ไลฟ์สไตล์

Life of พาย : ชีวิตที่แค่ไม่ทุกข์ก็สุขแล้ว

ขณะที่คนมากมายกำลังพยายามวิ่งหนีความทุกข์ ชีวิตของ “พาย ภาริอร” กลับเลือกที่จะอยู่กับปัญหาซึ่งเกิดขึ้นอย่างเข้าใจ เรียนรู้ ปรับตัว จากปัญหาหนึ่งสู่อีกปัญหาหนึ่ง แต่น่าประหลาดใจที่นอกจากจะอยู่กับสิ่งที่หลายคนหลีกหนี เธอกลับมีชีวิตที่ยิ้มได้

จากเด็กผู้หญิงธรรมดาแต่มีชีวิตที่ต้องต่อสู้อันแสนวิเศษ การเป็นลูกสาวที่ต้องดูแลแม่ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง มุมหนึ่งอาจช่วงชิงวัยเยาว์ของเธอไป แต่อีกมุมนี่คือบทเรียนชีวิตที่ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมี

พาย - ภาริอร วัชรศิริ ปัจจุบันเป็น Co-founder เพจพัฒนาตัวเองชื่อ XSELF และเป็นนักเขียนที่เคยฝากผลงานที่ทำเอาหลายคนต้องเสียน้ำตาไปกับเรื่องเล่าแบบ Based on true story ของเธอ ทั้ง How I Love My Mother, How I Live My Life, How Lucky I Am และเล่มล่าสุด How I Love Myself ทุกเล่มเล่าถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตตั้งแต่แม่ป่วยจนพายต้องรับบทลูกสาวและผู้ดูแลแบบ Full time จนกระทั่งเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ ที่สอนให้ชีวิตเดินต่อ

  • ตั้งแต่ผลงานเล่มแรกมาถึงวันนี้ก็ประมาณ 5 ปี เป็นอย่างไรบ้าง

เป็น 5 ปีที่ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะค่ะ เพราะมีจุดหักมุมใหญ่ๆ ในชีวิตเยอะ แต่จริงๆ ที่หักแรงสุดคือปี 2018 ที่เลิกกับแฟนซึ่งคบมา 10 ปี แล้วสิ้นปีแม่ก็เสียชีวิต ก็เลยเป็นปีที่พีคสุดแล้ว หลังจากนั้นก็เหมือนเข้าสู่เฟสที่เราตั้งสติ ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติสักทีหนึ่งหลังจากที่ดูแลแม่มานาน ก็แอบยากอยู่

  • ปัญหาใหญ่มาไล่เลี่ยกัน ตอนนั้นหัวใจเป็นอย่างไร

ตอนที่เลิกกับแฟนก็อึ้งนะคะ เพราะคบกันมาเป็น 10 ปี และด้วยวัยเราก็คิดว่าคงไม่ได้คบคนอื่นแล้วแหละ คงแต่งงานกับอีตานี่ แต่ตอนเลิกกับเขาก็เป็นความอึ้งที่ไม่ได้ฟูมฟายมาก เพราะรู้ว่ายังต้องดูแลแม่ หมายความว่าเรายังมีสิ่งที่ต้องจัดการอยู่ทุกวัน ก็ยังต้องดำเนินต่อไป

คิดว่ายังโชคดีที่แฟนบอกเลิกก่อนที่แม่จะเสีย เพราะถ้าแม่เสียก่อนแล้วแฟนค่อยบอกเลิก พายคิดว่าพายน่ากลายเป็นอีกแบบหนึ่งเลย ไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยวแล้ว ไทม์มิ่งมันถูกจัดมาแบบนั้นแล้ว ก็ถือว่าโอเคแล้วแหละ มันห่างกันจริงๆ ก็หลายเดือนอยู่นะ แต่อยู่ในปีเดียวกัน ตอนที่แม่เขาจากไปพายเหมือนได้เรียนรู้การสูญเสียมาแล้วครั้งหนึ่งจากตอนต้นปี ตอนปลายปีคนอาจจะมองว่าเป็นปีเดียวกันมันหนักจังเลยนะ แต่พายรู้สึกเหมือนได้ชิมลาง ก็เลยไม่ช็อคมาก บวกกับพายก็ทำเต็มที่กับเรื่องแม่มาก ก็เลยไม่ได้รู้สึกแย่กับตัวเองตอนที่เขาจากไป

พายเพิ่งเข้าใจคำว่าปล่อยให้เขาได้ไปสบาย เป็นความรู้สึกนั้น ถ้าเผื่อเราทำอะไรได้ไม่เต็มที่ เราคงไม่กล้ารู้สึกคำนี้กับตัวเอง เราคงอยากยื้อเขาไว้เพื่อให้ตัวเองได้ทำบางอย่าง จะได้ไม่รู้สึกผิด แต่พายไม่มีความรู้สึกนั้นก็เลยปล่อยได้ เบากับทุกฝ่าย

  • ตั้งแต่แม่ป่วยจนถึงความสูญเสียนานแค่ไหน

11 ปีค่ะ พายดูแลแม่ 11 ปี แม่ก็เสีย นี่พายอยู่คนเดียวมา 2 ปีแล้ว

  • ความรู้สึกของการอยู่คนเดียว?

อยู่คนเดียวยากนะคะ ถ้าเราอยู่คนเดียวด้วยความรู้สึกอยากอยู่คนเดียวตั้งแต่ต้นมันจะไม่ยาก เหมือนคนที่อยู่ในบ้านที่มีพ่อแม่พร้อม แล้วคิดว่าฉันอยากแยกตัวไปอยู่คอนโด อันนี้ไม่ยาก แต่การอยู่คนเดียวด้วยการไม่สมยอมตั้งแต่แรก อันนี้ยาก อยู่คนเดียวพายให้คำนิยามว่ามันเงียบ ถ้าคุณไม่เปิดเสียงอะไร ในบ้านก็ไม่มีสรรพสิ่งใดๆ ไม่มีชีวิต ไม่มีเสียงนอกจากตัวคุณเอง เป็นภาวะที่ถ้าจิตไม่แข็ง มันจะดิ่งง่าย มีเพื่อนเป็นซึมเศร้า พายว่าการอยู่คนเดียวมันสุ่มเสี่ยงมากในยุคนี้ที่อะไรๆ ก็เร้าเรา แล้วเราก็พร้อมจะไม่ดีกับตัวเอง ไม่ดีกับชีวิตง่าย ก็คิดว่ายากแบบหนึ่งเหมือนกัน พายคิดว่าจะทำกิจกรรมอะไรอื่นๆ เพราะงานที่ทำก็ทำได้ที่บ้านตลอด ช่วงแรกๆ ที่แม่เสีย พายก็จัดการองค์ประกอบในบ้านเยอะ เพราะการที่อยู่ในบ้านมา 11 ปี โดยที่ตรงนั้นเตียงคนป่วย ตรงนี้ตลับยา ฯลฯ มันแทบจะเป็นศูนย์การแพทย์ทางเลือกในบ้านเราอยู่แล้ว แล้ววันหนึ่งไม่มีคนป่วยในนั้นแล้ว ของพวกนี้ก็ไม่ต้องใช้ การที่เราเป็นคนปกติแล้วต้องใช้ชีวิตในบ้านนั้นมันทำใจยาก เหมือนมีความทรงจำในบ้านเยอะ พายก็เลยต้องเคลียของออก เอาของที่ยังใช้ได้อยู่ไปบริจาคให้คนที่จำเป็นต้องใช้ แล้วพายก็ซื้อเฟอร์นิเจอร์ ปรับบ้านใหม่ ให้ใช้ชีวิตต่อไปในบ้านหลังเดิมได้

162484888981

  • มองย้อนกลับไปจนวันนี้ เห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองบ้างไหม

พายว่าพายนิ่งขึ้นมาก ความตลกคือเรื่องนี้แหละ เพื่อนพายบอกว่ามันแปลกมาก ตอนที่พายดูแลแม่ พายดูกระตือรือร้นกว่านี้ ดูพุ่งกว่านี้มาก พอแม่เสียพายดูนิ่งขึ้น ก็ไม่รู้ว่ามันทำไม หรือมันเป็นเหมือนระบบ Auto Pilot หรืออย่างไรไม่รู้ ตอนดูแลคนป่วยถ้าแรงเราไม่ถึง มันไปต่อไม่ได้ มันเลยเหมือนต้องบูสท์ตัวเองอยู่ตลอดเวลาให้ฉันร่าเริง ฉันไหว ฉันทำได้ แต่ตอนนี้พายไม่ต้องพยายามถึงขนาดนั้นแล้ว ตอนนี้พายรู้สึกว่านิ่งแล้วเสถียรขึ้น เมื่อก่อนมันดีตรงที่สดใสและมีพลัง แต่ตลอดเวลาก็เหนื่อยเนาะ ตอนนี้ก็เลยเหมือนได้ลงมาอยู่ในจุดที่พอดีมากกว่า

  • กว่าจะนิ่งแบบนี้ใช้เวลาแค่ไหน

นิ่งขึ้นตั้งแต่แม่เสียเลยค่ะ เวลามีคนในครอบครัวที่เราผูกพันมากๆ แล้วเขาตาย เราจะนิ่งขึ้นโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

  • นิ่งหรือซึม

มันอาจจะเป็นซึมแหละค่ะในช่วงแรกๆ เพราะอาจจะมีความเศร้า แล้วมันค่อยๆ ตกตะกอนกับหลายเรื่องในชีวิต พอเป็นแบบนั้นก็เลยกลายเป็นความสงบ ความสงบนั้นก็กลายเป็นนิ่ง เหมือนความสงบที่พายได้เรียนรู้แก่นบางอย่างของชีวิตว่าสุดท้ายแล้วเราทำหลายอย่างมาก็จะลงเอยแบบนี้นะ พยายามดูแลมาสุดท้ายก็จะลงเอยด้วยความรู้สึกเสียใจแต่ไม่เสียดาย มันจะเป็นแบบนี้ คือเราจะเข้าใจแต่ละแก่น พอเข้าใจก็จะนิ่งขึ้น ชีวิตไม่ต้องกระเหี้ยนกระหือรือเพื่อบางอย่างอีกต่อไปแล้ว โอเค เป้าหมายของแต่ละไม่เหมือนกัน และความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนมีความสุขกับการมีเงินเยอะมากๆ เพราะรู้สึกมั่นคง หรือเอาเงินไปซื้อความสุขนั้นๆ ก็ไม่ผิด เพียงแค่การดูแลแม่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาของพายจนแม่เสีย ทำให้ได้แก่นของตัวเองว่าพายไม่ได้ต้องการสิ่งนั้น แต่ได้เข้าใจว่าชีวิตเกิดมาแล้วได้ดูแลใครบางคนที่มีความหมายต่อเรา แล้วเราก็ได้ความหมาย ได้คุณค่าของตัวเอง แล้วมันก็มีความสุข แค่นี้เอง

  • เดิมทีมีแม่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยว ในวันที่ไม่มีแม่แล้ว อะไรคือสิ่งที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวหลังจากนั้น

พายคิดว่าตอนที่พายเลิกกับแฟน พายรู้สึกว่ามีแม่ยึดเหนี่ยว พอแม่ตายพายรู้สึกว่าไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยวแล้ว ตอนนั้นก็ถามตัวเองเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วชีวิตมันต้องการแหล่งยึดเหนี่ยวจริงหรือเปล่านะ หมายถึงว่าถ้าเราอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ แล้วยังต้องควานหาสิ่งที่ยึดไปเรื่อยๆ สุดท้ายเราจะอยู่บนโลกนี้ไม่ได้ เพราะไม่มีอะไรอยู่กับเราไปตลอด และเราต้องสูญเสีย ยึดเหนี่ยว สูญเสีย ยึดเหนี่ยว อยู่ในลูปนี้ แต่สุดท้ายถ้าเราไม่ต้องยึดเหนี่ยวอะไรเลย เราจะอยู่ได้ด้วยตัวเราเอง

  • ที่บอกว่ามีเพื่อนมีคนรอบข้างเป็นซึมเศร้า เราเคยไปถึงจุดนั้นบ้างไหม

พายอาจจะมีภาวะซึมเศร้า แต่พายไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า คิดว่าอย่างนั้นนะคะ ที่บอกว่าพายคิดว่ามีภาวะซึมเศร้าเพราะว่าภาวะในที่นี้หมายถึงสภาพทางอารมณ์ที่ทุกคนเกิดขึ้นได้ว่าเจอเรื่องไม่ดีแล้วเศร้าจัง พายเคยมีความรู้สึกอยากตายเพราะว่ามันหนักหนาเหลือเกินตอนดูแลแม่ แต่ก็ยังรู้สึกว่าฉันมีเหตุผลที่ยังไม่อยากตาย การฉุกคิดนั้นทำให้พายรู้ว่ายังไม่ถึงขนาดเป็นโรค แล้วพายก็บำบัดด้วยตัวเองและหายด้วยตัวเอง หมายถึงว่าเมื่อรู้สึกเศร้าก็ออกจากความเศร้านั้นด้วยตัวเอง ก็เลยคิดว่ายังคงไปไม่ถึงเลเวลนั้น เลยเข้าใจความรู้สึกของคนที่เวลารู้สึกอยากตาย เพราะหนักเหลือเกินอะไรทำนองนี้

  • เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนดูแลแม่ แต่ไม่ใช่หลังจากเกิดความสูญเสีย?

พายรู้สึกอย่างจริงจังค่ะว่าตอนที่แม่เสีย พายมาโฟกัสตัวเองเยอะมาก เพราะ 11 ปีที่ดูแลแม่ พายไม่เคยโฟกัสตัวเองเลย พายไม่เคยรู้เลยว่าความสุขคืออะไร ฉันต้องดูแลสุขภาพไหม แต่พอแม่จากไป พายมีเวลาดูแลตัวเองเยอะมากขึ้น สุดท้ายแล้วพายต้องรักตัวเองมากๆ ช่วงเวลาต่อจากนี้ที่แม่ไม่อยู่คือช่วงเวลาที่พายควรจะรักตัวเองเพื่อแม่ด้วย เพราะพายก็คือผลผลิตของแม่อีกที เวลาพูดถึงแม่ก็รู้สึกเศร้านะ ทุกวันนี้ผ่านไป 2 ปี อยู่ๆ ก็ร้องไห้ก็มี แต่สุดท้ายก็คงถึงเวลาแล้วมั้งที่พายจะมีความสุขได้แล้ว จะอยู่ในความเศร้าต่อไปไม่ได้หรอก

162484888895

  • การที่ต้องเขียนหนังสือเกี่ยวกับแม่ การนึกย้อนไปยังเหตุการณ์เหล่านั้น เป็นอย่างไร

หนังสือทุกบทที่เขียนเกี่ยวกับแม่ ตอนเขียนคือร้องไห้เละเทะเลย พายว่าคนที่ผ่านความสูญเสียในระดับคนในครอบครัวจริงๆ จะเข้าใจซีนนี้เลยว่าโมเมนต์นั้นมันยาก มันเข้มข้นแค่ไหน พายเล่าเหมือนว่ามันเกิดขึ้นเมื่อวานได้ มันชัดมาก พายคิดว่าโมเมนต์ที่ยากมากที่สุดของพายคือตอนก่อนแม่จะเสีย ที่หมอถามว่าจะปั๊มหัวใจไหม จะฟอกไตไหม เราเป็นลูกเขานะแต่ทำไมเราถึงต้องไปตัดสินใจแทนเขาว่าควรจะทำอย่างไร

อีกเรื่องที่พายเรียนรู้มากคือตอนดูแลแม่คือพายเป็นคนหักอารมณ์เร็วมาก พายไม่เคยรู้ตัวเรื่องนี้จนกระทั่งแฟนทักว่าเวลาพายเศร้า จะรู้สึกกับมันมากเลย เสร็จแล้วแป๊บเดียวก็จะดีดขึ้นมาแล้ว เหมือนสถานการณ์ที่เจอในชีวิตในการดูแลแม่มันบังคับพายว่าเศร้าได้แต่อย่าเศร้านาน พายเลยกลายเป็นคนแบบนั้น รู้สึกไม่ดี 5 นาที หลังจากนั้นฉันโอเคแล้ว แล้วมันโอเคแล้วจริงๆ เหมือนหัวขอดิ่งไปในอารมณ์แป๊บหนึ่ง เสร็จแล้วขอดับสวิตช์แล้วไปต่อ

  • ก้าวพ้นความรู้สึกเหล่านั้นได้หรือยัง

คงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ พายเล่าไปก็ยังเสียงสั่นๆ แต่พายรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องเร่งให้ออกจากสิ่งเหล่านี้เร็วเกินไปนัก เหมือนที่บอกว่าปกติพายเศร้าจะดิ่งแล้วหักขึ้นเร็วมาก แต่ในว่าขณะที่พายรู้สึกกับมัน พายยังยินดีที่ตัวเองยังเป็นมนุษย์อยู่ ยังมีอารมณ์เหมือนมนุษย์ปกติคนหนึ่ง แล้วพายใช้คำว่า move on ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พายไม่จมปลัก ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ทุกวัน แต่เมื่อพูดถึง แน่นอนว่าพายรู้สึกกับมัน คำถามต่อไปคือรู้สึกกับมันแบบไหน ความรู้สึกมันปกติมากสำหรับพาย แต่ว่าถ้าเกิดรู้สึกกับมันในเชิงที่ ดีจังเลยนะที่ตอนนั้นทำดีแล้ว ดีจังเลยนะที่ตอนนี้เกิดสิ่งนี้ขึ้น แบบนี้ก็โอเคมากกว่า ถ้าตอนนั้นเป็นแบบนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าเกิดแม่ยังอยู่จะเป็นอย่างไร พายว่าความรู้สึกเกิดขึ้นก็คือเกิดขึ้น แต่สุดท้ายเรารู้สึกกับมันตอนไหนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

ถ้าเราไม่ตั้งคำถามกับตัวเองเลย แล้วใช้ชีวิตไปแบบนั้น ก็อาจไม่รู้เลยว่าในตัวเรามีปมบางอย่างที่ไม่ถูกคลาย แล้วเราก็ใช้ชีวิตอยู่แบบนั้นไปเรื่อยๆ

  • ต้องตั้งคำถามกับตัวเองในเรื่องเหล่านี้อยู่เรื่อยๆ ไหม

พายตั้งคำถามตัวเองบ่อย บางทีไม่ใช่ชุดคำถามหรอกแต่มาเป็นความรู้สึก เช่น ฉันผิดไหมที่อนุญาตให้ตัวเองมีความสุขหลังจากที่แม่ไม่อยู่แล้ว อะไรแบบนี้ มันเป็นธรรมชาติของคำถามที่คนที่เจอในแต่ละสถานการณ์จะมีคำถามติดตัวมา เช่น สมมติตอนแม่ยังไม่ตาย ฉันผิดไหมวะที่วันนี้ป้อนข้าวแม่ เปลี่ยนแพมเพิร์ส แล้วฉันจะออกไปกินข้าวเย็นกับเพื่อน เท่ากับฉันปล่อยให้แม่อยู่บ้านคนเดียวกับเพื่อน เท่ากับฉันไปสนุกแล้วปล่อยให้แม่อยู่ลำพัง นั่นก็เป็นเฟสของตอนดูแลคนป่วย คือเราจะมีคำถามแต่ละเฟส

แต่เมื่อไรก็ตามที่เราปลดล็อกมันได้ หมายถึงรู้สึกว่า ไม่ว่าคุณเป็นคนดีหรือเก่งมาจากไหน คุณก็เป็นคนคนหนึ่งแหละ ก็จงยอมรับเถิดว่าอยากมีความสุขเหมือนคนอื่น ก็จะโอเคขึ้น

162484888989

  • มีอะไรอยากบอกคนที่กำลังท้อแท้ สิ้นหวัง

ที่ผ่านมาพายมองเห็นตัวเองเป็นคนที่เข้มแข็งมากเลย เจอเรื่องนั้นเรื่องนี้ฉันผ่านไปได้ ฉันสตรองสุดๆ เลย แต่ตอนนี้พายได้รู้แล้วว่าก็คือมนุษย์คนหนึ่ง พายมีมุมที่อ่อนแอมากแต่ไม่เคยยอมรับมัน แต่พอเขียนหนังสือโดยเฉพาะเล่ม How I Love Myself มันเห็นเชิงประจักษ์ว่าพายอ่อนแอ แต่ไม่เป็นไรที่แกอ่อนแอ เพราะก็จะมีทางออกของแก แกจะมีเพื่อนรอบตัวที่ช่วยเยียวยาได้ จะมีบางอย่างช่วยให้แกผ่านพ้นไปได้โดยที่แกไม่ต้องเข้มแข็งที่สุดบนโลกนี้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่ พายรู้สึกว่า Key Message นี้มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทุกวันนี้ เพราะทุกวันนี้คนเจอเรื่องต่างๆ เยอะมาก พอเราเจอคนที่มีชีวิตดีเหลือเกินในเฟซบุ๊คซึ่งเขาก็ไม่เคยเผยด้านไม่ดีของเขา เราก็รู้สึกว่าต้องไหว ต้องรอด อะไรแบบนี้ สุดท้ายพายค้นพบว่าไม่ต้องเป็นคนที่เก่งและแข็งแรงร้อยเปอร์เซ็นต์ 24 ชั่วโมง 365 วันก็ได้ มีวันที่ไม่ไหวบ้าง แล้วปล่อยให้ตัวเองได้รู้สึกว่าฉันเป็นมนุษย์คนหนึ่งบ้าง บางทีก็ดีเหมือนกัน

...ไม่ต้องพยายามทำทุกวันให้เป็นวันที่ดี