วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

'ถอนตัว' เพื่อไปต่อ ปมร้าว 'ปชป.' รอบใหม่

'ถอนตัว' เพื่อไปต่อ ปมร้าว 'ปชป.' รอบใหม่

หากประชาธิปัตย์ "เลือกพลาด" ไม่ว่าจะเป็นขั้วการเมืองใด ย่อมหมายถึงอนาคต "คน ปชป." จะกลับมายืนบนปากเหวอีกครั้ง

เสียงสะท้อนจาก "อันวาร์ สาและ" ..ปัตตานี ยื่นจดหมายเปิดผนึกลาออกจากตำแหน่ง "รองเลขาธิการ" พรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายในตำแหน่งกรรมการบริหารในวาระ "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" เป็นหัวหน้าพรรคในยุคการร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ

แต่กว่า 2 ปีในสถานการณ์ "เลือดไหล" จากบิ๊กเนมทยอยลาออกจากสมาชิกพรรคไปตั้งรกรากทางการเมืองแห่งใหม่ อาทิ พีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค วรงค์ เดชกิจวิกรม หรือกรณ์ จาติกวณิช ยังเป็นแผลที่สะท้อนเสถียรภาพภายในประชาธิปัตย์มาตลอดในยุค "จุรินทร์" เป็นหัวหน้าพรรค

ที่ผ่านมา "จุรินทร์" มักย้ำถึงเสถียรภาพภายพรรค จะเป็นจุดแข็งให้ประชาธิปัตย์เดินต่อไปได้คู่ขนานกับการจัดทัพเตรียมเลือกตั้งทั้ง 350 เขต ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นขุมกำลังหลักให้ "จุรินทร์" เตรียมเดินหน้าเลือกตั้งใหญ่ครั้งแรกในนาม "หัวหน้าพรรค" กับเป้าหมายจะได้ ..จากเดิม 52 ที่นั่งหรือไม่

ถึงแม้ขณะนี้ "จุรินทร์" กำลังเดินสายทัวร์กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อเร่งสร้างคะแนนนิยมรองรับการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้น แต่สถานการณ์ภายในที่ผ่านมา ยังมีคลื่นใต้น้ำบางส่วนกำลังรอจังหวะเหมาะสมเพื่อกระตุ้นท่าทีของพรรคในการร่วมรัฐบาล 

162644474816

162644485079

แต่ที่ผ่านมาการออกมาพูดของคลื่นบนน้ำอย่าง "อันวาร์" ตลอด 2 ปีมักถูกปฏิเสธข้อเรียกร้องกลับไปทุกครั้ง ตั้งแต่ครั้งที่เคยทำหนังสือถึงฝ่ายบริหารเมื่อ 28 ม.ค.2563 ให้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันให้มีสมาชิกพรรคลาออก หรือสิ่งที่ "อันวาร์" เคยบอกถึงความรู้สึกได้มาจากบุคคลที่ลาออกจากพรรคไปเริ่มรู้สึกอึดอัด และไม่มีความสุขที่จะอยู่กับพรรคต่อไป

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่กลุ่ม ..ในพรรคปีกตรงข้าม "จุรินทร์" มองถึงผลการเลือกตั้งใหญ่เมื่อ 24 มี..2562 ทำให้พรรคประชาธิปัตย์บอบช้ำ สูญเสีย ..ไปหลายคน จึงเป็นโจทย์ที่ประชาธิปัตย์ต้องเร่งถอดบทเรียนให้ "โหวตเตอร์สีฟ้า" กลับมาสนับสนุนประชาธิปัตย์ให้มากกว่าเดิมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เสียงคนกลุ่มนี้มองว่า จากบทบาทพรรคร่วมรัฐบาลต้องไปในทิศทางเดียวกัน แต่ "ประชาธิปัตย์" ยุคนี้ไม่จำเป็นต้องเดินตามพรรคแกนนำทุกเรื่อง บนพื้นฐานว่าประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์อะไรหรือไม่

ขณะเดียวกันหากเจาะไปถึงกลุ่มก้อนภายในประชาธิปัตย์ยังคงแตกออกเป็น 3 ฝ่ายหลักๆ ประกอบด้วย 1.กลุ่มแรกต้องการร่วมรัฐบาลต่อไป 2.กลุ่มสองไม่ต้องการร่วมรัฐบาล และ 3.กลุ่มตรงกลางรอดูสถานการณ์

โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสถานการณ์นอกสภาฯ กดดันให้ประชาธิปัตย์ถอนตัวจากพรรคร่วม จากปัญหาการบริหารงานในสถานการณ์ "โควิด" ภายใต้รัฐบาล พล..ประยุทธ์ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ "คนใน" ประชาธิปัตย์กำลังอ่านสถานการณ์มาโดยตลอด

เพราะการอยู่ในเรือรัฐบาลต่อไปย่อมมีผลต่อคะแนนเสียงในอนาคต แต่หากสละเรือออกมาก็ไม่มีสิ่งใดการันตีว่าประชาธิปัตย์จะกลับมาเป็นรัฐบาลได้อีกครั้ง

ถึงแม้นโยบายประกันรายได้สินค้าเกษตรจะเป็น "ผลงานหลัก" ของประชาธิปัตย์ที่มั่นใจว่าจะได้คะแนนมาเป็นกอบเป็นกำ แต่อีกด้านหนึ่งมีการประเมินด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปยังถูกมองว่าเป็นการแข่งขันระหว่าง "ขั้วทางการเมือง" ซึ่งจะเข้มข้นรุนแรงมากกว่านโยบายปากท้อง

ในฐานะประชาธิปัตย์เป็นพรรคขนาดกลาง ซึ่งเป็น "ตัวแปร" สำคัญต่อทุกกลุ่มการเมืองในการตั้งรัฐบาล ทำให้อีกฝากหนึ่งเสียงจากกลุ่ม .. และอดีต ..ส่วนใหญ่ ยังสนับสนุนให้ประชาธิปัตย์ปักหลักเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป

162644472363

แต่อีกด้านปฏิเสธไม่ได้ว่า ..ในพรรค อาทิ อันวาร์ สาและ พนิช วิกิตเศรษฐ์ พยายามกระตุ้นให้ประชาธิปัตย์ปลดแอกท่าทีการร่วมรัฐบาล เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาธิปัตย์ได้เดินต่อไป โดยไม่เป็นนั่งร้านให้พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะพรรคการเมืองที่เสนอชื่อ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังถูกตั้งคำถามถึงศักยภาพการบริหารประเทศ

แต่สถานการณ์ "โควิด" ขณะนี้แกนนำประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่นิ่งเงียบปล่อยให้รัฐบาลดำเนินการไปตามอำนาจของ "ศบค." เพราะไม่ว่าผลการแก้ปัญหาจะเป็นอย่างไร แรงกดดันจะพุ่งไปที่ผู้มีอำนาจสูงสุดอย่างพล..ประยุทธ์

สถานการณ์โควิดที่ยัง "ล็อกดาวน์" และยกระดับมาตรการหลายจังหวัด ทำให้ .. อดีต .. และผู้สมัครหลายคน ยังไม่เคลื่อนไหวต่อท่าทีประชาธิปัตย์ต่อพรรคร่วมรัฐบาล มีเพียง "อันวาร์" ที่ออกมาประกาศลาออกจากตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่เมื่อไหร่ที่สถานการณ์โควิดมีแนวโน้มดีขึ้น จนนำไปสู่การประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคประจำปี 2564 ได้อีกครั้ง จะได้ยินเสียงสะท้อนที่มาจากทั้ง 3 กลุ่มดังไปถึงฝ่ายบริหารว่า จะ "ปักสมอ" ของประชาธิปัตย์ไปในทิศทางใดในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เพราะหากประชาธิปัตย์ "เลือกพลาด" ไม่ว่าจะเป็นขั้วการเมืองใด ย่อมหมายถึงอนาคต "คน ปชป." จะกลับมายืนบนปากเหวคะแนนความนิยมอีกครั้ง.

162644467889