background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

รู้จัก 'นอนนอน' แพลตฟอร์มเช่าที่นอน ใช้ คืน รีไซเคิล

รู้จัก 'นอนนอน' แพลตฟอร์มเช่าที่นอน ใช้ คืน รีไซเคิล

ระบบอุปโภคจากเดิมที่อยู่บนพื้นฐานของการ ซื้อสินค้า ใช้ ทิ้ง และก่อให้เกิดขยะ เป็นจุดเริ่มต้นของ "นอนนอน" ธุรกิจสตาร์ทอัพแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนระบบใช้แล้วทิ่ง สู่ เช่าสินค้า ใช้ คืน และรีไซเคิล

ที่นอนที่พ้นสภาพการใช้งานแล้วถือเป็นขยะปริมาณมหาศาลที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีการสำรวจปริมาณที่นอนที่ถูกทิ้งทั้งหมดในแต่ละปีในประเทศไทย แต่จากข้อมูลของสหราชอาณาจักรในปี พ.ศ. 2560 พบว่ามีปริมาณที่นอนที่ถูกทิ้งทั้งหมดประมาณ 7.26 ล้านชิ้น รวมน้ำหนักกว่า 181,500 ตัน ซึ่งถือเป็นร้อยละ 0.8 ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากครัวเรือนทั้งหมดของประเทศ (ที่มา: End of Life Mattress Report 2019 ของ Oakdene Hollins กรกฎาคม พ.ศ. 2562) 

ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศไทยน่าจะมีการทิ้งที่นอนทั้งหมดมากกว่า 7 ล้านชิ้นต่อปีเช่นกัน เนื่องจากประเทศไทยมีขนาดประชากรและอุตสาหกรรมให้บริการที่พักที่ใกล้เคียงกับสหราชอาณาจักร

นายนพพล เตชะพันธ์งาม ผู้ก่อตั้งและ CEO “นอนนอน” กล่าวในงานสัมมนา “CE Innovation Policy Forum กลุ่มการเงินและตลาดทุน” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) และ SDG Move โดยระบุว่า "นอนนอน" เป็นธุรกิจสตาร์ทอัพแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการจัดการขยะและความต้องการเข้าถึงสินค้าคุณภาพสูงของธุรกิจให้บริการที่พัก

"นอนนอนมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนระบบอุปโภค จากเดิมที่อยู่บนพื้นฐานของการซื้อสินค้า ใช้ ทิ้ง และก่อให้เกิดขยะ มาเป็นระบบเช่าสินค้า ใช้ คืน และรีไซเคิล"

โดยเน้นไปที่สินค้าที่นอนก่อนเป็นอันดับแรก ผ่านแพลตฟอร์ม (platform) ให้บริการเช่าที่นอนใหม่สำหรับธุรกิจให้บริการที่พัก ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน รายแรกของโลก โดยนอนนอนมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยให้ธุรกิจให้บริการที่พักสามารถเข้าถึงที่นอนคุณภาพสูงที่นอนสบายและสามารถใช้งานได้นานได้ โดยไม่ต้องลงทุนเป็นเงินก้อนใหญ่ และในขณะเดียวกันก็ช่วยลดปริมาณขยะ ก๊าซเรือนกระจก และมลภาวะที่เกิดจากการกำจัดที่นอนที่ไม่ถูกต้องตามหลักสิ่งแวดล้อมของภาคธุรกิจให้บริการที่พัก

162911622785

  • ให้เช่าที่นอน 60 - 120 เดือน

กลไกหลักของแพลตฟอร์มของเรา คือ การใช้เงินทุนจากการออกตราสารหนี้เพื่อสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าหุ้นกู้สีเขียว (green bond) มาซื้อที่นอนใหม่คุณภาพสูงให้ลูกค้าเช่าไปใช้งานเป็นเวลา 60-120 เดือน ซึ่งตรงกับรอบเปลี่ยนที่นอนปกติของโรงแรมมาตรฐานสากล โดยลูกค้าของเราจะชำระค่าใช้บริการเป็นรายเดือน ซึ่งเริ่มต้นที่เพียงเดือนละ 71 บาทต่อที่นอน 1 ชิ้น เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า ที่นอนจะถูกเก็บกลับมาเพื่อถูกแยกชิ้นส่วนไปรีไซเคิล หรืออัพไซเคิล โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม นายนพพลกล่าว

  • ตอบโจทย์บริการที่พัก งบจำกัด สิ่งแวดล้อ

บริการดังกล่าวของ นอนนอน ช่วยตอบโจทย์ของธุรกิจให้บริการที่พักที่ส่วนใหญ่มีงบประมาณในการลงทุนจำกัด ทำให้ไม่สามารถจัดซื้อที่นอนคุณภาพสูงมาให้บริการแขกที่เข้าพักได้ จึงต้องอาศัยการซื้อที่นอนที่คุณภาพด้อยลงมาที่มักมีอายุการใช้งานสั้นเพียง 2-3 ปี และนอนไม่สบายมาให้บริการแทน

นอกจากนี้ ยังช่วยตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีการผนวกค่าใช้จ่ายในการรีไซเคิลเข้าไปในค่าเช่าแต่ละเดือน จนทำให้การรีไซเคิลสามารถเกิดขึ้นได้ จากเดิมที่ยังไม่มีการรีไซเคิลที่นอนเกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูงจนไม่คุ้มค่าดำเนินการ โดยบริการของนอนนอนนับว่าเป็นการเอื้อให้ธุรกิจให้บริการที่พักสามารถสนับสนุนการรีไซเคิลที่นอนที่พ้นสภาพการใช้งานแล้วโดยปริยาย

162911622735

  • วิจัยกระบวนการ รีไซเคิลที่นอน

กระบวนการรีไซเคิลที่นอน เริ่มจากการนำที่นอนมาแยกชิ้นส่วนตามประเภทวัสดุ โดยผ้าและเส้นใยต่างๆ สามารถที่จะอัพไซเคิลเป็นไส้กรองน้ำมันอุตสาหกรรมหรือนำไปแปรรูปเป็นเส้นใยในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ส่วนวงสปริงที่เป็นเหล็ก สามารถนำไปหลอมเป็นเหล็กใหม่ได้ สำหรับฟองน้ำ สามารถย่อยสลายด้วยวิธีการทางเคมีให้กลายเป็นโมเลกุลที่เรียกว่า โพลีออล โมโนเมอร์ ที่สามารถนำไปใช้ต่อในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้

ซึ่งขณะนี้เรากำลังทำการค้นคว้าและวิจัยร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology) และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) เพื่อให้กระบวนการดังกล่าวมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด

"โดยได้รับการสนับสนุนเป็นเงินจำนวน 80,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) จากราชวิศวกรรมศาสตร์บัณทิตยสถาน (Royal Academy of Engineering) สหราชอาณาจักร ผ่านโครงการ Engineering X Transforming Systems through Partnership” นายนพพล กล่าว 

นอกเหนือจากงานวิจัยดังกล่าวแล้ว นอนนอน ยังได้มอบหมายให้สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (สทสย.) ทำการศึกษาบริการของนอนนอนด้วยเทคนิคการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment) เพื่อประเมินปริมาณของเสียและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่นอนนอนจะช่วยลดลงในช่วงเวลาข้างหน้า โดยโครงการดังกล่าวได้รับเงินทุนสนับสนุนประมาณ 9 แสนบาท จากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สอวช. และจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปีหน้า

  • ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 6.3 หมื่นตัน

นอนนอน นับเป็นอีกหนึ่งโมเดลธุรกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่น่าสนใจที่จะสร้างทั้งผลกำไรทางการเงินและช่วยลดผลกระทบที่ระบบเศรษฐกิจมีต่อสิ่งแวดล้อม โดยจากกลุ่มลูกค้าโรงแรมและรีสอร์ทในไทยและอินโดนีเซีย ในช่วงอีกห้าปีข้างหน้า วางแผนจะขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศที่มีการเติบโตทางการท่องเที่ยวสูง

เพื่อมอบชีวิตใหม่ให้กับวัสดุที่มาจากที่นอนที่พ้นการใช้งานแล้วอย่างน้อย 2.6 ล้านชิ้น เป็นปริมาณมากกว่า 45,000 ตัน พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างน้อย 63,000 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการหยุดการเดินรถยนตร์ส่วนบุคคลจำนวน 13,700 คันเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม

“เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของเรา คือ การเปลี่ยนระบบการผลิตและอุปโภค เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดจะถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และช่วยลดมลภาวะ” นายนพพล กล่าวทิ้งท้าย