คุณภาพชีวิต-สังคม

สปสช. รับสมัคร พนง. 'สายด่วน 1330' รองรับภารกิจ 'โควิด-19'

'สปสช.' เปิดรับสมัครงาน พนักงาน 'สายด่วน 1330' จำนวน 32 อัตรา เพิ่มการให้บริการประชาชน รองรับขยายภารกิจกรณี 'โควิด-19' ประสานหาเตียง บริการตรวจโควิด-19 เชิงรุก จัดระบบดูแลผู้ป่วยโควิดที่บ้าน/ชุมชน หลังอัตราใช้บริการเพิ่ม 3-4 เท่า

วันนี้ (28 ก.ค. 64) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า จากภารกิจของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ได้ขยายบทบาทหน้าที่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทั้งประสานจัดหาเตียงผู้ป่วยโควิด-19, ให้บริการเชิงรุกตรวจคัดกรองโควิด-19 และจัดระบบการดูแลผู้ป่วย โควิด-19 ที่บ้านและในชุมชน

และจากจำนวนผู้ป่วย โควิด-19 รายใหม่ที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีจำนวนกว่าวันละ 1.5 หมื่นราย ส่งผลให้จำนวนการโทรสายด่วน สปสช. 1330 ของประชาชนพุ่งขึ้นเช่นกัน โดยอยู่ที่จำนวน 24,000 ครั้ง/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติ 3-4 เท่า จนเกิดปัญหาการรอคิวนานและไม่ได้รับบริการ

162746387967

  

  • รับพนักงาน 'สายด่วน 1330' จำนวน 32 อัตรา

ดังนั้น เพื่อให้การบริการสายด่วน สปสช. 1330 ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์กลางรับเรื่องร้องและประสานแก้ไขปัญหากรณีโควิด-19 ให้กับประชาชน รวมถึงเป็นส่วนที่ช่วยเชื่อมต่อผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโควิด-19 เข้าสู่ระบบการดูแลและรักษาพยาบาล นอกจาก เพิ่มช่องทางติดต่อผ่านระบบออนไลน์แล้ว ได้เพิ่มบริการสายด่วน สปสช. 1330

โดยเปิดรับสมัคร “พนักงานโครงการ การจ้างเหมาบริการงานรับโทรศัพท์ตอบปัญหาการใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” จำนวน 32 อัตรา เพื่อให้บริการตอบปัญหาและรับเรื่องร้องเรียนทางสายด่วน สปสช. 1330

ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า งานดังกล่าวมีหน้าที่และความรับผิดชอบคือการรับโทรศัพท์ ตอบปัญหา ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิหลักประกันสุขภาพ การเข้ารับบริการสาธารณสุข การรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ การใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

รวมทั้งประสานหาเตียงผู้ป่วย ประสานชี้แจงไกล่เกลี่ยเบื้องต้น กรณีมีเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์การใช้สิทธิหลักประกันุสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น ทั้งนี้ผู้สนใจดูรายละเอียดการรับสมัครงานได้ที่เว็บไซต์ สปสช. 

  

  • คุณสมบัติ ผู้สมัคร

ทั้งนี้ผู้สนใจสมัครต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ

  • รักในงานบริการประชาชน
  • มีความขยัน
  • สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้ดี เนื่องจากในช่วงนี้เป็นสถานการณ์เร่งด่วนที่ต้องเร่งดูแลประชาชน
  • อายุ 22-35 ปี
  • วุฒิการศึกษา ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
  • สาขาสาธารณสุขศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ ด้านการประชาสัมพันธ์หรือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • มีประสบการณ์ทำงานด้านการสื่อสารข้อมูล การติดต่อประสานงาน การประชาสัมพันธ์อย่างน้อย 1 ปี
  • มีความสามารถทางคอมพิวเตอร์ โดยชำนาญในการพิมพ์ดีด ภาษาอังกฤษพื้นฐานและคอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป เช่น Microsoft Word, Microsoft Excel, Power Point
  • ควรมีความรู้ ความเข้าใจในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือในลักษณะใกล้เคียงกัน