วิเคราะห์การเมือง

‘โควิดชายแดน’ คลื่นลูกใหม่จ่อซัด 'ไทย‘

ไม่ช้าก็เร็ว 'เมียนมา' จะคุมสถานการณ์ 'โควิด' ไม่อยู่ หากรัฐบาลไม่เตรียมแผนรับมือให้ดี จะเกิดการอพยพครั้งใหญ่ทะลักเข้ามาทุกทิศทุกทางจากชายแดน 'ไทย' ก็ต้องรับไปเต็มๆ

ปฏิบัติการหยุด ‘โควิด’ ให้ได้ภายใน 14 วัน เริ่มต้นขึ้น หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. ประกาศล็อคดาวน์ จำกัดการเดินทางและปิดกิจการต่างๆในจังหวัดสีแดงเข้ม 13 จังหวัด ที่ถูกยกให้เป็นพื้นที่สมรภูมิรบที่ต้องเอาชนะ โดยเฉพาะ กทม.และปริมณฑลศูนย์กลางแพร่เชื้อขนาดใหญ่

จึงสั่งหน่วยงานความมั่นคง จัดกำลังในลักษณะชุดเคลื่อนที่เร็ว 188 ชุด ทำภารกิจเร่งด่วนร่วมกับ กทม.เคาะประตูบ้านตรวจเชิงรุกในชุมชน คัดแยกผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในระบบ หวังหยุดตัวเลขผู้ติดเชื้อหลักหมื่น ควบคู่กับการระดมฉีดวัคซีนให้บุคคลอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 7 โรคกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดยอดผู้เสียชีวิตพุ่งติดหลักร้อย

ในขณะเดียวกันก็ให้ ‘เหล่าทัพ’ สำรวจพื้นที่ในหน่วยทหาร เร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติมโดยเฉพาะจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม พร้อมเตรียมบุคลากรทางการแพทย์แถวสอง-อาสาสมัคร และยานพาหนะรับส่ง รองรับผู้ป่วยที่มีแนวโน้มมากขึ้นจากการตรวจเชิกรุกให้เพียงพอ

ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงประเมินว่า หลัง 14 วันหากตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง ศบค. จะผ่อนคลายบางกิจกรรม กิจการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่ในภาพรวมคาดว่าต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 2 เดือนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

นอกจากโควิดภายในประเทศแล้ว สถานการณ์ของเพื่อนบ้านอย่างประเทศเมียนมา เป็นประเด็นถูกพูดถึงในที่ประชุมกระทรวงกลาโหมหลังมีการรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวันทำสถิติสูงสุด 281 คน ติดเชื้อรายใหม่ 5,189 คน พร้อมทั้งประเมินว่าจำนวนที่แท้จริงน่าจะสูงกว่าตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขเมียนมารายงานหลายเท่าตัว

หน่วยงานความมั่นคงวิเคราะห์ว่า ไม่ช้าก็เร็วเมียนมาจะคุมสถานการณ์ไม่อยู่ เพราะนอกจากจะประสบปัญหาการแพร่ระบาดโควิดอย่างหนักแล้ว การเมืองภายในที่สืบเนื่องมากจากเหตุการณ์รัฐประหารยังคงเคลื่อนไหวอยู่เป็นระยะ ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ก็นัดหยุดงานแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการตั้งแต่เดือน ก.พ.64 มาจนถึงทุกวันนี้

ทั้ง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เริ่มส่งสัญญาณเรียกคนของตัวเองให้อพยพออกจากเมียนมา ในขณะประเทศจีน ก็เร่งมือ
ก่อสร้างรั้วเหล็กโดยมีลวดหนามติดตั้งไว้ด้านบนความยาวราว 2,000 กิโลเมตรตามแนวชายแดนจีน-เมียนมา ป้องกันไม่ไห้มีการลักลอบข้ามชายแดนสกัดโควิด หลังยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มอย่างมีนัย

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา แม้ ศบค. มีคำสั่งให้หยุดกิจกรรมก่อสร้าง แต่ยังพบแรงงานอพยพข้ามแดนมาต่อเนื่อง เพราะยังมีอีกหลายกิจการที่ไทยต้องพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ออร์เดอร์ มีเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะชายแดนฝั่ง อ.แม่สอด จ.ตาก ที่กองทัพภาคที่ 3 รายงานว่าจับได้ 100 คน ก็ติดโควิดทั้ง 100 คน

พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการหารสูงสุด(ผบ.ทสส.) ในฐานะ ผบ.ศปม. กำชับให้กองกำลังป้องกันชายแดน 8 กองกำลัง สกัดกั้นแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่ทางบก และเพิ่มกำลัง 6 กองร้อยให้หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง 3 ทัพเรือภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นด้านตะวันตก (เมียนมา)

พร้อมสนับสนุนยุทโธปกรณ์พิเศษต่างๆ ในการตรวจคัดกรองโรคบริเวณแนวชายแดนที่เป็นจุดช่องทางผ่านแดนเข้าออกทั้งในพื้นที่ทางบก ทางน้ำ สหรับสถิติการจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมือง ในวันที่ 1 กรกฎาคม ถึงปัจจุบัน มียอดการจับกุม 5,810 คน

เรื่องโควิดชายแดนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าโควิดภายใน เพราะหากรัฐบาลไม่เตรียมแผนรับมือให้ดี เมื่อถึงเวลาที่เมียนมาคุมสถานการณ์ไม่อยู่ เกิดการอพยพของชาวเมียนมาครั้งใหญ่ทะลักเข้ามาทุกทิศทุกทาง ไทยก็ต้องรับไปเต็มๆ