TPLAS ตั้งเป้ารายได้ปี 64 โตไม่ต่ำกว่า 10% ชี้โควิดหนุนดีมานด์

"ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994)" เดินหน้าขยายธุรกิจบรรจุอาหารที่ทำจากกระดาษ ลุยเพิ่มเครื่องจักรใหม่หนุนกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ชี้โควิดหนุนความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์อาหารทุกประเภทเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มั่นใจรายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10%

นายอภิรัตน์ ธีระรุจินนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจช่วงไตรมาส 2 ปี 2564 คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตได้ เนื่องจากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์อาหาร และถุงพลาสติก ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง และได้รับผลบวกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่ ยังคงนิยมซื้อกลับ และสั่งอาหาร ผ่านระบบเดลิเวอรี่ ทำให้มีความจำเป็นที่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์อาหารในรูปแบบต่างมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและติดตั้งเครื่องจักรเพิ่ม ประกอบด้วยเครื่องจักร 'FoodBox' ใหม่ 6 เครื่อง ทำให้กำลังการผลิตจาก 12 ล้านชิ้นต่อปีเป็น 31 ล้านชิ้นต่อปี และลงทุนในเครื่อง 'FoodBowl' ใหม่ 1 เครื่อง มีกำลังการผลิต 10 ล้านชิ้นต่อปี และเครื่องบรรจุถุงหูหิ้วอัตโนมัติใหม่ 2 เครื่อง  รวมทั้งมีแผนการวิจัยและพัฒนาเครื่องต้นแบบสำหรับถุง PP&HDPE โดยมั่นใจว่าจะช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น และกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจได้"

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้จะเน้นกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยมีการพัฒนาระบบรับคำสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มาใช้ และ ดำเนินกลยุทธ์ในการควบคุมประสิทธิภาพบริหารต้นทุน เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร และในปี 2564 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตรายได้อยู่ที่ 10% ซึ่งจะมีสัดส่วนรายได้จากบรรจุภัณฑ์ประเภทถุงอยู่ที่ 82% ฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร 10% และบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษ 8% ซึ่งประเมินว่า ความต้องการใช้ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยังเติบโตได้ดีในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทฯ จะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ ทั้งบรรจุภัณฑ์กระดาษประเภท จาน ถ้วย และถาด เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ในเบื้องต้นจะเน้นเพิ่มสัดส่วนสินค้าประเภทบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษบรรจุอาหาร เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ จะสนับสนุนให้มีอัตรากำไรขั้นต้นในระดับที่ดีขึ้นอย่างมั่นคง

อนึ่ง ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.36% จากไตรมาส 1 ปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 6.10 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 128.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.59% จากไตรมาส 1 ปี 2563 ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 110.31 ล้านบาท