'อ.เนตรดาว ยวงศรี' ฉีดวัคซีนกันตายไม่ได้กันติด...กินสมุนไพรอย่างฉลาดป้องกันโควิด

'อ.เนตรดาว ยวงศรี' ฉีดวัคซีนกันตายไม่ได้กันติด...กินสมุนไพรอย่างฉลาดป้องกันโควิด
24 มิถุนายน 2564 | โดย เอื้อพันธุ์
3,076

เมื่อนักวิจัยพบว่า สมุนไพรไทยบางชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทำให้เกิดกระแส “กินสมุนไพร" ทั้งในรูปของสมุนไพรสดและแคปซูล "อ.เนตรดาว ยวงศรี" ให้แง่คิดว่า การใช้สมุนไพรเชิงเดี่ยวมีข้อพึงระวัง ควรใช้อย่างมีสติ

อ.เนตรดาว ยวงศรี ผู้ก่อตั้ง สถาบันการแพทย์แผนไทยเนตรดาว บอกว่า สมุนไพรไทยหลายชนิด มีสรรพคุณช่วยยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้จริง แต่ควรใช้อย่างฉลาด โดยเฉพาะสมุนไพรที่ให้รสเผ็ดร้อน

162447628398 

    อ.เนตรดาว ยวงศรี

เมื่อมีข่าวว่าสมุนไพรอย่าง “ฟ้าทะลายโจร” และ “กระชาย” มีสรรพคุณยับยั้งไวรัสโควิด-19 ได้ ทำให้คนหันมากินมากขึ้น

“กระชาย ออกรสร้อน เป็นหมวดของยาสมุนไพรที่เก่งเรื่องลม แต่ต้องดูว่าเป็นลมแบบไหน ใช้คู่กับอะไร ในแพทย์แผนไทยคนที่เรียนมาจริง ๆ จะบอกว่า ยาเชิงเดี่ยวเพียงตัวเดียวมีพิษทุกตัว แต่เราไม่เรียกว่าพิษ เราเรียกว่า แสลงโรค เช่น รสขม ที่กำลังฮิต “ฟ้าทะลายโจร” เขาก็บอกว่าให้ระวังในผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือผู้ที่มีภาวะหัวใจ คนไทยเราเตือนไว้ก่อนอยู่แล้ว เช่นระวังเรื่องการย่อยนะจะมีปัญหา ก็ไม่แปลกเมื่อนำมาเทียบกับยุคปัจจุบัน เช่น กระชายมีรสเผ็ดร้อน บอกไว้ว่าให้ระวังร้อนข้างในนะ เดี๋ยวธาตุไฟจะมีปัญหา ถ้าเทียบกับยุคนี้คืออาจไทรอยด์เป็นพิษ แต่ถ้ากินเป็นอาหารมันก็ถูกกำหนดด้วยลิ้นของเรา ถ้ากินแล้วไม่อร่อยก็ใส่แค่นี้พอ แต่พอเราบดเป็นยามันเหนือเงื่อนไขความอร่อยไปแล้ว

เมื่อกระชายมีงานวิจัยทำให้เกิดกระแสนิยมมากินกันจนตอนนี้กระชายแพงแล้ว หรือ ฟ้าทะลายโจร ขิง คนมากินกันมาก โดยลืมว่าผู้ป่วยที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษต้องระวัง หรือฮิตกิน “กระชายปั่น” ใส่น้ำผึ้ง มะนาว ก็อร่อยดี แต่ถ้ากินมากไปก็เบาหวานกำเริบ สมุนไพรพวกนี้มีรสร้อน ผู้ที่มีภาวะร้อนในต้องระวัง เมื่อกินพวกนี้แล้วต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ หรือผู้ป่วยเกี่ยวกับไทรอยด์กินปริมาณแต่น้อย หรืออยู่ในความควบคุมของแพทย์ หรือรับประทานเป็นอาหาร”

162447591751

    อ.เนตรดาว บรรยายผ่านระบบออนไลน์ให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ

บทบาทของการแพทย์แผนไทย ช่วยรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด ได้อย่างไร

“ความจริงอยู่ในวัฒนธรรมไทยนะ เพราะแพทย์แผนไทยเชื่อเรื่องการ ปรับสมดุลธาตุ เราต้องทำความเข้าใจว่าโควิดไม่ใช่โรคที่มีมานมนาน เป็นโรคอุบัติใหม่ หรืออาจเป็นโรคที่มีมานานแล้วกลับมาระบาดใหม่ หลักการของแพทย์แผนไทยใช้วัฒนธรรมพื้นถิ่นไปปรับลม ปรับน้ำ ปรับไฟ ให้คงที่เสียก่อน เมื่อคงที่แข็งแรงแล้วถามว่าจะติดมั้ย..ก็ติดได้นะ เพียงแต่ติดแล้วจะไม่ลุกลามเข้าอวัยวะเรา เช่น เสมหะในปอดไม่พัง หรือเป็นนิวมอเนียอย่างที่คุณหมอบอกว่าไวรัสกินจนปอดพัง เพราะโควิดทำให้เสมหะเราเหนียวเป็นกาว จนทำให้เกิดการขยับอยู่ในถุงลมในปอด ตรงกับหลักแพทย์แผนไทยว่าถ้าอยากจะแก้ให้ไปเคลียเสมหะในปอด เคลียน้ำให้พร้อม เคลียไฟให้พร้อม คือ ทำไฟ ลม น้ำ ให้พร้อม เวลาโรคติดเข้ามาเราเรียกว่า “อาคันตุกะ” หรือผู้มาเยือน เมื่อติดเข้ามาก็จะไม่กระทบกับเนื้อดิน หมายถึงเนื้อปอด คือไปทำให้ลมไหลเวียน ทำให้เสมหะหรือน้ำไหลเวียนดี คือความเชื่อตามหลักแพทย์แผนไทย

จึงต้องเข้าใจหลักการรักษาตามหลักแพทย์แผนไทย

“ถูกต้อง เพราะแพทย์แผนไทยไม่ได้รักษาโรค แพทย์แผนไทยรักษาธาตุ จะปรับไฟ ปรับลม น้ำ ให้สมดุล แล้วหลังจากนั้นรักษาดิน ก็คือหัวใจ ปอด เนื้อหนัง กระดูก ตับ เส้นเอ็น ข้อต่าง ๆ จะค่อย ๆ พัฒนาดีไปเอง

จึงต้องแก้ความเข้าใจก่อน เช่นแพทย์แผนไทยบันทึกไว้ว่า ไม่หายก็ตายแล รอดเสีย 3 ส่วน ตายเสีย 1 ส่วน แปลว่ามีเปอร์เซ็นรอด 75% มีเปอร์เซ็นตาย 25% หรือรอดส่วนหนึ่งตายส่วนหนึ่ง หมอแผนปัจจุบันอาจเรียกว่า 50-50 ของแผนไทยจะเรียกเป็นส่วน ๆ แต่หมอแผนไทยก็ไม่ได้แจ้งแบบนี้หรอกค่ะ ถ้าแจ้งไปคนไข้อาจจะฝ่อตาย ไม่ทันได้กินยา... ดังนั้นเราไม่ได้บอกว่าแพทย์แผนไทยคือการตอบโจทย์ของทุกโรคนะ แพทย์แผนไทยไม่ได้บอกว่าโรคแรง ๆ รักษาได้ แต่พูดว่า... ไม่หายก็ตายแล... หรือรักษาเอาตามบุญตามกรรมเถิด คืออย่างนี้จริง ๆ และพยายามให้ดูว่าเวลาที่เราเจอตำราสมุนไพร เปิดดูว่ารักษาโรคปอด ตับ หัวใจ แต่จริง ๆ ไม่ใช่ หัวใจก็คือหัวใจแต่จะรักษาการไหลเวียนคือ น้ำกับลม ที่มันเกิดการไหลเวียนผ่านเข้าไปในหัวใจ น้ำก็เลือด  ลมก็คือการสูบ ฉีด บีบ อัด เราเรียกว่าลม หรือ “กระแสประสาท” โดยคำว่า “ลม” ในแพทย์แผนไทยไม่ได้หมายความว่า เรอก็ลม ผายก็ลม  คำว่า “ลม” ในแผนไทยหมายถึง การบีบตัวของหัวใจก็เรียกว่าลม หรือประสาทสั่งการจากกระดูกสันหลัง เราเรียกว่า “สมองกระดูก” ที่สั่งให้เรายกมือยกแขน”

ดังนั้นแม้จะกินฟ้าทะลายโจรหรือกระชายทุกวันก็ติด (ไวรัส) ได้

“บางคนบอกว่ากินแล้วป้องกันได้ ใช้คำนี้ไม่ถูกนะ ต่อให้กินทุกวันถ้าไปเจอเชื้อมาก็ติดแต่ แต่ติดแล้วต้องดูว่ากินมาพอดีมั้ย ไม่ใช่กินจนเลือดจาง ไปเจอเชื้อโรคมาจะยิ่งหนักเข้าไปใหญ่เพราะทำให้สมดุลในร่างกายเสีย ในแพทย์แผนจีนเรียกว่า “เย็นเกินไป” แต่แพทย์แผนไทยไม่พูดถึงเย็น เราพูดถึง “รสขม” แผนจีนมีหยิน-หยาง ร้อน-เย็น แต่แผนไทยพูดถึง ไฟ ลม น้ำ เมื่อไฟเสียสมดุลจะทำให้ร่างกายเย็นจนเกินไป เลือดจางจนเกินไป กินอะไรไปก็รับสารอาหารไม่ได้ กลายเป็นว่าถ้าเราอยากดูแลสุขภาพจริง ๆ เหมือนเราไปฉีดวัคซีนก็ไม่ได้หมายความว่าวัคซีนจะการันตีว่าเราจะไม่ติด วัคซีนแค่กันตายไม่ได้กันติด...คือถึงฉีดก็ติดเหมือนเดิมแต่เราไม่ตาย ชัวร์ล่ะ...ไม่ต้องเข้าไปใช้เครื่องช่วยหายใจ แพทย์แผนไทยก็เหมือนกันค่ะ ต่อให้คุณกินขิง ข่า กระชาย ฟ้าทะลายโจรที่กำลังฮิต ๆ  ก็ติดเหมือนกันแต่ติดแล้วจะไม่ไปทำลายอวัยวะ ไม่ทำให้ดินของเราเสียหายเท่านั้นเอง ร่างกายเราสู้ได้ เรียกว่า เตรียมธาตุให้พร้อม

162447598785

    คลินิกแพทย์แผนไทยเนตรดาว เปิดบริการรักษาผู้ป่วยเป็นสาธารณกุศล (เฉพาะวันอังคาร)

แล้วเชื้อโรคจะออกจากร่างกายเราได้อย่างไร

“เม็ดเลือดขาวในร่างกายมีอยู่แล้ว มีระบบของมันอยู่ เม็ดเลือดขาวคือทหาร การฉีดวัคซีนคือเอาเชื้อตายใส่เข้าไปแล้วทำให้ร่างกายจับเชื้อ แล้วรู้ว่ากลไกร่างกายจะป้องกันยังไง เหมือนการซ้อมรบ แล้วถ้าเจอตัวใหญ่มามันรู้จักแล้วว่าตัวนี้มันมีจุดอ่อนยังไง มันซ้อมรบมาแล้วไงคะ ก็หมายความว่าขจัดออกไปได้

คนที่ฉีดแล้วยังติด การฉีดวัคซีนแล้วไม่ได้หมายความว่าเราจะเดินเปิดหน้ากากไปหาใครก็ได้เพราะมันยังติดเชื้อได้อยู่  เพราะเวลาติดมันไม่ได้เจอเชื้อตัวเล็ก ๆ มันเจอเชื้อตัวใหญ่ เชื้อตัวเป็น ๆ  แต่ร่างกายเราถูกฝึกมาก่อนเท่านั้นเอง หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าฉีดแล้วไม่ติด เพียงแต่ว่าเมื่อติดแล้วอาการไม่รุนแรง ถึงบอกว่าไม่ได้กันติดแค่กันตาย...”

กระแสความเชื่อกินสมุนไพรเชิงเดี่ยวควรแก้ไขอย่างไร

“เราให้ความรู้เพิ่มดีกว่า ถามว่ากินแล้วอันตรายมั้ย มันไม่อันตรายสำหรับบุคคลทั่วไป  แต่อันตรายสำหรับบุคลคลที่มีโรคประจำตัวบางโรค บางชนิด เช่น ผู้ป่วยภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ผู้ป่วยที่มีมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร กินเพราะกระแส มันก็จะกินจนร้อนเกินไปจะไปเบิร์น เหมือนกรดจะเกินจะพ้นขึ้นมากัดหลอดอาหาร ต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับคนทั่วไปว่า ถ้าจะกินให้กินแบบไหน กินเท่าไหร่ คนเป็นโรคแบบไหนกินเท่าไหร่ดี คนที่ไม่ได้มีโรคก็อย่ากินจนกระทั่งเป็นโรค และไม่จำเป็นต้องเป็นขิงหรือกระชายอย่างเดียว หรือฟ้าทะลายโจรอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หัวหอม กระทือ กระวาน พวกนี้เป็นกลุ่มที่ช่วยให้ร่างกายดีขึ้น”

162447606057

คนที่ไม่เข้าใจหลักการแพทย์แผนไทยและเรื่องสมุนไพรอาจทำให้หลงประเด็น

“ใช่ค่ะ บางคนคิดว่ากินพวกนี้แล้วต้านได้ ในความเป็นจริงคือมันแค่รักษาสมดุลธาตุ ให้มันสมดุลก็พอแล้วก็กินพวกผักผลไม้ กากใย เพิ่มวิตามินซี ทำให้ระบบขับถ่ายดี ทำภูมิให้แข็งแรง เรียกว่าทำไฟ ลมน้ำ ให้มันบริบูรณ์ ทำธาตุต่าง ๆ ให้บริบูรณ์ แล้วดินที่เห็นจะดีไปเอง

แพทย์แผนไทยก็พูดเหมือนคนทั่วโลก ที่พูดว่า คุณกินอะไรคุณก็จะเจ็บป่วยด้วยสิ่งที่คุณกิน ซึ่งเขาพูดอย่างนี้มานานแล้ว แต่หลักการของแพทย์แผนไทยพูดแล้วอาจฟังดูประหลาด ๆ เช่นบอกว่า...ดินเป็นที่ตั้งแห่งกองโรค ธาตุดินคือกระดูก เนื้อ หนัง ปอด หัวใจ ตับ ลำไส้ พวกนี้ดินเป็นที่ตั้งแห่งกองโรคและกองธาตุ โรคคือโรคต่าง ๆ ธาตุคือไฟ ลม น้ำ กองโรคและกองธาตุ เป็นที่ตั้งแห่งกองอาหาร เพราะฉะนั้นโรคกับธาตุ ถ้ามันจะเสียหายก็มาจากอาหารที่คุณกินเหมือนกัน แปลความได้เหมือนว่าคุณกินอะไรคุณก็เป็นอย่างนั้น แพทย์แผนไทยก็บอกอย่างนั้นเหมือนกัน เลยกำหนดว่า ถ้าอยากจะหายเจ็บหายป่วย คุณต้องไปแก้พฤติกรรมก่อนนะ อย่าอดนอนนะ อย่าทำงานตรากตรำเกินไปนะ อย่ากินน้อย อย่ากินมากกว่าคนอื่น อย่าอดข้าวอดน้ำ อย่ากลั้นปัสสาวะ อุจจาระ อย่าทำให้ตัวเองมีภาวะโทสะแรง อย่ามีภาวะโทสะ โมหะ พวกนี้ อย่าเสียใจรุนแรง แล้วยังพูดต่อว่าถ้าคุณระวังพวกนี้ดีแล้ว ให้ระวังเรื่องอาหารด้วยนะ ต้องกินได้นอนหลับ อาหารก็ต้องกินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นพื้น ทำอย่างนี้ก็จะทำให้พื้นฐานสุขภาพเราดีขึ้น ไม่ใช่ไปมุ่งเรื่องการกินยา เน้นอาหารก่อน

แล้วถ้าเจ็บป่วยก็อย่าปล่อยให้โรคมันลุกลาม เราแยกออกเป็น “เอกโทษ” คือธาตุใดธาตุหนึ่งเสียหาย เอกแปลว่าหนึ่ง คือให้รีบแก้ธาตุนั้นก่อน ถ้าปล่อยไว้จนลุกลามนานเกินหลายวัน มันจะกลายเป็น “ทุวันโทษ”  ทุวันแปลว่าสอง ยังไม่ส่งผลต่อดินนะ แต่มันทำให้คุณไม่สบายตัว สองธาตุเริ่มเสียหายแล้วและถ้ายังไม่แก้ไข ทุวันโทษที่เสียหายแล้วมันจะเปลี่ยนกลายเปน “ตรีโทษ” คือ “ตรีทูต” ดังนั้นถ้าไม่แก้ปล่อยให้สามตัวนี้เสียหายปุ๊บ สามธาตุที่อยู่ในดินจะเริ่มแสดงออกก็จะแก้ยากแล้ว อวัยวะ/เจ็บป่วยแล้ว ก็เลยแยกไว้ว่าควรรีบรักษาตั้งแต่ยังอ่อนอยู่ ตอนเป็นเอกโทษ”

162447640630

ปัจจุบันมีผู้ป่วยไปหาหมอแผนไทยมากน้อยแค่ไหน

“โดยส่วนใหญ่แพทย์แผนปัจจุบันได้รับความนิยมอยู่แล้ว แพทย์แผนไทยไม่มีสิทธิไปบอกว่าเราดีกว่า เราต้องเข้าใจขอบเขตว่า การที่เราเรียนแพทย์แผนไทยไม่ได้เรียนเพื่อรักษาอย่างเดียว เรียนเพื่อไม่รักษาด้วย เพราะเรารู้ว่าขนาดนี้เรารักษาไม่ได้แล้วเราปล่อยให้คนไข้ลุกลามต่อไปไม่ได้ มันอันตราย อย่างเช่นคนไข้ภาวะติดเชื้อ เราเอาไว้ไม่ได้ คนไข้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหมอที่ปลอดภัยกว่า บางทีคนไข้มาหาเรา ความดันสูงเกินไปเรารู้ว่ายาเราเอาลงไม่ทัน เราก็เรียกฉุกเฉินมาเลย ทีนี่จะเป็นมิตรกับฉุกเฉินมาก เดี๋ยวศูนย์นเรนทร, ปอเต็กตึ๊ง ฯลฯ จับคนไข้ส่งต่อเลย

อย่างกรณีคนไข้ความดันสูง มีอาการมึนหัวเราก็จับวัดความดันก่อนเลย สูงถึงสองร้อยกว่าเราบอกให้นอนแล้วเรียกรถพยาบาลส่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด บางคนสูงอายุมาบอกว่า..ฉันไม่ได้เป็นอะไรแค่เห็นภาพซ้อน บางคนเดินเซ พูดไม่รู้เรื่อง เราบอกว่าปล่อยกลับบ้านไม่ได้เรียกศูนย์ฯ มารับเลย

บางคนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน บอกว่ากินยาแผนปัจจุบันกลัวอันตราย เราก็ถามกลับว่าแล้วคุณป้ากินผงชูรสมั้ย กินของปรุงแต่ง สารเคมีต่าง ๆ ถ้ายังกินอยู่แล้วตอนนี้ทำไมมากลัวยา ไม่กลัวเส้นเลือดแตกหรือไง ...เราไม่มานั่งบอกว่าของใครดีกว่า เราต้องยอมรับในส่วนที่เราทำ แพทย์แผนไทยเรียนมาเพื่อรักษาคนไข้ เป้าหมายคือรักษาคนไข้ให้หาย

 และคนไข้ส่วนใหญ่ยุคนี้เขาจะรักษาสองแผนนะคะ เช่นผู้ป่วยมะเร็งจะมารักษาด้วยแผนโบราณอย่างเดียวก็ไม่ไว้ใจ ขอสองแห่งได้มั้ย เช่นเรารู้ว่าเขารับคีโมมา เราไม่มีสิทธิไปฆ่าเชื้อเขาอีก เรามีหน้าที่บำรุงเขาและทำให้ธาตุเขาสมดุลเพื่อไปรับคีโมต่อ มีเยอะแยะเลยค่ะ บางท่านก็เปิดใจกว้างกับเรามาก บางคนส่งแพทย์ทางเลือกมาให้ มีหลายคนที่พออาการดีขึ้น คนไข้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น กระฉับกระเฉงขึ้น คนไข้จะเป็นคนตัดสินเองว่าจะทำยังไงต่อ เลยบอกว่าอย่าทิ้งหมอแผนปัจจุบันนะ เพราะต้องไปสแกน ไปเจาะเลือด เอ็กซ์เรย์ อุลตร้าซาวด์ต่าง ๆ เพื่อให้รู้ว่าโรคลุกลามมั้ย คงที่มั้ย ยังจำเป็นต้องทำ”

162447608454

ตอนนี้โรงพยาบาลหลายแห่งจะมีหน่วยของแพทย์แผนไทยประจำอยู่

“มีทุกที่ค่ะ คนไข้ไปหาหมอแผนปัจจุบันอยู่แล้ว ประเภทโรคเรื้อรังต่าง ๆ แพทย์แผนไทยมีหน้าที่ว่าทำยังไงจะปรับธาตุให้สมดุล เมื่อสมดุลเข้าที่ดีแล้วกลายเป็นว่ารับยาแผนปัจจุบันได้ดีขึ้นด้วยซ้ำ แต่เราก็ต้องเลือกคลินิกหรือสถาบันแพทย์แผนไทยที่ไม่ได้มุ่งขายยา แพทย์แผนไทยที่ตรวจโรคยังไม่เป็น อย่างท้องอืดก็ไม่ใช่เรื่องอาหารไม่ย่อยอย่างเดียว มันมาได้หลายโรคที่ทำให้เกิดอาการท้องอืด สุดท้ายต้องตรวจคนไข้ให้เป็นก่อนถึงจะรู้ว่าโรคอย่างนี้ธาตุอะไรเสียหายแล้วแก้ไปตามธาตุนั้น ๆ”

แพทย์แผนไทยรักษาใจได้มั้ย

 “การรักษาจิตใจเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการแพทย์แผนไทย เราเชื่อเรื่องการรักษาใจอยู่แล้ว เราชื่อว่าเมื่อน้ำเลี้ยงหัวใจมันฝ่อ ทำให้เรารู้สึกหดหู่ เราแนะว่าอย่าโศกเศร้า อย่าเสียใจ จะมีวิธีช่วยทั้งคำพูด ทั้งยา ที่ช่วยลดภาวะอาการซึมเศร้า โรคเกี่ยวกับภาวะเศร้า โรคนอนไม่หลับ แพทย์แผนไทยเรียกว่า “ลมร้าย” การที่เรานอนไม่ได้เลยหมายถึงโรคมาแล้ว มีความเครียด วิตกกังวลมากเกินไป ทำให้น้ำเลี้ยงหัวใจเราแย่ จะมียาต่าง ๆ ที่อยู่ในพระคัมภีร์ เราพยายามใช้พระคัมภีร์เพราะเป็นการบันทึกมายาวนาน มีสถิติการใช้มายาวนาน มีความปลอดภัยสูง แต่จะอันตรายตรงที่ตรวจผิดหรือเปล่า...อันตรายที่ยาที่จัดมันใช่หรือเปล่า เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจ

ถ้าวินิจฉัยว่า “ลมร้าย” เรารักษาด้วยยากับนวดผ่อนคลาย โดยเชื่อว่าการไหลเวียนของลม ทำให้ร่างกายค่อย ๆ ผ่อนคลาย เรานวดเบา ๆ ไม่ใช่นวดเน้นน้ำหนัก อันนั้นเรียกว่าเจ็บ เป็นการนวดรักษา แต่ถ้านวดผ่อนคลายจะทำให้คนไข้สบายใจขึ้น ในทางแพทย์แผนไทยนิยมใช้ยากลุ่มเรียกว่า “จิตรารมณ์” เป็นกลุ่มยาที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ทำให้หลับสบาย คลายเครียด แม้กระทั่ง ”กระแสประสาท” ที่ทำให้ลมชัก เราก็ใช้ยากลุ่มจิตรารมณ์

162447610926

ส่วนอาการซึมเศร้า คนไทยเชื่อว่ามีอาการเหล่านี้มาเราใช้เรื่องของธรรมะเข้าช่วย การเรียนแพทย์แผนไทยต้องรู้ศัพท์บาลีด้วย จะไปจำว่า “ปอด”...อย่างเดียวไม่ได้ ในภาษาบาลีเรียกว่า ปัปผาสะ อย่างคัมภีร์โรคกล่าวว่า ปัปผาสะ ตั้งอยู่ตำแหน่งไหน คล้าย ๆ เป็น anatomy ของแพทย์แผนไทย แต่เราใช้คัมภีร์ชื่อ โรคนิทาน เป็นโรคภัยแต่เล่าเป็นนิทาน”

หมายเหตุ : อ.เนตรดาว ยวงศรี ก่อตั้ง กองทุนชีวกโกมารภัจจ์ เพื่อช่วยผู้ป่วยยากไร้เมื่อปี พ.ศ.2523 และเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ต่อจากบิดา (อ.ถาวร ยวงศรี) จากนั้นก่อตั้ง สถาบันการแพทย์แผนไทยเนตรดาว เป้าหมายเพื่อยกระดับวิชาการแพทย์แผนไทย พัฒนางานวิจัยใหม่ ๆ จัดการเรียนการสอนโดยเปิดสอนหลักสูตรเภสัชกรรม (เรียน 2 ปี) หลักสูตรเวชกรรม (เรียน 3 ปี) และหลักสูตรผดุงครรภ์ (เรียน 1 ปี) และคลินิกแพทย์แผนไทยเนตรดาว รักษาโรคทั่วไปและนวดรักษาอาการ โดยทีมแพทย์แผนไทย (เปิด 2 สาขา สุขุมวิท 66/1 และสาขาพุทธมณฑลสาย 1) นอกจากนี้ยังเปิดคลินิกรักษาคนไข้เป็นสาธารณกุศล เฉพาะวันอังคาร ที่คลินิกการแพทย์แผนไทยเนตรดาว สุขุมวิท 105 (ลาซาล 43) สอบถามโทร.0 2706 2610, www.nittm.com, FB: คลินิกการแพทย์แผนไทยเนตรดาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: