"ชาญอิสสระ"แตกไลน์ เวลเนส เซอร์วิส คอนโด

"ชาญอิสสระ" สบช่องนำ 2 โครงการบ้านซูเปอร์ลักชัวรี่พร้อมขาย รองรับเรียลดีมานด์ พร้อมพัฒนาโครงการเวลเนส เซอร์วิสคอนโด นำร่องโครงการบลูไดมอนด์ ชะอำ-หัวหิน 40-50 ยูนิต หากสำเร็จเล็งขยายเพิ่มย่านลาดกระบัง แย้มอยู่ระหว่างศึกษาพัฒนาโทเคน ที่ใช้โรงแรม-อาคาร

นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าภาพรวมของตลาดอสังหาฯ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นจุดเปลี่ยน เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจบ้านเดี่ยวมากกว่าการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม เป็นโอกาสให้ดีเวลอปเปอร์ที่มีสินค้าพร้อมขายอยู่ในมือ เพราะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อให้ความสำคัญในการมองหาบ้านเดี่ยวที่มีความปลอดภัย มีพื้นที่ใช้สอย และฟังก์ชั่นภายในบ้านตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยมากว่าคอนโดมิเนียม

ปัจจุบันบริษัทพัฒนาบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ อาทิ โครงการอิสสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9 ,โครงการบ้านอิสสระ บางนา ซึ่งเป็นโครงการมีสินค้าพร้อมขายเพื่อเป็นทางเลือกพร้อมรองรับให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการในการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยจริง โดยโครงการอิสสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9 มียอดขาย 70% และโครงการบ้านอิสสระ บางนา มียอดขายกว่า 60% ของเฟสที่เปิดขาย

พร้อมกันนี้เตรียมแตกไลน์ธุรกิจเวลเนส เซอร์วิสคอนโด โดยจะนำร่องพัฒนารูปแบบดังกล่าวนี้ที่โครงการบลูไดมอนด์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาณาจักรทิวทะเลเวิลด์ ชะอำ-หัวหิน จำนวน 40-50 ยูนิตจาก 2 ชั้นในอาคารที่มีอยู่ โดยจะให้บริการ อาทิ ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี บริการเวลเนส เซอร์วิส แพคเกจ โดยศรีพันวา อาทิ บริการนวดผ่อนคลาย บริการสปาบำบัด เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ และยังมีห้องพยาบาลส่วนกลาง บริการรองรับและช่วยเหลือเบื้องต้น หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายคาดว่า ใช้เวลา 2 เดือนจากนี้ และหากประสบความสำเร็จขยายเพิ่มในพื้นที่ทิวทะเล และย่านลาดกระบัง

นายสงกรานต์ กล่าวว่า ในส่วนของภาคธุรกิจโรงแรม ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ระลอกแรกมาจนถึงระลอก 3 ที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมได้รับผลกระทบหนักสุด ที่ผ่านมาโรงแรมหลายแห่งได้ประกาศหยุดดำเนินการไปบ้างแล้ว โดยในส่วนของโรงแรมในเครือของบริษัท ทั้งโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต โรงแรม บาบาบีช คลับ นาใต้ และโรงแรมบาบาบีช คลับ หัวหิน ต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกัน

“6 เดือนที่ผ่านมาในส่วนของภูเก็ต เงียบสนิท เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด แต่เชื่อว่าหากเร่งการวัคซีนให้ดำเนินการอย่างทั่วถึง และภูเก็ตมีการออกมาตรการคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัดอย่างเคร่งครัด คาดว่าเดือน ส.ค.- ก.ย.นี้น่าจะเริ่มเห็นภาคการท่องเที่ยวในส่วนของภูเก็ตกลับมาฟื้นตัวได้ ทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ”

นายสงกรานต์ ระบุว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะตลาดระดับกลางลงไปที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เพราะกำลังซื้อถดถอยอย่างมาก ฉะนั้นหากภาครัฐมีการแก้มาตรการทางกฎหมายเปิดทางให้ชาวต่างชาติ สามารถซื้ออสังหาฯ บ้านแนวราบระดับราคา 10-15 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมขยายเพดานซื้อคอนโด เป็น 70-80 % รวมถึงขยายสิทธิการเช่าจาก 30 ปี เป็น 40-50 ปี ก็ถือเป็นอีกแนวทางสำคัญที่จะช่วยดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศมาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้กลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

“การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบนี้นับว่าเป็นรอบที่รุนแรงมาก ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทุกๆ ภาคธุรกิจ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะจบลงเมื่อไหร่ จากรอบแรกที่ประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ก็ยังต้องกลับมาเผชิญอีกครั้ง ดังนั้นภาคธุรกิจต้องมีการปรับตัวลดค่าใช้จ่ายและแสวงหาวิธีการใหม่เข้ามาช่วย ล่าสุดอยู่ระหว่างศึกษาพัฒนาโทเคน ที่ใช้โรงแรม-อาคารสำนักงาน จำนวน 1-2 โครงการ เป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อระดมทุนนำเงินรองรับลงทุน คาดชัดเจนอีก 4-5 เดือน”

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดแคมเปญ “Mid Year Sale ทุกโครงการลด 50%” ในการกระตุ้นยอดขายช่วงกลางปีนี้ ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม โรงแรม เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพ ในราคาและเงื่อนไขที่จับต้องได้ อีกทั้งยังเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับลูกค้าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 มิ.ย. นี้