วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2569

Login
Login

'โควิด-19' สมุทรสาคร ติดเชื้อพุ่งสูง 1,847 ราย - โรงงานเมิน FAI สั่งปิดทันที

สถานการณ์ COVID-19 สมุทรสาคร ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงอีก 1, 847 ราย ด้านผู้ว่าฯ สั่งเฉียบโรงงานเมิน FAI ปิดทันที พร้อมกำชับ สสจ.จัดบูสเตอร์เข็ม 3 แก่บุคลากรด่าน จนท.นำส่งผู้ติดเชื้อ และสัปเหร่อ

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 64 สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 จังหวัดสมุทรสาคร จากการรายงานข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงอีก 1,847 ราย จำแนกเป็นพบผู้ติดเชื้อจากค้นหาเชิงรุก 427 ราย และพบผู้ติดเชื้อที่มาจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 1,420 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 1,090 ราย ที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 330 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 67,206 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 47,324 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 19,620 ราย และผู้เสียชีวิตรายวันจำนวน 10 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 262 ราย

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร และ คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดสมุทรสาคร ณ ห้องประชุมพันท้ายนรสิงห์ (401) ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งในที่ประชุมได้มีการหารือสั่งการเกี่ยวกับการควบคุมโรคติดเชื้อโควิด 19 ที่สำคัญคือ การรับผู้ติดเชื้อเข้าสู่ศูนย์พักคอยคนสาคร หรือโรงพยาบาลสนามในชุมชน CI ซึ่งปัจจุบันพบว่า แม้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันของจังหวัดสมุทรสาครจะมีเพิ่มมากขึ้น แต่จำนวนผู้ติดเชื้อที่รับเข้าสู่ศูนย์ CI นั้นกลับลดลง จึงเป็นประเด็นคำถามที่ว่า ยอดที่ลดลงมานั้น มาจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่ประสงค์จะเข้าสู่ศูนย์ CI ลดลงเพราะอยู่ HI แทน หรือลดลงเพราะยังติดขัดที่ขั้นตอนของการนำเข้าสู่ศูนย์ CI จึงทำให้มียอดเข้าแต่ละวันลดลง ตลอดจนแจ้งปัญหาต่างๆ ที่พบในศูนย์ CI, FAI และ HI ซึ่งในเรื่องนี้ก็ได้รับการชี้แจงจากนายอำเภอทั้ง 3 อำเภอว่า ปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อที่เข้าสู่ศูนย์ CI ลดลงนั้น 1.มาจากเกิดการหมุนเวียนผู้กักตัวที่ครบ 14 วันแล้ว 2.ผู้ติดเชื้อประสงค์จะกักตัวด้วยระบบ HI มากขึ้น, 3.มีการจัดทำ CI เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ศูนย์ CI เดิม มีเตียงว่างเพิ่มมากขึ้น, 4.จำนวนผู้ติดเชื้อในชุมชนบางพื้นที่ลดลง และ 5.การตรวจเอ็กซเรย์ปอดก่อนเข้าสู่ศูนย์ CI ที่ยังมีความล่าช้า ขณะที่ปัญหาสำคัญของศูนย์ CI ที่ยังคงพบอยู่คือ เรื่องของยาฟ้าทะลายโจน ที่บางแห่งมีจำนวนไม่เพียงพอ และการวิเคราะห์อาการเพื่อขอให้แพทย์สั่งจ่ายยาฟาวิพิราเวีย เป็นต้น โดยในส่วนของการตรวจเอ็กซเรย์ปอดนั้น ก็ได้รับการแจ้งจากทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่า ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจเอ็กซเรย์ปอดในผู้ติดเชื้อบางรายก่อนแรกรับเข้า เนื่องจากจะมีผลต่อการจ่ายยาฟาวิพิราเวีย ที่มีอยู่อย่างจำกัด และเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกจุดอีกด้วย

ทั้งนี้ นายวีระศักดิ์ ยังได้สั่งกำชับในที่ประชุมโดยให้แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร เร่งตรวจสอบการทำ FAI ที่ได้มาตรฐานของสถานประกอบการทุกแห่งตามข้อกำหนดของจังหวัดสมุทรสาคร หากสถานประกอบการใดที่เข้าข่ายต้องทำ FAI แล้วยังเมินเฉยไม่ปฏิบัติตาม เพราะคิดว่าจังหวัดสมุทรสาครผลักภาระไปให้ผู้ประกอบการนั้น ก็ให้ดำเนินการสั่งปิดทันที เนื่องจากคำสั่งนี้ได้ออกมาบังคับใช้เกือบ 3 สัปดาห์แล้ว โดย FAI นี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้จังหวัดสมุทรสาคร สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกลุ่มแรงงานได้ อีกทั้งเมื่อจัดตั้ง FAI แล้วก็ห้ามผลักแรงงานให้ออกไปกักตัวแบบ HI อย่างเด็ดขาด ดังนั้นโรงงานต้องเลือกจะทำ FAI หรือจะปิดโรงงาน สำหรับในปัจจุบันนี้พบว่ามีสถานประกอบการโรงงานที่เข้าข่ายต้องจัดทำ FAI ได้แจ้งความประสงค์ในการจัดทำ FAI แล้ว 1,514 แห่ง จำนวนเตียง 43,530 เตียง ในจำนวนนี้แบ่งออกเป็น 1. FAI ที่รับผู้ถูกกักตัวแล้ว 222 แห่ง มีเตียงทั้งหมด 15,897 เตียง ใช้งานแล้วจำนวน 3,544 เตียง ,2. FAI ที่พร้อมรับผู้ถูกกัก 1,292 แห่ง จำนวนเตียง 27,633 เตียง

นายวีระศักดิ์ ยังได้ฝากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เกี่ยวกับการบริหารจัดการวัคซีนเพื่อทำการบู๊สเตอร์เข็ม 3 ให้กับบุคลากรด่านหน้าที่มีความใกล้ชิดในการปฏิบัติงานเพื่อการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 อย่างแท้จริง ตั้งแต่บุคลากรทางแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ,อสม. เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ CI เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ติดเชื้อ HI มูลนิธิองค์กรการกุศลต่างๆ ที่ต้องทำหน้าที่นำส่งผู้ติดเชื้อหรือเก็บศพผู้เสียชีวิต ไปจนถึง สัปเหร่อของวัดที่ทำหน้าที่รับเผาศพผู้ติดเชื้อโควิด เป็นต้น ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะต้องได้รับการดูแลป้องกันชีวิตด้วย เพราะถือว่าเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญต่อการปฏิบัติงานด้านโควิด-19 อีกเรื่องหนึ่งคือ การจัดทำกล่องห่วงใย ที่ส่งต่อไปยังผู้กักตัว HI ให้พื้นที่ หรือผู้ที่มีหน้าที่ในการจัดส่งกล่องห่วงใยนั้น ทำการตรวจรายชื่อก่อนส่งมอบ เพื่อพิจารณาตามความจำเป็นการส่งมอบกล่องห่วงใยเป็นรายครอบครัว หรือรายบุคคล และต้องเป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส เสมอภาคเท่าเทียมกัน

ขณะที่ นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้เปิดเผยด้วยว่า สำหรับตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อรายวันที่พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการค้นหาเชิงรุกตามมาตรการของจังหวัดสมุทรสาคร โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการค้นพบมากที่สุดตอนนี้จะเป็นกลุ่มแรงงานขนาดเล็กไม่ใช่โรงงานขนาดใหญ่ คลัสเตอร์ก็ไม่สูงมากนักเป็นเพียงหลักสิบเท่านั้น แต่ว่ามีการกระจายไปหลายๆ โรงงานก็ทำให้ยอดเพิ่มขึ้นได้ และจากการที่ดูตัวเลขวันนี้แล้ว หากจะคาดการณ์ในสัปดาห์หน้านั้น ก็เชื่อว่าจะมีแนวโน้มลดลงเพราะเรามีการดำเนินงาน CI , HI และ FAI ทั้งในชุมชนและในโรงงานเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้เราสามารถแยกผู้ติดเชื้อได้มากขึ้น และลดการแพร่กระจายเชื้อได้มากขึ้น ส่วนตัวเลขที่พบในแต่ละวันนั้น ส่วนใหญ่เป็นตัวเลขที่มาจากการตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาลเอกชน ที่รับผู้ประกันตนจากจังหวัดรอยต่อเข้ามาตรวจหาเชื้อ เพราะเป็นผู้ประกันตนที่อยู่ในเครือข่ายการให้บริการของโรงพยาบาลเอกชนนั้นๆ ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงการตรวจเชิงรุกที่มากขึ้นด้วย ขณะที่ในส่วนโรงพยาบาลของรัฐเอง ตัวเลขรายวันก็ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ผ่านมามากเท่าไหร่นัก