โลกสองใบ

โลกสองใบ
15 พฤษภาคม 2564 | โดย ดร.ฐนิตพงศ์ ชื่นภิบาล | คอลัมน์ Fund insight
1,193

วิกฤติการระบาดของโควิด-19 ส่งให้เศรษฐกิจไทยเผชิญทั้งด้านที่เป็นบวกและลบ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทย ไตรมาสแรกไม่ได้หดตัวมากอย่างที่หลายฝ่ายกังวล และมีโอกาสกลับมาขยายตัวจากแรงหนุนของการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกก็เป็นได้

ท่ามกลางวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศที่ยังคงมีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรการจำกัดการทำกิจกรรมหลายอย่างเพื่อสกัดการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้หลายธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ เช่น โรงแรม สายการบิน ภัตตาคารและร้านอาหาร ฯลฯ

โลกใบแรกนี้เป็นโลกที่หลายคนเผชิญอยู่ เป็นโลกที่เต็มไปด้วยความหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวัง เพราะหลายคนรายได้ขาดหายไปมาก โรงงานหลายแห่งต้องปิดตัวลง และยังไม่รู้ว่าเมื่อใดปัญหาเหล่านี้จะคลี่คลายลง บางคนถึงแม้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ก็ได้รับผลกระทบทางความรู้สึก และคนส่วนใหญ่ก็ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่สูง สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคในไตรมาสแรกหดตัวลง ในขณะที่รัฐบาลพยายามกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคผ่านหลายโครงการ เช่น เราชนะ คนละครึ่ง เรารักกัน ฯลฯ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของภาคธนาคารและหน่วยงานต่างๆ

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ในภาพรวมเศรษฐกิจในปัจจุบันและแนวโน้มยังคงไม่ดี โดยหลายหน่วยงานทยอยปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงหลังเกิดการระบาดรอบสามของไวรัสโควิด-19 แต่ก็ยังคงมีในอีกหลายส่วนที่กลับเติบโตได้ดี ที่เห็นได้ชัดคือภาคการส่งออก ที่เติบโตสอดคล้องกับการส่งออกของหลายประเทศทั่วโลก สะท้อนว่าเศรษฐกิจหลายประเทศฟื้นตัวหลังมีการฉีดวัคซีนมากขึ้น การที่ภาคการส่งออกเติบโตดี ส่งผลต่อเนื่องมายังภาคการผลิตของไทยในส่วนของบริษัทที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ การส่งออกยังคงมีแนวโน้มเติบโตดีต่อไป เนื่องจากหลายประเทศยังคงใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ จากรายงานภาวะเศรษฐกิจประจำเดือน มี.ค.และไตรมาส 1 ปี 2564 ของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าการลงทุนภาคเอกชนในไตรมาสแรกกลับมาขยายตัวสูง สะท้อนว่าในหลายธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้ดี

ในส่วนของตลาดหุ้นไทย ถึงแม้ยังคงมีทิศทางไม่ชัดเจน แต่ก็ไม่ได้ปรับตัวลงรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล ในขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯในไตรมาสแรกของปีนี้ของหลายบริษัทออกมาดีกว่าที่คาด และนำไปสู่การปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของผลกำไรในปีนี้ สวนทางกับแนวโน้มอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่ถูกปรับลดลง

นอกจากนี้ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในช่วงก่อนหน้านี้ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันเพิ่มขึ้นราวปีละ 1 หมื่นล้านบาท แต่ในปีนี้ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ราว 8 หมื่นล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยราว 5 หมื่นล้านบาทต่อวันในปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้นราว 1.6 เท่าจากปีที่แล้ว สะท้อนว่านักลงทุนพยายามหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นหลังอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำมากอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้มีบริษัทขนาดใหญ่หลายบริษัทเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เป็นปีแรก สะท้อนว่าหลายบริษัทเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

โลกใบที่สองนี้จึงเป็นโลกที่ค่อนข้างสดใส และเต็มไปด้วยความหวัง อย่างไรก็ดี สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศและการฉีดวัคซีนที่ยังคงมีความล่าช้า บดบังความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ว่าจริงๆ แล้วภาวะเศรษฐกิจโดยรวมไม่ได้เลวร้ายมากนัก

การที่เศรษฐกิจไทยมีทั้งด้านที่เป็นบวกและเป็นลบ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้อาจไม่ได้หดตัวมากอย่างที่หลายฝ่ายกังวล และมีโอกาสที่จะสร้างความประหลาดใจโดยกลับมาขยายตัวจากแรงหนุนของการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกก็เป็นได้ สังเกตได้จากความเห็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงหลังๆ ถึงแม้จะมองว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าที่คาด แต่ก็ไม่ได้แสดงความเห็นว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะหดตัวรุนแรง และหากการส่งออกเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่จีดีพีของไทยในปีนี้อาจเติบโตดีอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้องค์ประกอบทางเศรษฐกิจในด้านอื่นๆ จะยังคงอ่อนแอก็ตาม

ทั้งนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการฉีดวัคซีน เพราะหากคนส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด-19 แล้ว ก็จะสามารถเปิดให้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นปกติ และสามารถเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ในขณะที่รัฐบาลยังคงจำเป็นต้องมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการที่จะกระตุ้นให้ผู้ที่มีความสามารถในการใช้จ่ายสูงให้ออกมาใช้จ่ายได้ตรงตามเป้าหมายของรัฐบาลมากขึ้น

ในส่วนของการลงทุน ถึงแม้ตลาดหุ้นต่างประเทศปรับตัวขึ้นมากแล้ว ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยก็ไม่ได้ปรับตัวลดลงมากนัก แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะเป็นปัจจัยหลักที่หนุนการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น ถึงแม้อาจมีบางช่วงที่ตลาดอาจมีความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตก็ตาม นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยในปีนี้ได้แรงหนุนหลักจากการปรับขึ้นของหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก ในขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ยังคงปรับตัวขึ้นไม่มาก อีกทั้งอาจได้แรงหนุนจากเงินทุนไหลออกจากสหรัฐหากสหรัฐขึ้นภาษีนิติบุคคลตามแผน จึงมีโอกาสสูงที่ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในอนาคต

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง