สตม.โชว์ฝีมือรวบต่างชาติ โกงเงินหลายล้านบาท

สตม.โชว์ฝีมือรวบต่างชาติ โกงเงินหลายล้านบาท
4 พฤษภาคม 2564
54

สตม.โชว์ฝีมือรวบต่างชาติ โกงเงินหลายล้านบาท

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม.

สืบเนื่องจากคดีนี้พบว่าเมื่อวันที่ 27 ก.ค.59 – 18 ก.ย.60 ผู้ต้องหา MR.YAMADA สัญชาติญี่ปุ่น ได้ทำการหลอกลวง ผู้เสียหายซึ่งถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งรวม 3 คดี ว่าตนเองนั้นสามารถช่วยให้ผู้เสียหายชนะคดีทั้ง 3 คดีได้ โดยอ้างว่า “รู้จักคนใหญ่คนโตในประเทศไทยและสามารถช่วยเหลือให้ชนะคดีได้” ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ตกลง จ่ายเงินให้กับผู้ต้องหา MR.YAMADA รวมเป็นเงิน 2,060,000 บาท

ต่อมาผู้เสียหายทราบภายหลังว่าผู้ต้องหาไม่ได้ช่วยเหลือผู้เสียหายเกี่ยวกับคดีเลย ทำให้ผู้เสียหายยังคงเป็นฝ่ายแพ้คดี สร้างความเสียหายให้แก่ ผู้เสียหาย เป็นเงินจำนวนกว่า 40,000,000 บาท

ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้มีการระดมสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ สำหรับกรณีนี้ได้รับข้อมูลว่ามีบุคคลต่างด้าวตั้งตัวเป็นผู้รับประสานแก้ปัญหาคดีต่างๆ โดยอ้างว่ารู้จักข้าราชการและบุคคลต่างๆ ในประเทศไทยเป็นอย่างดีสามารถช่วยแก้ไข คดีความต่างๆ ได้ จนนำไปสู่การสืบสวนจับกุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2564

โดยมีพฤติการณ์ในการจับกุมกล่าวคือ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้ตรวจสอบพื้นที่บริเวณซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น พบผู้ต้องสงสัยมีลักษณะรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับบุคคลต่างด้าวที่ปรากฏอยู่ในภาพเดียวกับบุคคลต่างด้าวซึ่งมีหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวคือ บุคคลเดียวกับบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริง โดยใช้ ฐานข้อมูล PIBICS และ BIOMETRICS ในการตรวจสอบ จึงได้แสดง หมายจับให้ผู้ต้องหา(MR.YAMADA) ดู โดยผู้ต้องหาให้การยอมรับเบื้องต้นว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ ว.61/2564 ลง 4 ก.พ.64 ข้อหา “ฉ้อโกง” จริง และยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงได้จับกุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป

นอกจากนี้กองกำกับการ 2 บก.สส.สตม.ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน ว่ามีคนต่างด้าว สัญชาติจีนคนพักอาศัยที่อาคาร พาณิชย์ บริเวณซอย 20 มิถุนา แยก 11 ถนนประชาราษณ์บำเพ็ญ แขวงสามแสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โดยมี พฤติการณ์น่าสงสัย เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.2 ได้เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวอีกครั้ง ปรากฏว่าพบบุคคล ต่างด้าวลักษณะเป็นบุคคลสัญชาติจีน เดินออกมาจากอาคารดังกล่าว เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.2 จึงได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบหนังสือเดินทาง แต่บุคคลดังกล่าวแสดงท่าทางมีพิรุธไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และวิ่งหนีเข้าไปในอาคารหลังดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงติดตามโดยทันทีและจับตัวไว้ ทราบชื่อภายหลังคือ MR.JIANG เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.2 จึงได้ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง หรือเอกสารแทนหนังสือเดินทาง แต่บุคคล ดังกล่าวไม่สามารถนำหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจฯได้ เพราะหนังสือเดินทางฯ อยู่ในห้องนอนภายในอาคารหลังดังกล่าว

162011755429

หลังจากนั้น MR.JIANG จึงได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจฯเข้าไปภายในอาคาร และห้องนอนที่ชั้น 4 ของตนเพื่อที่จะได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฯตรวจสอบหนังสือเดินทางฯ เมื่อถึงในห้องนอนชั้น 4 MR.JIANG ได้หยิบหนังสือเดินทางให้แกเจ้าหน้าที่พบว่า MR.JIANG สัญชาติจีน และเจ้าหน้าที่ฯได้ตรวจพบบัตรอิเลกทรอนิกส์หลายใบ เป็นบัตรที่มีชื่อเป็นของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ของ MR.JIAN . XIAOLIN รวมถึงยังมีบัตรเครดิตเปล่า วางอยู่ข้างที่นอนและกระเป๋า ของ MR.JIANG จึงได้ให้ MR.JIANG พาตรวจสอบภายในห้องพบอุปกรณ์อ่านและเขียนบัตร อิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง SKIMMER) พร้อมกับแท๊ปแล็ต วางอยู่บนโต๊ะภายในห้องดังกล่าว MR.JIANG. XIAOLIN รับว่าบัตร อิเลคทรอนิกส์หลายใบที่อยู่ภายในกระเป๋าและอุปกรณ์อ่านและเขียนบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง SKIMMER) พร้อมกับแท๊ปแล็ต เป็นของตนและบัตรต่างๆตนได้ใช้ในการรูดซื้อสินค้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจฯจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ MR.JIANG ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน “ทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นโดยการแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง”, “ใช้หรือมีไว้ใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม”, “ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” พร้อมทำบันทึกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน . สุทธิสาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

162011756942

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง