วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2569

Login
Login

ครม. ซื้อวัคซีน ต้องสื่อสารประชาชน

หลัง ครม.เห็นชอบให้จัดหาวัคซีน "ไฟเซอร์" และ "โมเดอร์นา" เพิ่มเติม ทำให้คนไทยใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อกังขาตามมา เพราะ ครม. ดันเห็นชอบโครงการจัดหาวัคซีน "ซิโนแวค" เพิ่มอีก 10.9 ล้านโด้ส

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 6 ก.ค.64 อนุมัติโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ครั้งสำคัญ ประกอบด้วย "ไฟเซอร์" วัคซีนหลัก โดย กระทรวงสาธารณสุข มอบหมายอธิบดีกรมควบคุมโรค ดำเนินการและนำข้อสังเกตของอัยการสูงสุดไปการเจรจาจัดหา 20 ล้านโด้ส

รวมถึงการรับมอบวัคซีนบริจาคจากรัฐบาลสหรัฐอีก 1.5 ล้านโด้ส ครม.ยังเห็นชอบจัดซื้อ "โมเดอร์นา" วัคซีนทางเลือกโดยซื้อกับเอกชน ดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุข ผ่านองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ยังไม่ได้ระบุจำนวน เนื่องจากรอยืนยันยอดจัดซื้อ

ครม.ทำตามที่หลายฝ่ายเรียกร้องและคาดการณ์ แต่ยังมีการพ่วงโครงการจัดหาวัคซีน "ซิโนแวค" อีก 10.9 ล้านโด้ส วงเงิน 6,111 ล้านบาท อ้างว่าเป็นตามข้อเสนอของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ท่ามกลางสถานการณ์ที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามว่า ทำไมจึงยังคงพุ่งเป้ายี่ห้อซิโนแวค ทั้งๆ ประสิทธิภาพลดลงจากการกลายพันธุ์ของโควิด ราคาที่ค่อนข้างแพงเมื่อเปรียบเทียบกับชนิดอื่นๆ

ที่สำคัญรัฐบาลยังไม่ทันชี้แจงข้อกังขาเหล่านั้น กลับเดินหน้าจัดหาเพิ่มเติม โดยไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลคัดค้าน ประชาชนได้แต่ตั้งคำถามว่าการที่ ครม. ยอมทำตามข้อเรียกร้องให้ไฟเซอร์เข้ามา จะต้องแลกกับการสั่งซื้อซิโนแวคเพิ่มเติม

ซิโนแวค ผลิตโดยบริษัทซิโนแวค สัญชาติจีน วัคซีนเชื้อตายที่มีชื่อเป็นทางการว่า โคโรนาแวค ใช้เทคโนโลยีดั้งเดิม ผ่านการศึกษาในคนระยะที่ 1, 2 และ 3 ในบราซิล ตุรกี อินโดนีเซีย และชิลี

โดยประสิทธิภาพวัคซีนอ้างอิง เมื่อวันที่ 13 ม.ค.64 ณ ศูนย์ชีวการแพทย์บูทันทัน ในบราซิล ระบุว่าอยู่ที่ 50.4% ก่อนที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จะรับรองในที่สุด ปัจจุบัน ครม. อนุมัติจัดซื้อล็อตแรก 2 ล้านโดส ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.64 ต่อมาสั่งซื้ออีกหลายครั้ง รวม 19.5 ล้านโดส นำเข้ามาแล้ว 10.5 ล้านโดส 

เราเห็นว่าภาพรวมของซิโนแวค หากรัฐบาลมีการสื่อสารข้อมูลให้กับประชาชนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน คงไม่มีใครคัดค้าน เนื่องจากความต้องการในประเทศสูงมาก หากเทียบกับจำนวนวัคซีน

แต่จากความล้มเหลวด้านการสื่อสาร ความล่าช้าในการฉีด ความแตกแยกระหว่างหน่วยงานรัฐ และเกมการเมืองระหว่างพรรคร่วม รวมถึงพรรคฝ่ายค้าน ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจ นำไปสู่ข้อกังขาในผลประโยชน์จากการเลือกชนิดและจำนวนวัคซีนในที่สุด ความโปร่งใสคือคำตอบ ในการดึงความเชื่อมั่นของคนไทยให้กลับคืนมา

การฉีดวัคซีนยังไม่ถึงครึ่งทาง คงไม่สายเกินไปหากรัฐบาลจะปรับปรุงการทำงานด้านการสื่อสาร

ข่าวดีล่าสุด.. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มอบหมายให้จากนี้ไป ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาด้านสาธารณสุข ออกมาชี้แจงกับคนไทยทุกสัปดาห์ เริ่มวันแรกคุณหมอบอก ประเทศไทยได้เข้าสู่การระบาดในระลอก 4 เรียบร้อยแล้ว

หลายคนได้ยินแล้วอาจจะตกใจ แต่เมื่อสติกลับคืนมาแล้วนำไปปฏิบัติ เชื่อว่าช่วยลดการระบาดโควิดได้ดีกว่าไม่ทราบข้อเท็จจริง เราเห็นว่า ศบค. ควรทบทวนการสื่อสารในทุกมิติ เพื่อลบข้อครหา โดยเฉพาะข้อสงสัยในสังคมว่าการจัดหาวัคซีนแอบแฝงผลประโยชน์และค่าคอมมิชชั่น วันนี้ ประชาชนยังไม่ได้คำตอบ