เศรษฐกิจ

ครม.เคาะเพิ่ม 'เยียวยาประกันสังคม' 13 จว.สีแดงเข้ม ได้เพิ่มเป็น 2 เดือน 16 จว.ได้ 1 เดือน

ครม. เยียวยา นายจ้าง ลูกจ้าง เพิ่ม 16 จังหวัดสีแดงเข้ม ขยายวงเงินเยียวยา 30,000 ล้านบาทเป็น 60,000 ล้านบาท เพิ่มเยียวยาคนขับแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง อายุเกิน 65 ปีสามารถสมัครผู้ประกันตน มาตรา 40 ได้

คืบหน้ามาตรการ "เยียวยาประกันสังคม" ล่าสุด 3 ส.ค.64 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะเสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน กลุ่มแรงงาน และผู้ประกอบการอันเนื่องมาจากข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 30) สาระสำคัญจะปรับปรุงมาตรการการเยียวยาและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกระดับมาตรการควบคุมสถานการณ์โควิดที่เพิ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุดจาก 13 เป็น 29 จังหวัด (สีแดงเข้ม)

29 จังหวัด (สีแดงเข้ม) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายก นครราชสีมา นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ยะลา ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สงขลา สิงห์บุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง มีผลตั้งแต่วันนี้ (3 ส.ค.)

โดยสนับสนุนเงินเหลือผู้ได้รับผลกระทบจะยังคงเป็นไปตามระบบเดิมที่วางไว้คือการเยียวยาวแรงงานและผู้ประกอบการใน 9 กลุ่มอาชีพ ธุรกิจ ในพื้นที่ที่เพิ่่มขึ้นอีก 16 จังหวัด แบ่งเป็นการช่วยเหลือแรงงานในระบบประกันสังคม ม. 33 ม.39 และ ม.40 ซึ่งในส่วนที่เป็นแรงานนอกระบบกำหนดให้ลงทะเบียนเป็นแรงงานตามระบบประกันสังคมเพื่อรับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลได้วางไว้ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง

โดยได้ขยายวงเงินจากเดิม 3 หมื่นล้านบาทเป็น 6 หมื่นล้านบาท

- ระยะเวลาในการให้ความช่วยเหลือขยายระยะเวลาในพื้นที่ 13 จังหวัดสีแดงเข้มที่ประกาศไปครั้งแรกเป็น 2 เดือนคือในเดือน ก.ค. - ส.ค.

- 16 จังหวัดให้ความช่วยเหลือ 1 เดือน ในเดือน ส.ค.

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้ความช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่มีอายุเกิน 65 ปี ที่ไม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ฉบับแก้ไขโดยพิจารณาจากฐานข้อมูลการจดทะเบียนอนุญาตผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสม และสามารถยืนยันตัวตน ตรวจสอบได้ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป