คุณภาพชีวิต-สังคม

เช็คก่อนใช้! 'Rapid Antigen Test' ชุดตรวจโควิด-19 แบบเร่งด่วน ที่อย. รับรอง

เปิดรายชื่อ 24 บริษัท ที่ได้รับการอนุญาตให้ผลิต-นำเข้า "Rapid Antigen Test" ชุดตรวจ "โควิด-19" แบบเร่งด่วนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 

ภายหลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข จะพิจารณาปลดล็อก "Rapid Antigen Test" ชุดตรวจ "โควิด-19" หลังจากที่ กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีมติเห็นชอบเรียบร้อยแล้วนั้น ในขณะนี้ และจะเปิดขาย Rapid Antigen Test Kit ให้ประชาชนซื้อไปใช้ตรวจเองที่บ้าน จาก 24 บริษัทที่ผ่านการรับรองจาก อย.โดยมีคู่มือแนะนำการใช้มอบให้ด้วย และจะดำเนินการตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม เป็นต้นไป

"Rapid Antigen Test" เป็นชุดตรวจหาเชื้อไวรัส "โควิด-19" แบบเร่งด่วน ด้วยวิธีการเก็บตัวอย่างจากทางจมูก และน้ำลายให้เป็นชุดตรวจเชื้อ ทำได้ง่าย รู้ผลเร็ว เพื่อลดการแออัด และปัจจุบัน ที่หลายโรงพยาบาลปฏิเสธ การตรวจโควิด-19 สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป คลีนิก โดยคาดว่าจะมีราคาอยู่ที่ชุดละ 300-400 บาท 

บทความที่เกี่ยวข้อง :  ‘Rapid Antigen Test’ ไม่เท่ากับ ‘Rapid Antibody Test’ อย่าสับสน!

สำหรับรายชื่อชุดตรวจ "โควิด-19" ที่ได้รับการอนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้าจาก อย. ปัจจุบัน จำนวน 24 บริษัท ดังนี้

162601081280

162601083129

162601084086

162601084951

162601085873

ขณะที่ ความคืบหน้าเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 11 ก.ค. 2564 นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ชุดตรวจ “Rapid Antigen Test Kit” เป็นการตรวจแบบสว็อปคล้าย ๆ RT-PCR โดยก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้ใช้เฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ ที่เรียกว่า Professional Use ซึ่ง อย.อนุญาตให้บริษัทจำนวน 24 ยี่ห้อ จำหน่ายให้สถานพยาบาล ทั้งรัฐและเอกขน หรือคลินิก เทคนิคทางการแพทย์ ล่าสุดได้ปรับรูปแบบการใช้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงมากขึ้น โดยเรียกว่า “Rapid Antigen Test Kit” แบบ Home Use สามารถใช้ทดสอบด้วยตนเอง ซึ่งแบบ Professional Use อย. อนุมัติ 24 ยี่ห้อ แต่การจะเปลี่ยน Professional Use ให้ประชาชนใช้ได้เอง ต้องมีการปรับรูปแบบให้เหมาะสม

การอนุมัติดังกล่าว มีการประชุมหารือไปแล้ว ในการประชุมคณะกรรมการเครื่องมือแพทย์ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุม เมื่อเลขาฯ อย.ลงนาม แล้วจะนำเสนอต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในวันพรุ่งนี้ (12 กรกฎาคม) หลังจากนั้น รอประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป