ประสาน 40 หอการค้าต่างชาติหาวัคซีนทางเลือกให้ไทย

ประสาน 40 หอการค้าต่างชาติหาวัคซีนทางเลือกให้ไทย
8 พฤษภาคม 2564
1,140

หอการค้าไทยเดินหน้าหาวัคซีนทางเลือกให้รัฐบาลจัดซื้อ แม้ถูกเบรกจัดซื้อเอง ประสานหอการค้าต่างประเทศ หาข้อมูลประเทศต่างที่มีวัคซีนเหลือ เพื่อให้ไทยซื้อวัคซีนให้ได้มากที่สุด

ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์สหราชอาณาจักร ทำให้ไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การติดเชื้อกระจายไปทั่วประเทศ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้น แม้รัฐบาลจะออกมาตรการกึ่งล็อคดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดแต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งแต่ระดับ 2 พันคน กระทบต่อเศรษฐกิจที่กำลังจะฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดระลอก 2 ในช่วงต้นปี

การฉีดวัคซีนโควิด”จึงเป็นความหวังในการหยุดเชื้อร้ายโควิด  ซึ่งรัฐบาลได้มีการติดต่อซื้อวัคซีน 2 ยี่ห้อคือโนแวค (Sinovac) แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) จำนวน63 ล้านโดส เพื่อนำมาฉีดให้กับประชาชน แต่ก็ไม่เพียงพอและการดำเนินการการฉีดวัคซีนล่าช้ามาก ทำให้ภาคเอกชนโดยหอการค้าไทย ที่หัวเรือ”สนั่น อังอุบลกุล”ประธานหอการค้าไทย เสนอตัวเป็นผู้ดำเนินการจัดหา”วัคซีน”ทางเลือก เพื่อฉีดให้กับพนักงานบริษัท โดยจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง ซึ่งทำให้กระแส”วัคซีนทางเลือก”ถูกพูดถึงมากในขณะนั้น

แต่..สุดท้ายไอเดียนี้ก็ต้องถูกพับเก็บ เนื่องจากรัฐบาลออกโรงยืนยันหาวัคซีนได้เพียงพอ 100 ล้านโดส ภายในปีนี้ โดยเอกชนไม่ต้องหามาเพิ่ม อีกทั้งหากเอกชนจัดหาเองอาจใช้เวลานาน  และการใช้วัคซีนของโลกยังอยู่ในเฟส 3 เป็นช่วงโรคระบาดที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน จึงต้องมีเอกสารแสดงเจตจำนง (letter of intent: LOI) จากหน่วยงานรัฐบาลของผู้ต้องการซื้อวัคซีนซึ่งผู้ผลิตวัคซีนจะขายให้กับรัฐบาลเท่านั้นเพื่อป้องกันการฟ้องร้องภายหลังหากมีปัญหาจากวัคซีน

ปัจจุบันองค์การอาหารและยา (อย.) อนุมัติวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว 3 ยี่ห้อ ได้แก่ ซิโนแวค (Sinovac) แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) และ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson)และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาขึ้นทะเบียนอีก 3 ตัวคือโมเดอร์นา (Moderna)  โควาซิน (Covaxin) และสปุตนิก วี (Sputnik V)

162037607087

               

อย่างไรก็ตามแม้ว่ารัฐบาลจะ”เบรก”การจัดหาวัคซีนทางเลือกของภาคเอกชน แต่ทางหอการค้าไทยก็ยังเดินหน้าประสานเจรจาภายในการจัดหาวัคซีนทางเลือกในหลายยี่ห้อให้กับรัฐบาลทั้งนี้เพื่อต้องการให้มีจำนวนวัคซีนให้ได้มากที่สุดเพื่อฉีดให้กับประชาชนได้รวดเร็วและคลอบคลุมทั่วประเทศ เนื่องจากเห็นผลชัดจากหลายประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้กว่า60-80 %ของประชากรทั้งหมดของประเทศก็ทำให้ยอดการติดเชื้อโควิดน้อยลง  

ล่าสุดได้หารือกับหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT)  ซึ่งมีสมาชิกกว่า 40 ประเทศ ในการจัดหาวัคซีนทางเลือก โดยนายสนั่น เปิดเผยว่า  แม้รัฐบาลจะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาวัคซีนเองทั้งหมด แต่รัฐบาลก็ไม่ปิดกั้นให้เอกชนดำเนินการจัดหา ดังนั้นหอการค้าไทยจึงได้ประสานกับหอการค้าต่างประเทศขอให้สมาชิกประเทศต่างๆหาข้อมูลวัคซีนของประเทศนั้นๆที่ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเพียงพอแล้วและมีวัคซีนเหลือพอที่จะจัดสรรให้กับประเทศไทยได้

หากได้ข้อมูลแล้วก็ให้นำข้อมูลดังกล่าวนี้นำมาให้หอการค้าเพื่อนำข้อมูลนี้ไปประสานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอให้ใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศที่มีวัคซีนเหลือ เพื่อขอให้ประเทศไทยได้ซื้อมาฉีดให้กับคนไทย ซึ่งหอการค้าไทยมองว่าแนวทางนี้เป็นแนวทางหนึ่งที่จะเร่งจัดหาวัคซีนได้มากขึ้น เพราะปัจจุบันวัคซีนเป็นที่ต้องการสูงมากทั่วโลก  ซึ่งขณะนี้ทราบว่าหลายประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วยังเหลืออยู่จำนวนมาก หากได้ในส่วนนี้มาเพิ่มเติมก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีของไทย

162037611757

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดรอบนี้ถือว่าหนักและรุนแรง หากไม่เร่งจัดซื้อวัคซีนเพื่อฉีดให้กับประชาชนให้คลอบคลุม70 % ของประเทศ ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในอนาคตที่จะฟื้นตัวช้าลงและกระทบต่อแผนการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  จะออกมาระบุว่าได้หารือกับไฟเซอร์เพื่อติดต่อขอซื้อวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งไฟเซอร์ดได้ตอบรับสำรองวัคซีนโควิด 19 ให้ไทย ราว 10 -20 ล้านโดส ครอบคลุมเด็ก 12 - 18 ปี คาดเริ่มส่งให้ไทย ไตรมาส 3 - 4 ปีนี้ ก็ตาม แต่การที่หอการค้าไทยประสานกับหอต่างประเทศเพื่อจัดหาวัคซีนทางเลือกก็น่าจะเป็นตัวเสริมให้ไทยได้วัคซีนเพิ่มขึ้น

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง