การเมือง

นายกฯ เร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่ม ระดมแผนส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา

นายกฯ เร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่ม ระดมแผนส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา ลดปัญหาในพื้นที่ กทม.

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำให้ความสำคัญกับทุกส่วน ในการดำเนินงานในการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดในชุมชนโดย 19 ทั้งหมด เพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งการจัดสรรบุคลากรจัดสถานที่พักคอย จัดโรงพยาบาลสนาม และให้คณะแพทย์พยาบาลเข้ามาเพิ่มเติม รวมไปถึงการส่งผู้ป่วยกลับยังภูมิลำเนา ซึ่งได้มีการประชุมไปในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีการให้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้นซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้มีการสั่งการไปยังหน่วยงาน ทั้งสังกัดกระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีการปรับสโมสรต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการใช้ประโยชน์อะไรได้อยู่ให้นำมาเป็นโรงพยาบาลสนาม เอาจากนั้นให้เพิ่มขีดความสามารถของโรงพยาบาลสนามที่มีอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่ดูแลผู้ป่วยสีเขียว โดยจะให้มีการปรับเพื่อรองรับผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง

รวมไปถึงมอบแนวทางให้ประชาชนได้ทราบ ว่า หากต้องดูแลรักษาตัวเองที่บ้านหรือการทำ Home isolation แต่ไม่สามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้ ให้เข้าสู่ community isolation เพื่อลดการแพร่ระบาดในครอบครัว และในชุมชนโดยมอบหมายให้ ทหารและตำรวจ อาสาสมัครต่างๆ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่กรุงเทพฯที่มีอยู่ ช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และจะส่งยา ทั้งฟ้าทะลายโจรหรือฟาวิพิราเวียร์ และการดูแลอาหารการกินให้กับผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถที่จะรักษาตัวที่ภูมิลำเนาได้ โดยให้ปฏิบัติ

ตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่กำกับไว้   ในเรื่องของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เพื่อลดปัญหา การเข้ารับการรักษาในพื้นที่กรุงเทพฯซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องเตียงและบุคลากรทางการแพทย์

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข ดูแลกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อที่มีความประสงค์กลับภูมิลำเนาโดยในปัจจุบันมีการจัดขบวนรถไฟ ในการจัดส่งผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ กลับไปรักษาตัวใน 7 จังหวัด ถ้าตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทั่ง นครราชสีมา ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานีศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ โดยมีสถานีรถไฟต้นทางอยู่ที่รังสิต ปลายทางอุบลราชธานี ซึ่งจะเป็นขบวนรถไฟเป็นระบบปิด โดยเมื่อถึงสถานีปลายทาง   จะมีรถพยาบาล มารับผู้ป่วยต่อไปยังโรงพยาบาลสนาม

ส่วนในพื้นที่ กทม. จะมีการสนับสนุนทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด -19 เชิงรุก หรือ CCRT โดยหน่วยเคลื่อนที่ 50 เขตภายในกรุงเทพฯ ที่จะตรวจคัดกรองเชิงลูกค้าผู้ติดเชื้อในชุมชน และจะสามารถช่วยยับยั้งในการติดเชื้อ 

ส่่วนการรับเรื่องผู้ป่วยผ่านทางสายด่วนต่างๆ นายกรัฐมนตรีได้มีมาตรการให้ไปปรับปรุง เพื่อให้ความสะดวกทั้งผู้ติดเชื้อและญาติ เพื่อเข้ารับการรักษา รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องโทรเข้ามาในสายด่วนต่างๆซึ่งปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินการให้สามารถติดต่อสายด่วนต่างๆได้ฟรี