‘ก.พานิช’ 94 ปีแห่งการสืบทอด ‘ข้าวเหนียวมูน’ ตำรับโบราณ

‘ก.พานิช’ 94 ปีแห่งการสืบทอด ‘ข้าวเหนียวมูน’ ตำรับโบราณ
16 กรกฎาคม 2564 | โดย วลัญช์ สุภากร / ภาพ : วันชัย ไกรศรขจิต
1,243

“ก.พานิช” ผู้สืบทอด “ข้าวเหนียวมูน” ตำรับ “ย่าลี้” ลูกมือห้องเครื่องในรัชกาลที่ 6 ยอมจ่ายค่ามะพร้าวชุมพรคัดอย่างดี จองนาปลูกข้าวเหนียวเขี้ยวงู อ.แม่จัน เพื่อรักษาคุณภาพ

ก.พานิช ร้านขาย ข้าวเหนียวมูน ยืนหนึ่งบนถนนตะนาวในย่านเมืองเก่าบนพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ของกรุงเทพฯ ถึงปีพ.ศ.2564 กล่าวได้ว่า ครองใจนักชิมมายาวนานกว่า 94 ปี หากนับรุ่นย้อนกลับไป ลูกค้ากลุ่มแรกก็รุ่นปู่ย่าตายายของเรา ทุกวันนี้ถ้าอยากกิน ‘ข้าวเหนียวกับมะม่วงสุก ผู้ใหญ่ในหลายบ้านยังคงสั่งลูกหลานให้ซื้อข้าวเหนียว ก.พานิช

ทำไม ข้าวเหนียว ก.พานิช  จึงครองใจนักชิมทั่วไปและนักชิมระดับปรมาจารย์เจ้าของรางวัลมาตรฐานอาหารอร่อย หลายคนบอก “ราคาแพง” แต่ถ้าทราบถึงความใส่ใจในการคัดเลือกวัตถุดิบเพื่อทำข้าวเหนียวมูน ทุกบาทที่คุณจ่ายไป คุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้รับ

สูตรข้าวเหนียวมูน ก.พานิช ที่มัดใจนักชิมมาเป็นระยะเวลายาวนาน เริ่มต้นตรงไหน อย่างไรกันแน่

162642555865

ร้าน ก.พานิช ยังคงไว้ซึ่งลักษณะห้องแถวแบบดั้งเดิมในตึกเก่าบนถนนตะนาว ตั้งแต่เปิดร้านครั้งแรกพ.ศ.2470 ขณะนั้นยังไม่ตั้งชื่อร้าน

162643158812

รูปแบบอักษรป้ายชื่อร้านเมื่อตอนเปิดร้านครั้งแรก ปีพ.ศ.2475 ปัจจุบันเก็บไว้เหนือประตูด้านในร้าน

162643067070

คุณกาบ-คุณสารภี เฉียบฉลาด สองผู้ก่อตั้งร้าน ก.พานิช

@ จากโรงพิมพ์สู่ร้านข้าวเหนียวมูน @

ถ้าจะกล่าวถึงตำนานร้าน ก.พานิช คนสำคัญที่ต้องกล่าวถึงคือนาย กาบ เฉียบฉลาด เจ้าของโรงพิมพ์เล็กๆ ห้องหนึ่งในตึกแถวริม ถนนตะนาว ช่วงระหว่างวัดมหรรณพารามฯ ไปจนถึงแยกสี่กั๊กพระยาศรี ซึ่ง ‘รัชกาลที่ 5 ทรงให้สร้างขึ้นเพื่อให้ชาวพระนครเข้าอยู่อาศัยและเปิดเป็นร้านขายของหาเลี้ยงครอบครัว

ต่อมาเมื่อนายกาบอายุมากขึ้น ก็มีความคิดที่จะเลิกทำโรงพิมพ์ ภรรยานายกาบคือคุณ สารภี ซึ่งมีฝีมือทำอาหาร เคยทำข้าวเหนียวมูนไปฝากคนรู้จักอยู่บ่อยครั้ง ทุกคนที่ได้ชิมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติดี ดังนั้นเมื่อสามีเลิกทำโรงพิมพ์ คุณสารภีจึงทำข้าวเหนียวมูนขายตั้งแต่ปีพ.ศ.2470 ก็ขายดีทันทีเนื่องจากความอร่อย

ต่อมาเมื่อเกิด ‘เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 คุณสารภีจึงคิดตั้งชื่อร้านให้เป็นหลักเป็นฐาน จึงนำ ก. อักษรตัวแรกจากชื่อสามี รวมกับคำว่า พานิช ที่มีความหมายว่า พ่อค้า กลายเป็น ก.พานิช เป็นชื่อร้านข้าวเหนียวมูนตั้งแต่บัดนั้น

คุณกาบและคุณสารภีมีบุตรชายด้วยกัน 2 คน และบุตรสาว 3 คน โดยผู้ซึ่งรับสืบทอดตำรับข้าวเหนียวมูนชื่อดังแห่งพระนครต่อจากคุณสารภีมาจนถึงวันนี้คือคุณ พาณี เฉียบฉลาด ซึ่งสมรสกับบุตรชายคนโตของคุณกาบ ขณะนี้คุณพาณีอายุ 78 ปี

162642678539

ข้าวเหนียวมูน ก.พานิช กับมะม่วงสุก

@ ก.พานิช ข้าวเหนียวมูนตำรับชาววัง @

คุณสารภีได้วิชาการทำอาหารจาก คุณย่าลี้ แม่ของคุณกาบ คุณพาณีกล่าวว่า บุตรสาวคนโตของคุณกาบซึ่งมีสามีเป็น ‘พระยาถวายงานใกล้ชิดในรัชกาลที่ 6 เคยเล่าให้ฟังว่า คุณย่าลี้เป็นลูกมือในห้องเครื่อง ท่านทำอาหารและขนมเป็นหลายอย่าง ไม่ว่าจะทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมหม้อแกง ฝีมือการทำอาหารของคุณสารภีก็ได้มาจากคุณย่าลี้ซึ่งจำมาจากในวัง รวมทั้ง สูตรการทำข้าวเหนียวมูน ที่เดิมทีใช้วิธีการตวงโดยไม่ชั่งน้ำหนัก แต่ได้รับการกำหนดสัดส่วนไว้อย่างลงตัวต่อขนาดอ่างที่ใช้มูนข้าวเหนียว นอกจากรสชาติดี ยังสามารถวางไว้ที่อุณหภูมิห้องปกติได้ 3 วันโดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น ข้าวเหนียวก็ยังไม่เสีย ทั้งๆ ที่ไม่ใส่สารกันบูดแต่อย่างใด

“ตัวดิฉันเคยถามกับคุณแม่ ทำไมไม่ทำข้าวเหนียวอ่างใหญ่กว่านี้ มันหมดไว ออกมาปุ๊บหมดแล้ว แม่บอกแม่เคยทำแล้วลูก แต่ไม่ดี สูตรย่าลี้ต้องอย่างนี้ถึงจะพอดี สัดส่วนข้าวเหนียว น้ำตาล เกลือ จะต้องแค่นี้ กะทิต้องแค่นี้ ทำแล้วสัดส่วนจะพอดีกัน ท่านลองมาทุกอย่างแล้ว ถ้าทำมากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ต่ออ่างก็ไม่ดี...

เรากับคุณแม่ก็มาดูมาคิด จริงนะสัดส่วนเขาอย่างนี้ทำให้ของอยู่ได้นาน ข้าวเหนียวที่นี่อยู่ได้สามวันนะคะ ไม่ต้องเข้าตู้เย็นเลย อยู่ในอุณหภูมิห้องปกติ ไม่ใช่วางกลางแดด อยู่บนโต๊ะอาหารเอาฝาชีครอบเอาไว้ ไม่เสีย แต่จะไม่อร่อยเท่าร้อนๆ เท่านั้น ถ้าร้อนๆ ข้าวเหนียวจะนิ่มนวล ถ้าอยู่หลายวันก็จะมีความแห้ง บูดไหมเสียไหม..ไม่เสีย ก็จะกินเหมือนข้าวหลาม เป็นสัดส่วนที่ผู้ใหญ่ให้ไว้ ก็ดำเนินมาตลอด”

162642988969

ขนาดอ่างของการทำข้าวเหนียวมูนต่อการหุงและมูนกะทิแต่ละครั้ง สัดส่วนที่พอดีของ "ย่าลี้"

ข้าวเหนียวเมื่อหุงสุกแล้ว ก็จะใส่น้ำกะทิที่ปรุงรสชาติไว้แล้วลงไป แล้วใช้ พาย กวน และตีข้าวเหนียวกับกะทิให้เข้ากัน การทำแบบนี้เรียกว่า ‘มูน เสร็จแล้วก็ปิดอบเอาไว้ แต่ ก.พานิช เมื่อมูนข้าวเหนียวเสร็จ สามารถยกออกมาขายได้เลย ไม่ต้องรออบ เพราะสัดส่วนที่พอดีกันที่ คุณย่าลี้ คิดไว้ให้

คุณพาณีเล่าให้ฟังด้วยว่า เดิมทีคุณสารภีก็ใช้วิธี ตวง วัตถุดิบต่างๆ ตามที่คุณย่าลี้สอนไว้ ใช้ทั้งทะนาน ชามอ่าง ถ้วย จาน ชาม ใช้อะไรตวงสิ่งใดก็ทำตามนั้น

“เราก็มอง น้ำหนักมือคนเราไม่เท่ากัน เราตักน้ำตาล ตักเบาตักหนักมันก็ไปแล้ว บอกแม่..แบบนี้หนูว่าไม่ดีนะ แม่ตวงให้หนูดูดีกว่าแล้ววางตาชั่ง ฉันก็จำตาชั่ง ทุกวันนี้ทุกอย่างชั่งหมด ถึงได้เป๊ะๆ ต้องรักษาให้ได้อย่างนั้น เราจะทำเราก็ต้องศึกษา..

ฉันได้อยู่กับคุณแม่ประมาณปีครึ่ง ได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมา แล้วท่านก็เสีย คุณแม่เป็นคนแข็งแรงมาก สมัยก่อนใช้พายมูนข้าวเหนียว วันสุดท้ายที่ท่านจะเจ็บท่านยังมูนข้าวเหนียวไหวอยู่เลย พรุ่งนี้ท่านก็ล้มเจ็บ ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ท่านก็เสีย”

162642718875

ข้าวเหนียวเขี้ยวงู อ.แม่จัน เมล็ดยาวเรียวสวย

@ จองเฉพาะ "นาข้าวเหนียวเขี้ยวงู" แม่จัน @

วัตถุดิบในการทำข้าวเหนียวมูน คุณย่าลี้ดูตั้งแต่ เมล็ดข้าว ที่ต้องเรียวยาว ขาว สะอาด คนละประเภทกับข้าวเหนียวเมล็ดอ้วนสั้นที่ใช้รับประทานกับลาบ และต้องไม่มีเมล็ดข้าวสารปน ซึ่งจากประสบการณ์คัดข้าวเหนียวมาแล้ว 50 ปี หลังจากดูด้วยสายตาและใช้มือสัมผัส ก็จะรู้ทันทีข้าวเหนียวนี้มีข้าวสารปนมาหรือไม่

นอกจากลักษณะเมล็ดข้าวที่สวยงามแล้ว ‘ก.พานิชยังเลือกใช้เฉพาะ ข้าวเหนียวเขี้ยวงู อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ตามที่คุณย่าลี้สั่งสอนไว้ เคยมีคนพยายามส่งข้าวเหนียวจากแหล่งอื่นมาให้ลองใช้ แต่เมื่อหุงและมูนแล้ว คุณภาพผิดไปจากเดิม ใช้ไม่ได้

“เรามีเจ้าประจำของเรา แต่ขนาดเจ้าประจำก็เฉ่งกันทุกครั้งที่สั่งของ ต้องดูค่ะ บางทีเขาก็จะแซมอะไรมา พ่อค้าเขาก็มีเหลี่ยมเขา เราก็มีวิธีของเราเหมือนกัน คือส่งมา คุณขนกลับไปเลย หลายๆ สิบกระสอบคุณก็ขนกลับไป ฉันไม่เอา ใช้ไม่ได้ ถ้าจะขายฉัน ต้องเอาอีกอย่างหนึ่งมา” คุณพาณีกล่าว

นอกจากเจาะจงเลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูแม่จัน คุณพาณียังจองไปถึง ผืนนาปลูกข้าวเหนียว ซึ่งก็มีเหตุผล

“ผืนนาข้าวเหนียวที่แม่จันที่ดิฉันจองไว้ เขาจะปลูกแต่ข้าวเหนียว ไม่มีการปลูกข้าวเจ้า ถ้าปีนี้คุณหว่านข้าวเจ้าลงไป ปีหน้าคุณปลูกข้าวเหนียว เราไม่เอา เพราะข้าวเจ้าต้องแซมขึ้นมา พอคุณเกี่ยวปุ๊บ ต้องปนมาในข้าวเหนียว ข้าวเหนียวที่มีข้าวเจ้าปนเวลานำมาหุง ข้าวเหนียวเละแล้ว ข้าวเจ้ายังไม่สุกเลย”

วัตถุดิบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ มะพร้าว ที่นำมาคั้นกะทิ ก็ต้องคัดสรรความอ่อนแก่เป็นการเฉพาะอีกเช่นกัน

“มะพร้าวถ้าแก่เกินจะมีจาวมะพร้าวอยู่ข้างใน น้ำมะพร้าวที่อยู่ในลูกมะพร้าวจะทำเนื้อมะพร้าวบูด เอามาคั้นปุ๊บ กลิ่นจะไม่ดี ต้องตกลงกับร้านมะพร้าวเลยว่าแบบนี้เราไม่ใช้นะ อย่าเอามาให้เรา ให้มาฉันรู้ว่ามันไม่ได้แล้ว คิดฉันแพงฉันไม่ว่า เราเจาะจงใช้มะพร้าวจากชุมพร มันเขาจะดี คั้นกะทิแล้วหอมหวาน เนื้อมะพร้าวต้องหนาๆ ต้องแก่จัดๆ ไม่จัดเราไม่เอา คั้นออกมาเรารู้เลย กะทิจะไม่ดี เรามีร้านประจำที่จะขูดมะพร้าวให้เรา แล้วเรามาคั้นเอง น้ำตาลเหมือนกัน ถ้าไม่สะอาดเราก็ไม่เอา ทะเลาะกับร้านเป็นประจำ ถ้าไม่ดี เราตีคืน เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเหล่านี้พอมาประกอบกันแล้ว จึงเป็นข้าวเหนียวมูนที่ดี” คุณพาณีกล่าว

162642731214

พาณี เฉียบฉลาด ผู้สืบทอดข้าวเหนียวมูนร้าน ก.พานิช

@ พาณี เฉียบฉลาด : ยืนหนึ่งมือมูนข้าวเหนียว ก.พานิช @

เดิมคุณพาณีรับราชการครู หลังจากสมรสได้ไม่นาน คุณสารภีซึ่งเริ่มมีอายุแล้วก็เอ่ยปากขอให้ช่วยสืบทอดร้าน ก.พานิช

“ใจหายเลย เราไม่เคย เช้ามาเราก็แต่งตัวไปสอนหนังสือที่โรงเรียน เจอเพื่อนเจอเด็กนักเรียน จู่ๆ คุณแม่บอกให้ทำอย่างนี้ ก็บอกท่านว่า อย่าเพิ่งให้หนูรับเลย หนูขอคิดดูก่อน เราต้องคิดเยอะ เพราะทำแล้วต้องไม่ให้ชื่อร้านเสีย ถ้าเราทำแล้วทำไม่ดี คุณแม่ทำไว้ตั้งสี่-ห้าสิบปี เราต้องรู้ตัวว่าเราจะทำได้หรือทำไม่ได้ ขอชั่งใจก่อน ตอนนั้นดิฉันก็มีลูกหนึ่งคนแล้ว จากเราทำงานกินเงินเดือน ต้องออกมาดูแลลูกน้องอีกตั้งหลายคน เราจะไหวไหม ตอนนั้นดิฉันก็เพิ่งอายุยี่สิบกว่าๆ...  

คิดไปคิดมาก็จริงอย่างที่แม่ว่า เงินเดือนใช้เดือนหนึ่งก็หมด ถ้าแม่อยู่ ลูกไม่ต้องห่วง แม่เลี้ยงให้ ถ้าเกิดไม่มีแม่ล่ะ ลูกจะเอาอะไรเรียน สามีดิฉันก็กินเงินเดือนเป็นทหาร...

แม่บอกถ้าหนูไม่เอา ร้าน ก.จบเลยนะ ไม่มีใครสืบทอด ได้ยินแบบนี้เราสะดุ้ง คิดอยู่ได้ประมาณครึ่งเดือน ก็เลยบอกคุณแม่ว่าหนูรับ ก็ลาออกจากงานเลย แปลงร่างเป็นแม่ค้า ศึกษาและทำทุกอย่าง คุณแม่สอนตั้งแต่การคั้นกะทิ ซาวข้าว คนโบราณไม่สอนเป็นตัวหนังสือ แต่สอนด้วยการทำทุกอย่าง”

@ ข้าวเหนียวอร่อย มะม่วงคัดพิเศษ @

ในอดีต ก.พานิช ขายมะม่วงสุกด้วย คุณพาณีเป็นผู้ออกไปหาซื้อมะม่วงด้วยตนเอง ไปทุกที่ที่มีมะม่วงในกรุงเทพฯ ทั้งตลาดมะม่วงมหานาค ปากคลองตลาด ตลาดรถไฟเป็นมะม่วงที่มาจากเพชรบุรี มาทางเรือก็แถบวัดกัลยาฯ

“เมื่อก่อนเราขายข้าวเหนียวกว่าหวดสุดท้ายจะออกคือสามทุ่ม กว่าจะเก็บล้างอย่างเร็วห้าทุ่ม นอนแป๊บเดียว ตีสองตีสามฉันต้องออกไปหามะม่วงอีกแล้ว ต้องไปคัดมะม่วงเองเอาเข้ามาขาย เอาไฟฉายส่องทีละลูกก็เอา ต้องคัดอย่างนั้น คุณแม่สอนไว้มะม่วงต้องคัดนะ อย่าให้เสียชื่อเรานะ ซื้อเป็นเข่งๆ ซื้อตั้งแต่ลูกละหกสลึงสมัยนั้น ถ้ามะม่วงดีก็ยกเอามา ขายหมดวันต่อวัน ก.พานิชเอามาเมื่อไหร่ คนก็เอา”

162642768964

แผงขายมะม่วงสุกที่คุณพาณี เฉียบฉลาด ยินดีให้มาวางขายข้างๆ ร้านโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

คุณพาณีเล่าว่า หลังจากมีลูกอ่อนก็ไม่มีเวลาออกไปคัดมะม่วงสุกเข้าร้าน พอดีเริ่มมีแม่ค้ามะม่วงมาเร่ขายนั่งหน้าร้าน แอบนั่งขายตรงนั้นตรงนี้บ้าง ก็บอกไม่ต้องแอบขาย อยากขายมะม่วงขายเลยโดยไม่ได้เก็บเงินค่าที่ อยากเข้าห้องน้ำก็มา คนไทยด้วยกันช่วยเหลือกันได้ก็แบ่งปันกัน เพียงแต่ขอให้คัดมะม่วงมาอย่างดีเพื่อลูกค้า แผงมะม่วงสุกที่เห็นวางขายอยู่ข้างๆ หน้าร้าน ก.พานิช คือแม่ค้ามะม่วงที่คุณพาณีให้นั่งขายหน้าร้านมานานกว่า 50 ปีแล้ว

วันไหนโชคดี ไปซื้อข้าวเหนียวแล้วเห็นมะม่วงสุกวางขายอยู่ในร้าน หมายความว่าวันนั้นคุณพาณีมีเวลาหรือนึกครึ้มอกครึ้มใจออกไปคัดมะม่วงสุกด้วยตัวเอง ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเป็นมะม่วงสุกที่คัดมาอย่างดี

“เมื่อก่อนมะม่วงกินกับข้าวหนียวให้อร่อยต้อง ‘อกร่อง’ ของดำเนินสะดวก รสเขาจะแหลม แต่ถ้าเป็นคนจีนจะชอบน้ำดอกไม้ เนื้อเยอะ แต่ฉันว่ารสหวานจะอ่อนกว่าอกร่อง แต่อกร่องเนื้อจะเป็นเสี้ยนหน่อย คนอาจจะไม่ชอบแบบนี้ แต่ตัวดิฉันเองฉันชอบ ถ้าอกร่องหวานๆ ฉันถึงจะทาน” คุณพาณีตอบเมื่อถามว่ามะม่วงอะไรจึงจะเหมาะกับการกินข้าวเหนียวมูนให้อร่อย

162643004976

ข้าวเหนียวมูนชุดละครึ่งกิโลกรัม พร้อมจำหน่าย

@ เซตข้าวเหนียวมูน และขนมไทยประเภทต่างๆ @

เนื่องจากการจอดรถริมถนนตะนาวทำได้แป๊บเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการซื้อข้าวเหนียว ร้าน ก.พานิช จึงห่อข้าวเหนียวมูนแล้วจัดใส่ถุงกระดาษไว้เป็นถุงๆ ถุงละ ครึ่งกิโลกรัม ราคา 110  บาท พร้อมน้ำกะทิและถั่วทอง จอดรถปุ๊บอยากซื้อกี่กิโลก็ทำได้ในเวลารวดเร็ว หรือคิดว่าครึ่งกิโลมากไป ก็มีขนาดย่อมลงมาเป็นกล่อง ข้าวเหนียวมูน 2 ขีด ราคา 50 บาท พร้อมน้ำกะทิและถั่วทองครบเซต

นอกจากข้าวเหนียวมูน ร้าน ก.พานิช ยังมีขนมไทยน่ากินขายอีกหลายอย่าง จัดเป็นกล่องไว้ให้เรียบร้อย เช่น ข้าวเหนียวหน้าสังขยา ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ข้าวเหนียวหน้าปลาแห้ง กล่องละ 45 บาท หรือจะซื้อเฉพาะสังขยา หน้ากุ้ง หน้าปลาแห้ง ก็มีขาย กระปุกใหญ่ 40 บาท เฉพาะหน้าปลาแห้งมีกระปุกเล็ก 30 บาท

162643058019

ชุดข้าวเหนียวทุเรียนน้ำกะทิ ก.พานิช

หน้าทุเรียนแบบนี้ก็มี ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียว 2 ขีด เนื้อทุเรียนสด น้ำกะทิทุเรียน 1 กระปุก น้ำกะทิ 1 กระปุกเล็ก ราคาชุดละ 135 บาท

ขนมที่ไม่อยากให้พลาดชิมอีกอย่างคือ ขนมถ้วยตะไลสี่ชั้น คือขนมแบบเดียวกับที่นึ่งในถ้วยตะไล แต่นึ่งในถ้วยทรงสี่เหลี่ยมที่สั่งทำพิเศษทำให้ขนมถ้วยมีความสูง ใน 1 กล่องมี 6 ถ้วย ราคา 60 บาท รสชาติดีทีเดียวไม่หวานมาก นอกจากนี้ยังมี ขนมกล้วย 8 ชิ้น/กล่อง ราคา 40 บาท, ข้าวเหนียวตัด(ข้าวเหนียวหน้านวล) 6 ชิ้น/กล่อง ราคา 60 บาท, ข้าวต้มผัด ขนมฟักทอง ขนมเหนียว ขนมต้ม  ขนมใส่ไส้ ถั่วแปบ ขนมผิง ข้าวตังหน้าหมูหยอง ขนมปังหน้ากระเทียม ท็อฟฟี่โบราณ ฯลฯ

162643092673

ขนมถ้วยตะไลสี่ชั้น

162643108370

ขุดข้าวเหนียวสังขยาพร้อมน้ำกะทิ

162643115179

ขนมผิง ขนมปังกระเทียมอบเนย ท็อฟฟี่ถั่วโบราณ ทองม้วนข้าวกล้อง

คุณพาณีบอกว่าข้าวเหนียวมูนของ ก.พานิช เริ่มทำตั้งแต่เวลา 04.00 น. กะทิก็คั้นก็ตอนตีห้า ข้าวเหนียวมูนอ่างแรกออกขายได้เวลา 07.00 น. ช่วงเวลาโควิดระบาดแบบนี้จากที่เคยปิดร้านสามทุ่มก็ปิดเร็วขึ้นเป็น 18.00 น. และปิดร้านทุกวันอาทิตย์

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 คุณพาณี กล่าวว่าร้านกระทบไม่มาก เนื่องจากไม่ได้เปิดนั่งรับประทานในร้านอยู่แล้ว ทั้งหมดเป็นการซื้อกลับไป เพียงแต่คนมาน้อยลง นักท่องเที่ยวหายไป แต่ลูกค้าเก่ายังคงมาอยู่เรื่อยๆ และปิดร้านเร็วขึ้น

“คนทำก็อายุมากๆ กันแล้ว เมื่อก่อนอ่างสุดท้ายมูนออกสามทุ่ม แต่เดี๋ยวนี้ให้ทำถึงสามทุ่มก็ไม่เอาแล้วค่ะ อาจจะทำได้ปีนี้ปีเดียว ปีหน้าอาจไม่เห็นคนทำแล้ว มันเหนื่อย ไม่ไหว บางคนที่เป็นลูกน้องก็เป็นพี่เลี้ยงลูก อยู่กันมา 40-50 ปี ตอนนี้เศรษฐกิจแบบนี้ด้วย คนก็น้อยลง เอาน่ะยืดอายุเราไปอีกหน่อย ถือว่าได้พักผ่อนกันมากขึ้นอีกนิด จะได้ทำให้คนกินไปนานๆ หกโมงเย็นเราเลิกแล้ว นอกจากคุณต้องการซื้อจริงๆ โทร.มา เราเก็บไว้ให้ได้ไม่เกินหนึ่งทุ่มหนึ่ง เด็กเขาก็จะปิดร้านกันแล้ว”

162643177669

สังขยา หน้ากุ้ง หน้าปลาแห้ง สำหรับต้องการซื้อเพิ่มเติม

162643193296

ข้าวเหนียวตัด มีหลากหลายหน้าให้เลือก

162643198838

ขนมกล้วยเนื้อเนียน

ก่อนการสัมภาษณ์จะจบลง คุณภาณี เฉียบฉลาด เป็นตัวแทน ก.พานิช กล่าวจากใจว่า

“ขอบคุณบรรดาท่านที่มาอุดหนุน ที่ยังไม่ลืม ก.พานิช เราก็จะพยายามรักษาชื่อเสียง รักษาคุณภาพของเราให้ดีอย่างนี้ตลอดไป จะไม่ทำให้ชื่อเสียง ก.พานิช สูญหายไปและก็ให้รสชาติเหมือนเดิม ตอนนี้เราได้มิชลินสามปี (บิบ กูร์มองด์ 2019-2021) เราก็พยายามรักษาชื่อเสียงให้คงที่คงเดิม วัตถุดิบที่ใช้เราก็ใช้เหมือนเดิมทุกอย่าง แพงยังไงเราก็สู้ ขอให้เป็นของดี”

คุณพาณียังเปิดใจไว้ช่วงหนึ่งด้วยว่า ตอนนี้กำลังหว่านล้อมลูกหลานให้เข้ามาเรียนรู้เคล็ดลับต่างๆ เพื่อสืบทอดข้าวเหนียวมูนตำรับย่าลี้

เชื่อว่าแฟน ก.พานิช คงเอาใจช่วยให้คุณพาณีทำสำเร็จเร็ววัน เพื่อที่วันใดผ่านไปยังถนนตะนาว ร้านที่เชื่อมโยงคนรุ่นต่อรุ่นในครอบครัวจะคงอยู่ไปอีกนานเท่านาน

162642792530

ร้าน ก.พานิช (ร้านดั้งเดิมบนถนนตะนาว)
จุดเด่น : ข้าวเหนียวมูนและขนมไทยตำรับชาววัง
ประเภทอาหาร : ข้าวเหนียวมูน, ขนมไทยโฮมเมด
เมนูเด็ด : ข้าวเหนียวมูน, น้ำกะทิ, ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน, ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง, ขนมถ้วยตะไลสี่ชั้น, ข้าวต้มผัด, ท็อฟฟี่โบราณ, ขนมผิง
บริการดีลิเวอรี่ : Grab, Gojek, Line @korpanich 
ที่อยู่ : 431-433 ถนนตะนาว เยื้องศาลเจ้าพ่อเสือ, พระนคร, กรุงเทพฯ 10200
เวลาเปิดบริการ : 07.00-18.00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และตามมาตรการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หากหยุดเพิ่มเติมจะแจ้งผ่าน เฟซบุ๊ก ก.พานิช

* * * * *

ติดตามคอลัมน์ "50 ปีอร่อยเหมือนเดิม" ได้ทุกวันศุกร์ ทางไลฟ์สไตล์ @Taste

ร้านที่คุณอาจสนใจ

ปั้นลี่ : บ้านขนมปังไส้หมูแดง 70 ปีบนถนนเจริญกรุง
เรือนเพชรสุกี้ : 53 ปี สุกี้โบราณตำรับไห่หนานบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่
ทิพย์รส : ตำนานบทใหม่ 51 ปี ไอศกรีมไทยย่านเตาปูน
ฮกกี่ : ห่านพะโล้ตำรับซัวเถา 55 ปีสุดลือลั่นย่าน 'บรรทัดทอง'

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง