การเมือง

กทม.อัพเดตตั้ง 'ศูนย์พักคอย'แล้ว 21 แห่งใน 47 เขต รองรับผู้ป่วย 'โควิด' 5,781 เตียง

กทม.อัพเดตตั้ง "ศูนย์พักคอย" แล้ว 21 แห่งใน 47 เขต รองรับผู้ป่วย "โควิด" ได้ 5,781 เตียง

วันที่ 21 .. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ...พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมด้วยนายแพทย์สุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ และแพทย์หญิงป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. ร่วมแถลงข่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 พร้อมมาตรการป้องกันและดูแลประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ

...พงศกร เปิดเผยว่า กทม.ได้ดำเนินการตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยได้ออกประกาศ กทม.เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวตามที่ ศบค.กำหนด โดยจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อลดการเคลื่อนย้ายของประชาชน ให้มีการเดินทางให้น้อยที่สุด ควบคู่ไปกับมาตรการการฉีดวัคซีนให้ทั่วถึง รวมทั้งการเร่งค้นหาผู้ป่วยติดเชื้อในชุมชนเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแยกกักตัวหรือการเข้าสู่การรักษาให้เร็วที่สุด

ด้านผู้อำนวยการสำนักอนามัย เปิดเผยว่า สำนักอนามัย สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่ง บูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ประชาชน จิตอาสา จัดทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก Comprehensive Covid-19 Response Team (CCRT) ลงพื้นที่ชุมชนในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 15- 31 ..2564 โดยทีม CCRT จะทำหน้าที่สำรวจชุมชนเพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโควิด ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ ให้บริการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit ให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยการจ่ายยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร และให้คำแนะนำในการแยกกักที่บ้าน (HI : Home Isolation) และมอบชุด HI แก่ผู้ป่วยที่สามารถกักตัวที่บ้านได้

"สำหรับผู้ที่ไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้ ทีมจะนำผู้ป่วยนำส่งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ จะดำเนินการกักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่บ้าน และมอบชุด HQ : Home Quarantine หรือส่งเข้า LQ : Local Quarantine ให้บริการฉีดวัคซีนกับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์  สื่อสารทำความเข้าใจ ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคโควิด-19 การปฏิบัติตนให้ห่างไกลจากโรคโควิด"แพทย์หญิงป่านฤดี ระบุ

162686561137

แพทย์หญิงป่านฤดี กล่าวอีกว่า สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 15-20 ..2564 ลงพื้นที่ชุมชน 639 แห่ง มีประชาชนเข้ารับบริการแล้ว 24,382 คน ให้บริการฉีดวัคซีนแล้ว จำนวน 17,523 รายในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ และให้บริการตรวจ Antigen Test Kit แก่ประชาชนแล้ว จำนวน 1,874 ราย มีผลพบเชื้อ 176 ราย ซึ่งได้นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา 10 ราย นำส่งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ 3 ราย และให้การดูแลแยกกักตัวที่บ้าน 163 ราย พร้อมมอบชุดกักตัวให้แก่ผู้ที่แยกกักตัวที่บ้านและมอบยาฟ้าทะลายโจร ยาลดไข้ ยาแก้ไอ และยาละลายเสมหะให้ประชาชนได้ใช้ในการดูแลตนเองแล้วทุกราย 

แพทย์หญิงป่านฤดี กล่าวว่า นอกจากนี้สำนักอนามัยจะเพิ่มจำนวนทีม CCRT โดยศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่ง จะจัดทีมเพิ่มแห่งละ 2 ทีมและทีมเพิ่มเติมจากภาคีเครือข่าย อาทิ กรมควบคุมโรค และสภากาชาดไทย เพื่อเร่งลงพื้นที่ชุมชนให้ครบภายในเดือน ..นี้ ส่วนภาพรวมผลตอบรับมีผู้สูงอายุในชุมชนที่ไม่สามารถเดินทางมารับวัคซีน ที่จุดฉีดภายนอกได้รับวัคซีนจำนวนมากขึ้น รวมทั้งมีประชาชนเข้าสู่ระบบการแยกกักตัวที่บ้านมากขึ้น ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับผลยืนยันว่าติดเชื้อสามารถโทรแจ้งที่สายด่วน สปสช.1330 เพื่อเข้าสู่ระบบการดูแล ซึ่ง สปสช.จะบริหารจัดการให้สถานพยาบาลแต่ละแห่งเข้าดูแลผู้ป่วยแต่ละรายต่อไป

162686563244

ขณะที่นายแพทย์สุขสันต์ เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางการรับผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาในขณะนี้ หากพบว่าผู้ป่วยมีผลการตรวจด้วยวิธี RT-PCR หรือการใช้ Antigen Test Kit (ATK) ในสถานพยาบาลเป็นบวก เบื้องต้นจะแนะนำให้ประชาชนใช้วิธีการแยกกักตัวที่บ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่จัดส่งยาและอุปกรณ์ในการกักตัวที่บ้าน พร้อมตรวจติดตามอาการทุกวัน สำหรับประชาชนที่ไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้ ให้ประสานสายด่วน 1669 , 1668 หรือ 1330 เพื่อนำเข้าสู่ระบบการรักษา หรือเข้าสู่ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ จากนั้น 3-4 วันจะนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาตามระดับอาการของผู้ป่วยในขณะนั้น

นายแพทย์สุขสันต์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สำนักการแพทย์ได้เร่งเพิ่มศักยภาพศูนย์เอราวัณ เพื่อรับส่งผู้ป่วยโควิด โดยร่วมกับสำนักงานเขตและหน่วยทหาร ปัจจุบันสามารถรับผู้ป่วยเข้ารับการดูแลได้มากกว่า 400 ราย ต่อวัน รวมทั้งได้เร่งขยายศักยภาพการรับผู้ป่วยที่มีอาการ หรือผู้ป่วยเคสเหลืองและแดง ในโรงพยาบาลสังกัด กทม.ทุกแห่ง รวมทั้งในส่วนของโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน จะสามารถรับผู้ป่วยเคสเหลืองได้เพิ่มขึ้น และโรงพยาบาลสนามโรงพยาลราชพิพัฒน์ซึ่งได้เร่งก่อสร้าง Modular ICU เพื่อรับผู้ป่วยสีแดงขณะนี้เปิดรับผู้ป่วยได้แล้วจำนวน 20 เตียง และคาดว่าจะสามารถเปิดรับผู้ป่วยได้ครบ 40 เตียงตามเป้าหมายภายในเดือนก..

"ขณะที่สัดส่วนการครองเตียงในโรงพยาบาลสังกัด กทม. โรงพยาบาลสนาม และ Hospitel ในความดูแลของ กทม. 3,515 เตียง เตียงเสริม 188 เตียง ใช้ไปแล้ว 3,327 เตียง คงเหลือ 366 เตียง คิดเป็นอัตราการครองเตียงร้อยละ 94.65"นายแพทย์สุขสันต์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ หรือ Community Isolation เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีผลตรวจรับรองว่าติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยตกค้าง รวมทั้งป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่กรุงเทพฯในพื้นที่ 6 กลุ่มเขต โดยมีเป้าหมาย 1 เขต 1 ศูนย์พักคอย ขณะนี้จัดตั้งศูนย์พักคอยฯ แล้ว จำนวน 50 แห่ง อยู่ในพื้นที่เขต 47 เขต เปิดบริการแล้ว จำนวน 21 แห่ง รองรับผู้ป่วยได้ 5,781 เตียง

นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งศูนย์พักคอยสำหรับเด็กเพื่อส่งต่อ บริเวณศูนย์สร้างสุขทุกวัยเกียกกาย เขตดุสิต โดยปรับปรุงพื้นที่ชั้น 3 จัดทำเป็นสถานที่ดูแลผู้ป่วยเด็ก สามารถรองรับผู้ป่วยเด็กได้ 52 เตียง แบ่งเป็นชาย 26 เตียง และหญิง 26 เตียง โดยที่ศูนย์พักคอยสำหรับเด็กแห่งนี้ จะมีกิจกรรมและของเล่นตามช่วงวัย เพื่อให้เด็กได้มีกิจกรรมผ่อนคลายในช่วงที่ต้องอยู่ห่างจากพ่อแม่ โดยมีทีมแพทย์จากวชิรพยาบาล เป็นผู้บริหารจัดการผู้ป่วยเด็ก รวมทั้งมีอาสาสมัคร พี่เลี้ยงเด็ก ครูอาสาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และหากมีอาการที่จะต้องเข้ารักษาพยาบาล ก็สามารถส่งเข้าโรงพยาบาลได้ทันที

162686565239