ส.ส.ก้าวไกล ท้วงงบ "สตช." ของบซื้อปืน 7,000 กระบอก ตั้งข้อสังเกตเร่งลง หวั่นไม่ได้งบ- ขอหั่นงบ คฝ. เหตุทำงานล้มเหลว ใช้กำลังรุนแรงปราบผู้ชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระสอง วันที่สี่
สำหรับการอภิปรายช่วงบ่าย ที่ประชุมได้ผ่านพิจารณามาตรา 26 งบประมาณรายจ่ายกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 2,128 ล้านบาท โดยที่ประชุมเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก และพิจารณาต่อมาตรา 27 งบประมาณของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี ทั้ง ศอบต. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำนวน 37,303 ล้านบาท
ทั้งนี้ผู้อภิปรายตั้งประเด็นปรับลดงบประมาณที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการของบประมาณเพื่อจัดซื้ออาวุธเพื่อปราบปรามผู้ชุมนุม รวมถึงผู้ที่ก่อความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
โดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายต่องบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าไม่เห็นด้วยต่อการจัดสรรงบเพื่อซื้ออาวุธสงคราม ของสำนักงานตรำวจแห่งชาติ ได้แก่ จัดซื้อ ปืนเล็กสั้น จำนว 1,000 กระบอก, ปืนเล็กยาว 2,000 กระบอก และปืนกลมือ จำนวน 4,000 กระบอก รวม 7,000 กระบอก ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ถูกตั้งข้อสังเกตในชั้นอนุกรรมาธิการฯ แต่ปัจจุบันพบว่ามีการลงนามแล้ว ทำให้ต้องตั้งคำถามว่ากลัวไม่ได้งบประมาณหรือไม่ถึงต้องรีบลงนาม
ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต่อการปราบปรามกลุ่มผู้เรียกร้อง การบริหารของผู้บริหารประเทศที่ล้มเหลว ด้วยวิธีรุนแรงจากหน่วยควบคุมฝูงชน (คฝ.) ทั้งนี้จากการปราบปรามผู้ชุมนุมพบการยิงกระสุนยางใส่ประชาชน ลักษณะยิงจ่อ ซึ่งต่างจากการฝึกที่ไม่ยิงใส่ประชาชน
“การใช้อาวุธ และกระสุน เบิก 100 นัด พบว่าได้ยิง 20 นัด อีก 80 นัดนั้น นายเล่นยอด ปล่อยสนามยิงปืน ขายตลาดมืด ดังนั้นสิ่งที่ตำรวจบอกว่าใช้หลักสากล ผมมองว่าหลักสาแก่ใจ หน่วยงาน คฝ. ทำงานเยอะ แต่ไม่กล้าของบเยอะ ขอเพียง 3 ล้าน เพื่อซื้อแผงเหล็กเท่านั้น แต่ผมอยากให้ประชาชนทราบว่า หากตัดสินใจได้ จะไม่อนุมัติแม้แต่บาทเดียว เพราะสร้างความล้มเหลว การอบรมที่ไม่ประสบความสำเร็จ สำหรับผู้บัญชาการของท่านผมเชื่อว่าหากกระสุนยางยิงเข้าหน้าก็ไม่รู้สึกอะไร” นายณัฐชา อภิปราย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเสร็จสิ้นการอภิปราย สภาฯ ได้ลงมติ โดยเสียงข้างมาก 245เสียงเห็นด้วยกับกมธ. ต่อ 119 เสียง.





