ธ.ก.ส.เปิดเงื่อนไข พร้อมวิธีการสมัครซื้อ "ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์" ปีการผลิต 2564 เกษตรกรต้องรู้อะไรบ้าง? มีวิธีการอย่างไร?
เกาะติดโครงการ "ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์" ปีการผลิต 2564 ที่เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2564 ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการสร้างภูมิคุ้มกันและเป็นการบริการจัดการความเสี่ยงด้านการผลิต กรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติและภัยจากศัตรูพืช รัฐตั้งเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ 2.92 ล้านไร่
แล้วโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง? มีขั้นตอนการสมัครอย่างไร? "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ได้รวมรวบไ้ว้ดังนี้
- ครอบคลุมภัยประเภทใดบ้าง?
- ภัยธรรมชาติ 7 ภัย วงเงินคุ้มครอง หากเป็นการรับประกันภัยขั้นพื้นฐาน (Tier 1) 1,500 บาทต่อไร่ และการรับประกันภัยส่วนเพิ่ม (Tier 2) 240 บาทต่อไร่
1.ภัยน้ำท่วม/ฝนตกหนัก
2.ภัยแล้ง/ฝนแล้ง/ฝนทิ้งช่วง
3.ลมพายุ/พายุไต้ฝุ่น
4.ภัยอากาศหนาว/น้ำค้างแข็ง
5.ลูกเห็บ
6.ไฟไหม้
7.ช้างป่า
- ภัยศัตรูพืช/โรคระบาด วงเงินคุ้มครอง หากเป็นการรับประกันภัยขั้นพื้นฐาน (Tier 1) 750 บาทต่อไร่ และการรับประกันภัยส่วนเพิ่ม (Tier 2) 120 บาทต่อไร่
- ใครมีสิทธิบ้าง?
เงื่อนไขโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เกษตรกรที่เป็นผู้เอาประกันภัย ซึ่งไม่มีการกำหนดว่าต้องเป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส.หรือไม่ เพียงแต่ต้องขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2564/65 กับกรมส่งเสริมการเกษตรหรือที่สำนักงานเกษตรอำเภอเท่านั้น
- อัตราค่าเบี้ยประกัน
การรับประกันภัยขั้นพื้นฐาน (Tier 1)
1.เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. จะคิดอัตราค่าเบี้ยประกันราคาเดียวทุกพื้นที่ 160 บาทต่อไร่
2.เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. และต้องการซื้อเพิ่ม รวมถึงเกษตรกรลูกค้าทั่วไป จะมีการคิดอัตราค่าเบี้ยประกันภัยที่แตกต่างตามพื้นที่ ได้แก่
- พื้นที่เสี่ยงต่ำ 150 บาทต่อไร่
- พื้นที่เสี่ยงกลาง 350 บาทต่อไร่
- พื้นที่เสี่ยงสูง 550 บาทต่อไร่
ขณะที่การรับประกันภัยส่วนเพิ่ม (Tier 2) นั้น จะแบ่งเป็น 3 อัตราตาความเสี่ยงรายอำเภอ ได้แก่
- พื้นที่เสี่ยงต่ำ 90 บาทต่อไร่
- พื้นที่เสี่ยงกลาง 100 บาทต่อไร่
- พื้นที่เสี่ยงสูง 110 บาทต่อไร่
- ระยะเวลาขายกรมธรรม์
- รอบ 1 (ข้าวโพดฯ ฤดูฝน) ถึง 31 พฤษภาคม 2564
- รอบ 2 (ข้าวโพดฯ ฤดูแล้ง) ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 - 15 มกราคม 2565
- วันที่เริ่มคุ้มครอง
สำหรับลูกค้าเงินกู้ที่ ธ.ก.ส.อุดหนุนค่าเบี้ยฯ เริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบ ส่วนในกรณีที่เป็นลูกค้าเงินกู้และเกษตรกรทั่วไปที่จ่ายเงินซื้อประกันภัยเอง เริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ขอเอาประกันภัย
ขณะที่การพิจารณาค่าสินไหมทดแทน จะจ่ายตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 และจ่ายเพิ่มเติมกรณีที่เสียหายจริง แต่ไม่อยู่ในเขตประสบภัยตามที่ราชการกำหนด โดยวิธีการประเมินรายแปลงที่เป็นพื้นที่แปลงปลูกเสียหายและแสดงหลักฐานการเสียหาย และเกษตรกรต้องบันทึกข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นรีคัลท์
- วิธีสมัครเข้าใช้งานแอพฯ BAAC INSURE
โดยการซื้อประกันภัยจะต้องดำเนินผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ผ่านแอพพลิเคชั่น BAAC INSURE ของ ธ.ก.ส. ซึ่งหากเข้าใช้งานเป็นครั้งแรก จะต้องลงทะเบียนการใช้งานก่อน มีขั้นตอนดังนี้
1.เมื่อเข้าใช้งานครั้งแรก ระบบจะแสดงหน้าจอแจ้งให้ลงทะเบียน กด "ลงทะเบียนใช้งาน"
2.อ่านรายละเอียด ข้อตกลงและเงื่อนไขการซื้อประกันภัย และกด "ตกลง"
3.ใส่หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ 10 หลัก และกด "ตกลง"
4.ใส่รหัส OTP 6 หลัก ที่ได้รับข้อความ (SMS)
5.กรอกข้อมูลส่วนตัว และกดปุ่ม "ตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชน" หากข้อมูลถูกต้อง ให้ดำเนินการขั้นตอนต่อไป หากข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้แก้ไขให้ถูกต้อง
6.ตั้งรหัสผ่าน (Mobile PIN) เป็นตัวเลข 6 หลัก
7.ยืนยันรหัสผ่าน (Mobile PIN) อีก 1 ครั้ง
8.เลือกคำถามและใส่คำตอบ สำหรับใช้ในกรณีลืมรหัสผ่าน (Mobile PIN)
9.หน้าจอแสดง "ลงทะเบียนสำเร็จ" กด "กลับหน้าหลัก"
10.เมื่อลงทะเบียนสำเร็จ หน้าจอหลักจะแสดงข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกที่ขึ้นทะเบียนไว้ และความคุ้มครอง รวมถึงสิทธิที่ได้รับอุดหนุน
- เปิดขั้นตอนการสมัครซื้อประกัน
1.การเข้าดูข้อมูล และเลือกซื้อประกันภัย
- เมื่อเข้าสู่แอพพลิเคชั่น BAAC INSURE หน้าจอหลักจะแสดงข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกที่ขึ้นทะเบียนไว้ และความคุ้มครอง รวมถึงสิทธิ์อุดหนุนจาก ธ.ก.ส. และรัฐบาล
- เลือกเมนูพื้นที่เพาะปลูก โดยสามารถเลือกชนิดพืชจากแถบเมนูด้านบน เลื่อนซ้าย-ขวา เพื่อดูข้อมูลแปลงเพาะปลูกอื่นๆ สำหรับแปลงที่ยังไม่มีความคุ้มครองไม่เต็มแปลง จะมีปุ่มให้เลือกซื้อเพื่อเพิ่มความคุ้มครอง
- เมื่อกด "เลือกซื้อเพื่อเพิ่มความคุ้มครอง" ข้อมูลจะแสดงไว้ในเมนูรายการสั่งซื้อเพื่อรอยืนยันคำสั่งอีกครั้ง โดยสามารถเลือกซื้อหลายแปลง ก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ
2.การยืนยันคำสั่งซื้อ
- หลังจากที่ได้เลือกซื้อแปลงที่ต้องการครบถ้วนแล้ว ในเมนูรายการสั่งซื้อ ระบบจะปรากฏแปลงที่สั่งซื้อและจำนวนเงินค่าเบี้ยประกันภัยทั้งหมด ตรวจสอบความถูกต้องก่อนกด "ยืนยันคำสั่งซื้อ"
- เลือกบัญชีเงินฝากที่ใช้รับค่าสินไหม จากนั้นกดปุ่ม "เรียบร้อย"
- หน้าจอจะแสดง QR code เพื่อนำไปชำระเงิน โดยระบบจะบันทึก QR code ในคลังรูปภาพอัตโนมัติ สามารถใช้ชำระเงินผ่าน ธ.ก.ส. A-Mobile หรือ Mobile Banking ต่างธนาคาร ภายใน 72 ชั่วโมง
- รายการสั่งซื้อจะสมบูรณ์ต่อเมื่อชำระเงินเรียบร้อย
ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center เบอร์ 0-2555-0555 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.baac.or.th





