ส่องแผนคลายล็อกดาวน์ไม่ฟันธง‘เปิดประเทศ’

ส่องแผนคลายล็อกดาวน์ไม่ฟันธง‘เปิดประเทศ’
21 มิถุนายน 2564
388

ส่องแผนคลายล็อกดาวน์ไม่ฟันธง‘เปิดประเทศ’ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการเปิดกิจกรรมภายใน ประเทศ ส่วนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มรูปแบบยังต้องใช้เวลาอีกระยะ

หนึ่งปีเศษที่ผ่านมาหลังจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประกาศให้การระบาดของโควิด-19 เป็นการระบาดใหญ่ไปทั่วโลก (Pandemic) สถานการณ์ในหลายประเทศพลิกผันอย่างไม่น่าเชื่อ อานิสงส์จากการรุกฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็ว ปีนี้จึงมีการพูดถึงการเปิดประเทศ-เปิดดำเนินการเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่งแล้ว แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดส่วนใหญ่จะเป็นการเปิดกิจกรรมภายใน ส่วนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มรูปแบบยังต้องใช้เวลาอีกระยะ

มาเลเซีย

เริ่มต้นจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน แถลงแผนฟื้นตัวแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่า มาเลเซียจะค่อยๆ เปิดเศรษฐกิจ สังคม และรัฐสภาตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไป หลังจากที่ปีนี้ทั้งรัฐสภาส่วนกลางและสภาแห่งรัฐยังไม่เปิดประชุม

ปัจจุบันมาเลเซียอยู่ระหว่างการล็อกดาวน์ทั้งประเทศครั้งที่ 3 เพื่อสกัดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกล่าสุดที่พุ่งขึ้นมาก

นายกฯ มาเลเซียระบุว่า การล็อกดาวน์ที่ทำอยู่ในขณะนี้สร้างความเสียหายให้รัฐบาลวันละ 1 พันล้านริงกิต (9,600 ล้านบาท)

“เราไม่สามารถปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้อีก จำเป็นต้องออกจากวิกฤติให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้” มูห์ยิิดดินกล่าวและว่า จากการคาดการณ์ในปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศน่าจะเปิดได้อีกครั้งภายในเดือน ต.ค.

ทั้งนี้ แผนฟื้นตัวแห่งชาติของมาเลเซีย แบ่งออกเป็น 4 เฟส การล็อกดาวน์ ณ ปัจจุบันถือเป็นเฟส 1 ต้องอาศัยหลายปัจจัยในการเดินหน้าสู่เฟสต่อๆ ไปที่ผ่อนคลายมาตรการควบคุมมากขึ้น

เฟสที่ 2 ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ลงเล็กน้อย แต่ยังควบคุมด้านสังคมและห้ามเดินทาง จะเริ่มต้นเมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันลดลงเหลือต่ำกว่า 4,000 คน และหลังจากที่ประชากร 10% ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้ว คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ค.และ ส.ค.

เฟสที่ 3 กำหนดไว้วันที่ 1 ก.ย. ภาคเศรษฐกิจส่วนใหญ่เปิดดำเนินการใหม่ได้ แต่ยังคุมด้านสังคมไว้บางอย่าง ในเฟสนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือไม่ถึง 2,000 คนต่อวัน และประชากร 40% ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว

เฟส 4 เปิดประเทศเต็มตัวคาดว่าจะเริ่มต้นได้ในเดือน พ.ย. เมื่อประชาชน 60% ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้ว จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือไม่ถึง 500 คนต่อวัน

“การล็อกดาวน์อย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อชีวิตพวกเราเป็นอย่างมาก ตอนนี้เราเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว” มูห์ยิดดินกล่าวพร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า เมื่อพิจารณาอัตราการฉีดวัคซีนที่มาเลเซียทำได้แผนการเปิดประเทศน่าจะประสบความสำเร็จ

อิสราเอล

อิสราเอลที่มีประชากร 9.3 ล้านคน ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำโลกในด้านการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 วัคซีนไฟเซอร์โดสแรกมาถึงอิสราเอลในวันที่ 9 ธ.ค.2563 สิบวันหลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ฉีดวัคซีนเข็มแรกของประเทศถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนพร้อมใจกันสร้างภูมิคุ้มกัน

ข้อมูลเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.จากเว็บไซต์ Our World in Data ระบุว่า ประชากรอิสราเอลฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในสัดส่วนสูงที่สุดในโลก ฉีดครบแล้ว 59% ฉีดอย่างน้อย 1 เข็ม 3.9% ความสำเร็จนี้มีที่มาจากหลายปัจจัยหนึ่งในนั้นคือการเร่งหาวัคซีนตั้งแต่เนิ่นๆ เว็บไซต์ medicalnewstoday.com กล่าวว่า เดือน มิ.ย.2563 อิสราเอลเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มแรกๆ ที่ลงนามข้อตกลงซื้อวัคซีนจากโมเดอร์นา ต่อมาในเดือน พ.ย. ทำข้อตกลงซื้อเพิ่มจากแอสตร้าเซนเนก้าและไฟเซอร์

ว่ากันว่ารัฐบาลอิสราเอลยอมจ่ายแพงเพื่อให้ได้วัคซีนหลายล้านโดส ราคาวัคซีนที่แท้จริงเป็นเท่าใดไม่มีใครทราบ แต่เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเผยว่า อยู่ที่ราว 30 ดอลลาร์ แพงกว่าราคาเฉลี่ยถึงสองเท่า อย่างไรก็ตาม การที่อิสราเอลได้วัคซีนเร็ว ไฟเซอร์ก็ได้ข้อมูลผลการใช้วัคซีนในโลกจริงได้เร็วเช่นกัน ถึงวันที่ 21 ก.พ.2564 ครบรอบ 1 ปีอิสราเอลพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรก ประเทศสามารถเปิดดำเนินการเศรษฐกิจได้อีกครั้ง เนื่องจากฉีดวัคซีนได้เกือบ 50% ของประชากรแล้ว กระทรวงสาธารณสุขทำแอพพลิเคชันพิเศษ ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบหรือหายป่วยจากโควิดที่เชื่อกันว่ามีภูมิคุ้มกันแล้ว ได้สถานะกรีนพาส

การเปิดเศรษฐกิจอิสราเอลช่วงแรกร้านค้าเปิดให้บริการกับทุกคน ขณะที่โรงภาพยนตร์และยิมเข้าได้เฉพาะผู้ที่มีกรีนพาสเท่านั้น มาตรการเว้นระยะยังคงใช้อยู่ต่อไป ห้ามเต้นรำในห้องจัดเลี้ยง โบสถ์ยิว โบสถ์คริสต์ มัสยิด เปิดรับผู้ประกอบพิธีทางศาสนาได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนเดิม

อิสราเอลยังไม่มีแผนเปิดประเทศอย่างเต็มที่ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.แต่ให้เฉพาะพลเมืองและผู้มีถิ่นพำนักที่เดินทางกลับอิสราเอล รวมถึงนักท่องเที่ยวพิเศษกลุ่มเล็กเท่านั้น นักเดินทางทุกคนจำเป็นต้องแสดงผลตรวจพีซีอาร์ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางได้ผลเป็นลบ และต้องแสดงหลักฐานว่าฉีดวัคซีนครบแล้ว ทั้งยังต้องถูกกักตัว 10-14 วันในศูนย์กักตัวของรัฐ ชี้ให้เห็นว่า อิสราเอลยังเข้มงวดเรื่องคนเข้าประเทศอยู่มาก

สหราชอาณาจักร

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. รัฐบาลสหราชอาณาจักร (ยูเค) ประกาศแผน Spring 2021 ค่อยๆ ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ป้องกันโควิด-19 แบ่งเป็น 4 ระยะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.-21 มิ.ย. หลังจากการฉีดวัคซีนคืบหน้าไปมาก ตัวเลขในขณะนั้นประชากร 17 ล้านคนได้รับวัคซีนแล้ว ส่วนข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. จากเว็บไซต์ Our World in Data ยูเคมีสัดส่วนประชากรฉีดวัคซีนสูงสุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากอิสราเอล ประชากร 46% ฉีดวัคซีนครบแล้ว 17% ฉีดเข็มแรกแล้ว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโควิดสายพันธุ์เดลต้าที่พบครั้งแรกในอินเดียยังคงระบาดหนักในยูเค จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นราว 64% ต่อสัปดาห์ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันจึงประกาศเลื่อนแผนคลายล็อกดาวน์ระยะสุดท้ายออกไปอีก 4 สัปดาห์เป็นวันที่ 19 ก.ค. เพื่อให้เวลาฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดก่อนจะยกเลิกมาตรการควบคุมทั้งหมด

การเลื่อนออกไปหมายความว่า ไนต์คลับยังไม่เปิดให้บริการ โรงละครและสนามกีฬาต้องจำกัดจำนวนผู้ชมต่อไปแนะนำให้คนทำงานจากบ้านต่อไป รวมทั้งจะยังไม่ยกเลิกข้อบังคับทางกฎหมายทั้งหมดในเรื่องการพบปะกันของผู้คน ทั้งในร่มและกลางแจ้ง

กระนั้นรัฐบาลก็ได้ยกเลิกข้อจำกัดบางข้อในวันที่ 21 มิ.ย. ได้แก่ ยกเลิกข้อจำกัดแขกร่วมงานแต่งงานไม่เกิน 30 คน แต่เจ้าภาพและเจ้าของสถานที่ต้องรักษาระยะห่างของแขกให้ได้ เด็กร่วมกิจกรรมค้างคืน เช่น เข้าค่ายลูกเสือ/เนตรนารี หรือค่ายฤดูร้อนของโรงเรียนได้กลุ่มละ 30 คน

กิจกรรมนำร่องที่มีคนจำนวนมาก เช่น การแข่งขันยูโร 2020 งานกีฬา ศิลปะ และดนตรีดำเนินต่อไปได้

ส่วนแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมสายการบินและการท่องเที่ยวนั้น ขณะนี้รัฐบาลยังหารือกันเป็นการภายใน เรื่องการเปิดให้นักท่องที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบแล้วจากประเทศเสี่ยงโควิดปานกลางหรือประเทศสีเหลืองเข้ายูเคได้โดยไม่ต้องกักตัว ปัจจุบันอังกฤษจัดให้กว่า 160 ประเทศและดินแดนเป็นพื้นที่สีเหลือง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวยุโรปหลายแห่ง เช่น กรีซ สเปน ฝรั่งเศส และสหรัฐ

สหรัฐอเมริกา

วันชาติ 4 ก.ค. ถือเป็นวันที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับชาวอเมริกัน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ใช้วันนี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการเป็นอิสรภาพจากโควิด ในการแถลงนโยบายแห่งชาติครั้งแรกในฐานะประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากลงนาม แผนช่วยเหลืออเมริกัน หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดที่ 3 วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ไบเดนท้าทายรัฐต่างๆ เปิดให้ผู้ใหญ่ทุกคนได้ฉีดวัคซีนภายในวันที่ 1 พ.ค.พร้อมประกาศว่า ชาวอเมริกันจะได้ “รวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ” เพื่อปาร์ตี้ฉลองวันชาติกับคนที่รัก

“นั่นจะทำให้วันชาติปีนี้มีความหมายพิเศษอย่างแท้จริง เราไม่ใช่แค่เฉลิมฉลองการประกาศอิสรภาพเป็นชาติ แต่เราเริ่มเฉลิมฉลองอิสรภาพจากไวรัส” ไบเดนกล่าว

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Our World in Data นับถึงวันที่ 18 มิ.ย. สหรัฐมีสัดส่วนประชากรฉีดวัคซีนสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ประชากร 44% ฉีดวัคซีนครบแล้ว 8.3% ฉีดเข็มแรกแล้ว แต่ถ้านับจำนวน สหรัฐเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรฉีดวัคซีนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากอินเดีย ฉีดวัคซีนครบแล้ว 148.46 ล้านคน ฉีดเข็มแรก 27.83 ล้านคน

ขณะนี้หลายรัฐของสหรัฐยกเลิกข้อห้ามการเดินทางข้ามรัฐทั้งหมดแล้วบางรัฐไม่ต้องสวมหน้ากากแล้วด้วย

ส่วนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวนั้น สองสัปดาห์ก่อนตอนที่ประธานาธิบดีไบเดนร่วมประชุมผู้นำจี7 ที่อังกฤษ หลายประเทศอียูต่างคาดหวังว่าเขาจะประกาศเปิดพรมแดนให้นักท่องเที่ยวยุโรป

แต่ทำเนียบขาวกลับประกาศว่า ยังไม่เปิดเร็วๆ นี้ปัจจุบันสหรัฐแค่จะตั้งคณะทำงานร่วมกับแคนาดา เม็กซิโก สหภาพยุโรป และยูเค หาวิธีปลอดภัยที่สุดในการเริ่มต้นการเดินทางข้ามประเทศอีกครั้ง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง