วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

CPN ไตรมาส 2/64 กำไร 1,269 ล้านบาท เหตุบันทึกมาตรฐานบัญชีใหม่

CPN ไตรมาส 2/64 กำไร 1,269 ล้านบาท เหตุบันทึกมาตรฐานบัญชีใหม่

CPN ไตรมาส 2/64 กำไร 1,269 ล้านบาท จากมาตรการทางบัญชี TFRS16 หากไม่รวมเหลือกำไร 629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 201.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากผลกระทบโควิดที่ลดลงจากช่วงเดียวกัน

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่า บริษัทฯ และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 6,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.5 และกำไรสุทธิ 1,269 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 171.6 (งวดหกเดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 15,893 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.6 และกำไรสุทธิ 5,103 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)

หากไม่รวมรายการที่มิได้เกิดขึ้นประจำและผลกระทบจากมาตรรานรายงานทางการเงิน บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,933 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 629 ล้านบาท (งวดหกเดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 12,582 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,886 ล้านบาท) โดยหลักรายได้ค่าเช่าและบริการไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวดีขึ้นหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดและมาตรการล็อคดาวน์ ทำให้มีการปิดให้บริการศูนย์การค้าชั่วคราว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายการบริหารอย่างมีระสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผลการดำเนินงานให้ได้มากที่สุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2564 ในช่วงครึ่งปีแรก สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทฯ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลักและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยช่วงที่ผ่านมาได้มีการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงอยู่ตลอดเวลา และได้คำนึงถึงประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมาโดยตลอด

ต่อมาในเดือน ก.ค.2564 สถานการณ์ดังกล่าวยังคงมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐได้กำหนดมาตรการควบคุมสถานการณ์ที่รัดกุมขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดในระดับที่สูง ส่งผลให้ศูนย์การค้าบางแห่งของบริษัทฯ ต้องปิดให้บริการชั่วคราวตามข้อระเบียบของภาครัฐ โดยยังคงเปิดให้บริการเฉพาะร้านค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน อาทิ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา และสถานที่ฉีดวัคซีน

และเนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่มาก บริษัทฯ ยังคงต้องติดตามและประเมินผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับตามสภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา โดยเฉพาะการบริหารต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ

รวมถึงทบทวนและปรับแผนการลงทุนเพื่อบริหารจัดการกระแสงินสดและเรียมสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการรับมือสถานการณ์โควิด-19 และดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงต่อไป ตามที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอด

ขณะที่การเข้าลงทนในหุ้นสามัญของ บริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SF ในเดือน ก.ค.2564 บริษัทฯ ได้ประกาศเข้าทำสัญญาเพื่อซื้อหุ้นสามัญของ SF จาก บริษัท เมเจอซีนีเพล็กซ์รุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR และกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ราคาซื้อขายหุ้นละ 12.00 บาท คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 13,341 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเข้าทำรายการแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ส.ค.2564

ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มีสัดส่วนถือครองหุ้นสามัญ SF ประมาณร้อยละ 54.52 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ SF และภายหลังการเข้าทำธุรกรรมการซื้อหุ้นเสร็จสิ้น บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของ SF ที่ราคาหุ้นละ 12.00 บาท ภายในวงเงินประมาณ 11,708 ล้านบาท ซึ่งรายการดังกล่าวได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 และ 27 ก.ค.2564 ตามลำดับ