีปริมาณน้ำมากกว่าความจุ 100 เปอร์เซ็นต์ ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำห้วยโพธิ์, อ่างเก็บน้ำห้วยสังเคียบ, อ่างเก็บน้ำห้วยจาน, อ่างเก็บน้ำหนองหญ้าปล้อง, อ่างเก็บน้ำหนองหมาจอก และอ่างเก็บน้ำหนองบ้านสา ขณะนี้ระดับน้ำยังสามารถบริหารจัดการและยังสามารถพร่องน้ำลงสู่แม่น้ำธรรมชาติได้ ยังมีความมั่นคงแข็งแรง และยังไม่มีผลกระทบกับพื้นที่การเกษตร รวมทั้งบ้านเรือนประชาชน