วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'บางจาก' ลุ้นราคาตลาดโลกพุ่ง ดันเพิ่มกำไรสต็อกน้ำมัน 

'บางจาก' ลุ้นราคาตลาดโลกพุ่ง ดันเพิ่มกำไรสต็อกน้ำมัน 

ช่วงต้นปี 2564 ธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ออกมาคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวจากแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระจายวัคซีนในกลุ่มประเทศหลัก

เห็นได้จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีประเด็นท้าทายหลายด้าน ที่ธุรกิจพลังงานซึ่งต้องผูกธุรกิจไว้กับสถานการณ์โลกและดีมานด์ในประเทศจะต้องนำปัจจัยต่างๆมาพิจารณาเพื่อพาธุรกิจฝ่าพายุโควิด-19 นี้ไปให้ได้  

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP  ให้สัมภาษณ์ ถึงคาดการณ์ยอดขายน้ำมันทั้งปีนี้ ว่าจะเติบโตขึ้นจากปีก่อน หลังจากช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ สามารถทำยอดขายได้เติบโตกว่าปี 2563 และในเดือนมี.ค.2564 ยอดขายทุบสถิติทั้งน้ำมัน น้ำมันหล่อลื่น และกาแฟอินทนิล เนื่องจากประชาชนเริ่มกลับมาทำกิจกรรมต่างๆตามภาวะปกติหลังโควิด-19 คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน เม.ย.นี้ เริ่มเห็นผลกระทบจากการกลับมาระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 หลังจากเริ่มมีมาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ ดังนั้น ยังต้องติดตามผลกระทบในระยะต่อไป

“ยอดขายน้ำมัน ขณะนี้ก็ยังมอนิเตอร์อยู่ ภาพยังไม่ชัดเจน บางช่วงก็หายไปเลย บางช่วงก็กลับมาเหมือนปกติ แต่ก็ตั้งเป้าหมายไว้ค่อนข้างดี ยังไงปีนี้ก็โตขึ้นจากปีก่อนแน่นอน ”

ส่วนค่าการกลั่น อยู่ในระดับทรงตัวและออกทางต่ำ จากการที่กลุ่มโอเปกคุมการผลิตได้ดีขณะที่ซัพพลายแหล่งเชลล์ออยล์จากสหรัฐลดต่ำลงหลังมีปัญหาทางการเงิน ทำให้การสต็อกน้ำมันไว้ก่อนหน้านี้ถูกดึงออกมาใช้เกือบหมด ทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น จากปีก่อนราว 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขึ้นมาแตะ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปัจจุบัน ทำให้กลุ่มโรงงานที่มีการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจะได้รับประโยชน์ ส่งผลให้โรงกลั่นฯต่างๆ มี

กำไรจากสต็อกน้ำมัน ฉะนั้น ธุรกิจโรงกลั่นของบางจากฯ ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ จะมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน ต่อเนื่องจากไตรมาส 1 ซึ่งก็ต้องจับตาดูทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะต่อไปด้วย

ขณะเดียวกันทางโรงกลั่นฯ พยายามบริหารจัดการการกลั่นให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หลังจากยังไม่สามารถกลั่นน้ำมันเครื่องบิน(Jet) ได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้ปรับมาเพิ่มกำลังผลิต UCO (Unconverted Oil) ทดแทนเพื่อส่งออกทดแทนน้ำมัน Jet และได้ปรับการผลิต UCO เพิ่มขึ้นจากเดิม 4 เท่า หรือ มีสัดส่วนอยู่ที่ 10% ของผลิตภัณฑ์ นับเป็นพระเอกในปีนี้ ทำให้ธุรกิจโรงกลั่นฯ ฟื้นตัวแบบตัว K

อย่างไรก็ตาม บางจากฯ ได้เตรียมแผนธุรกิจไว้รับมือทั้งแผน 1 และแผน 2 เพื่อปรับรูปแบบการดำเนินงานให้สอดรับกับสถานการณ์ต่างๆ เช่น แผน 1 เป็นบริหารจัดการระยะสั้น กรณีโควิด-19 คลี่คลายภายใน 2-3 เดือน และแผน 2 กรณีโควิด-19 คลี่คลายใน 4-6 เดือน เป็นต้น รวมถึงประเมินว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 จะฉีดได้กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องติดตามดูในช่วงเดือนมิ.ย.นี้ ที่จะเริ่มนำเข้าวัคซีนเพิ่มขึ้น ขณะที่สมติฐานราคาน้ำมันดิบในปีนี้ ยังเป็นไปตามที่ตั้งไว้ อยู่ที่ 60-62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันดิบก็ปรับขึ้นไปแตะระดับ70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว ก็เป็นปัจจัยที่หนุนธุรกิจโรงกลั่นในปีนี้ 

ทั้งนี้ จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ประชาชนกลับมาเดินทางและใช้รถยนต์เพิ่มมากขึ้น ทำให้ยอดขายผ่านตลาดค้าปลีกเดือนมี.ค. 2564 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 390 ล้านลิตรต่อเดือน และกลุ่มธุรกิจการตลาดสามารถผลักดันยอดขายน้ำมันหล่อลื่นสำเร็จรูปได้อย่างต่อเนื่องโดยมียอดจำหน่าย 8.9 ล้านลิตร ในเดือนมี.ค.ซึ่งถือเป็นยอด New high ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันหล่อลื่นสำเร็จรูปในประเทศของบริษัทฯ เพิ่มเป็น 11% จาก 9% ในปีก่อนหน้า ส่วนธุรกิจ ร้านกาแฟอินทนิลก็สามารถทำยอดจำหน่ายสูงสุดได้เช่นโดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กว่า 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนแนวโน้มภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2564 มั่นใจว่าจะเติบโตดีกว่าในปี 2562 ที่เป็นช่วงก่อนโรคโควิด – 19 ระบาด และจะเติบโตดีกว่าปี 2563 ที่ขาดทุนสุทธิ 6,967 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันดิบจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ หลายประเทศในกลุ่มประเทศยุโรป สหรัฐ และจีนเริ่มเปิดประเทศ