ก่อน-หลังฉีด'วัคซีน'โควิด ต้องเตรียมพร้อมแค่ไหน

ก่อน-หลังฉีด'วัคซีน'โควิด  ต้องเตรียมพร้อมแค่ไหน
8 มิถุนายน 2564
2,927

ช่วงสำคัญของคนไทยกับการ"ฉีดวัคซีน" ก่อนฉีดหรือหลังฉีด มาทำความเข้าใจคร่าวๆ อีกครั้งว่าต้องเตรียมการณ์อย่างไร

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การฉีด"วัคซีน"COVID-19 แม้ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แต่สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อรุนแรงได้ 

ดังนั้นทุกคนจึงต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน โดยควรศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวให้พร้อมทั้งก่อนและหลังการฉีดวัคซีน COVID-19 เพื่อจะได้คลายความกังวลและปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง  

 รศ.พญ.พรรณพิศ สุวรรณกูล อายุรแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า การฉีดวัคซีน COVID-19 ถึงอาจจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ความรุนแรงของเชื้อ COVID-19 ที่เข้าสู่ร่างกายเราลดลง

ซึ่งในเดือนมิถุนายนนี้ ช่วงเริ่มของการฉีดมีวัคซีนที่รัฐจัดสรรให้จำนวน 2 ชนิด คือ 

162312921250

1. AstraZenecaจากประเทศอังกฤษ เป็นวัคซีนที่ใช้สารพันธุกรรมของโควิดไวรัสใส่เข้าไปในตัว (Viral Vector) โดยใช้ไวรัสของชิมแปนซีไม่ก่อโรคในคน ไวรัสViral Vector จะส่งสารพันธุกรรมของโควิด-19 ให้ร่างกายกระตุ้นสร้างแอนติบอดี้ต่อเชื้อโควิค-19 

2.Sinovac จากประเทศจีน เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) ผลิตจากการนำอนุภาคเชื้อไวรัสที่ตายแล้วมาฉีดกระตุ้นให้ร่างการสร้างภูมิต่อต้านเชื้อ ข้อดีมีความปลอดภัยสูง ใช้กับผู้ที่มีภูมิคุ้มกับบกพร่องได้

โดยวัคซีนทั้ง 2 ชนิด ควรฉีดจำนวนทั้งสิ้น 2 เข็ม วัคซีน AstraZeneca ควรฉีดห่างจากเข็มแรก 10-16 สัปดาห์ ขณะที่วัคซีน Sinovac ควรฉีดห่างจากเข็มแรก 2-4 สัปดาห์ 

ก่อนฉีดวัคซีน ดื่มน้ำเยอะๆ

ก่อนฉีดวัคซีนจะต้องมีการเตรียมความพร้อมของร่างกาย แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้วัคซีนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด หากมีไข้สูงในวันนัดหมายฉีดวัคซีน ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน

หากมีไข้ต่ำ ๆ หรือเจ็บป่วยเล็กน้อย สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตามปกติ สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว มีประวัติภูมิแพ้ หรือมีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ก่อนฉีดวัคซีน เพื่อที่จะสามารถขอคำแนะนำที่เหมาะสมได้ 

หากได้รับการฉีดวัคซีนและมีอาการข้างเคียงหลังฉีด มักเป็นสัญญาณแสดงว่าร่างกายกำลังถูกวัคซีนกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป ไม่รุนแรง และหายได้เองในระยะเวลาไม่นาน เช่น เป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย มีอาการบวม แดง ร้อนบริเวณที่ฉีด

แต่ถ้ามีอาการแพ้วัคซีน ในทางการแพทย์เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนมากกว่าปกติ ซึ่งนับว่าเป็นอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน อาการที่พบอาจเกิดจากวัคซีนโดยตรง หรือไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโดยตรงนั่นคืออาการทางจิตใจที่มักพบในกลุ่มผู้รับวัคซีนที่มีอาการเครียด กลัว กังวล เป็นต้น

พักดูอาการหลังฉีดวัคซีน 30 นาที 

อย่างไรก็ตามหากเป็นวัคซีนที่ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนแล้ว หากพบผลข้างเคียงรุนแรงจะอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก โดยอาการแพ้วัคซีนที่อาจพบได้หลังจากฉีดวัคซีนในช่วง 30 นาทีแรก คือ มีผื่นขึ้น ลมพิษ มีอาการคันบวมที่ใบหน้า ปาก หรือลำคอ หายใจติดขัด ความดันเลือดต่ำคลื่นไส้ ปวดท้อง เป็นต้น 

เมื่อได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว หากมีไข้หรือปวดศีรษะสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ หากมีผื่นลมพิษ ไข้สูงมาก หน้ามืด เป็นลม แขนขาอ่อนแรง เจ็บหน้าอกให้พบแพทย์ทันที

ข้อปฏิบัติของการฉีดยังแนะนำให้ทุกคน สวมหน้ากาก ล้างมือให้บ่อย รักษาระยะห่างทางสังคม หากไปพื้นที่เสี่ยงหรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยโควิด-19 ควรกักตัวอย่างน้อย 14 วัน

นอกจากนี้ในผู้ที่เคยป่วยเป็น COVID-19 แม้ในร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้ออยู่แล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาของภูมิคุ้มกันที่จะสามารถป้องกันไวรัสได้ จึงควรได้รับวัคซีนโดยเว้นระยะห่างจากการติดเชื้ออย่างน้อย 3 เดือน

และควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่คลินิกอายุรกรรม รพ.กรุงเทพ โทร.1719  หรือ แอดไลน์ @bangkokhospital  

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง