ธุรกิจ

ห้างร้าน-ศูนย์การค้า ปรับเวลาบริการ 12 ก.ค.พร้อมเสริมทัพ'ออนไลน์'ส่งตรงถึงบ้าน

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และสมาคมศูนย์การค้าไทย ขานรับมาตรการ "เปิด-ปิด" ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และร้านค้าปลีก ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล มีผล 12 ก.ค.

จาก คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) เรื่อง มาตรการ 14 วัน ปรับเวลาเปิด-ปิดร้านสะดวกซื้อ ระบบขนส่งสาธารณะ สวนสาธารณะ และการกำหนดข้อกำหนดและข้อปฎิบัติ ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค. 2564

โดยจะให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 ก.ค. 2564 กำหนดให้มีการจัดพื้นที่ยกระดับควบคุม และกำหนดมาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน เฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจำกัดการเดินทางของประชาชนทั้งออกจากบ้านและข้ามจังหวัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยขอความร่วมมือจากประชาชนงดการเดินทางโดยไม่จำเป็น ยกเว้นการจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค การไปโรงพยาบาล ฉีดวัคซีน หรือมีความจำเป็นที่จะต้องออกไปทำงาน

นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย และ นายนพพร วิฑูรชาติ นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย ร่วมกันเปิดเผยว่า ทั้ง 2 สมาคม พร้อมที่จะขานรับมาตรการของ ศบค. และปฎิบัติตามมาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังต่อไปนี้

1.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดให้บริการเฉพาะ

1.1 ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านขายยาและ เวชภัณฑ์ ร้านจำหน่ายเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ การก่อสร้าง ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ไปรษณีย์ และพัสดุภัณฑ์ ที่เปิดดำเนินการในศูนย์การค้าจะปิดให้บริการ 20.00 น.

1.2 ธนาคาร สถาบันการเงินหรือธุรกิจหลักทรัพย์ รวมถึงสถานที่ฉีดวัคซีนหรือบริการทางการแพทย์ และการสาธารณสุขอื่น ๆ ที่ดำเนินการในศูนย์การค้าจะปิดให้บริการ 17.00 น.

1.3 ร้านอาหาร หรือเครื่องดื่ม ที่จำหน่ายในศูนย์การค้า ให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่นได้เท่านั้น 

2. ไฮเปอร์มาร์ท แคช แอนด์แครี่ ที่ตั้งนอกศูนย์การค้า เปิดตามปกติ และปิดให้บริการ 20.00 น

3. ร้านค้าสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ตที่ตั้งอยู่นอกศูนย์การค้า เปิดให้บริการ 04.00-20.00 น.

4. หากมีประกาศของจังหวัดอื่นใด นอกเหนือจากนี้ ให้ปฎิบัติตามประกาศตามจังหวัดนั้นๆ

162591938632

 

ที่ผ่านมาทั้ง 2 สมาคมได้ให้การสนับสนุนพื้นที่จุดฉีดวัคซีน พร้อมระบบรองรับการปฎิบัติการทั้งระบบ (Total Solution) เพื่อเป็นการเร่งการฉีดวัคซีนให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง รวมทั้งได้ยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขชั้นสูงสุด และมอบความปลอดภัยให้กับทุกคน และในครั้งนี้

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และสมาคมศูนย์การค้าไทย ในฐานะตัวแทนของสมาชิกภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการค้าปลีกทั่วประเทศ ยืนยันว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกมีความพร้อมที่จะเสริมการบริการด้วยช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้ได้อย่างสะดวกและง่ายดายทุกที่ทุกเวลา

โดยในส่วนของซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเปิดให้บริการ เรามีการบริหารการจัดการสต็อกสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าจำเป็น ที่ใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อลดความกังวลเรื่อง สินค้ามีไม่เพียงพอ

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และสมาคมศูนย์การค้าไทย พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมฝ่าฟัน และเชื่อว่าความร่วมมือกันในครั้งนี้จะทำให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤติโควิดครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน