สธ.เผย 'ล็อกดาวน์เฉพาะจุด' ทางเลือกสุดท้ายคุม 'โควิด19'

สธ.เผย 'ล็อกดาวน์เฉพาะจุด' ทางเลือกสุดท้ายคุม 'โควิด19'

ติดโควิด 19 ใหม่ 965 ราย 8 จังหวัดระบาดหนักระดับสีแดง จับตาใกล้ชิดกทม.-เชียงใหม่ "ล็อกดาวน์เฉพาะจุด" จะเป็นทางเลือกสุดท้ายคุมโรค สั่งยาเพิ่มอีก 5 แสนเม็ด ศักยภาพห้องแลบตรวจหาเชื้อยังรองรับได้ ขณะนี้เฉลี่ยตรวจ วันละ 2-3 หมื่นตัวอย่าง

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 เม.ย.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข ในการแถลงสถานการณ์โควิด 19 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 965 ราย พบจากระบบรพ.654ราย การค้นหาเชิงรุก 302 ราย และเดินทางจากต่างประเทศ 9 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 34,575 ราย เสียชีวิตสะสมทั้งหมด 97 ราย

สถานการณ์แนวโน้มยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ค่อนข้างชะลอตัวลง ไม่พุ่งขึ้นเหมือน 2-3 วันแรกที่ผ่านมา เมื่อแบ่งระดับสีทางระบาดวิทยา พบว่า พื้นที่สีแดง จังหวัดพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนมากกว่า 50 รายในพื้นที่มี 8 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ซึ่งระบาดสูงสุดในรอบนี้ จ.เชียงใหม่ ที่มีการระบาดในกลุ่มนักเรียนนักศึกษาช่วงปิดเทอม จึงขอให้ช่วงปิดเทอม งดกิจกรรมต่างๆที่มีการรวมตัวกันในกลุ่ม เพราะว่าการติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการน้อยแล้วก็ติดต่อกันได้ค่อนข้างไว

จ.ชลบุรี ก็จะเป็นการติดต่อจากสถานบันเทิงต่อเนื่องจากที่กรุงเทพฯ เช่นเดียวกับที่ จ.สมุทรปราการ โดยจะเห็นว่าขณะนี้มีการระบาดอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมทั้ง จังหวัดใหญ่ที่มีหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้น อย่างเช่นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีการแสดงคอนเสิร์ตมีคนมารวมหมู่มากมีผู้ติดเชื้อเข้าไปแล้วก็เกิดการระบาดเกิดขึ้น

จ.นราธิวาส ที่มีการระบาดในเรือนจำ จ.สมุทรสาคร และ จ.สระแก้ว ที่มีซูเปอร์สเปรดเดอร์ 1 คนเข้าไปเที่ยวสถานบันเทิงหลายแห่งในจังหวัดและแพร่เชื้อต่อ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การเดินทางของพี่น้องประชาชนเริ่มอิ่มตัวแล้วก็เริ่มลดน้อยลง ก็เป็นสัญญาณที่ดี โดยตอนนี้เชียงใหม่ที่มีผู้ติดเชื้อรายวันเกินร้อยกับกรุงเทพฯจะเป็น 2 จังหวัดที่กำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นพ.โอภาส กล่าวด้วยว่า การระบาดรอบนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทย กลุ่มที่อายุประมาณ 20-21 ปี ซึ่งจะเป็นวัยพึ่งเริ่มทำงาน เป็นนักเรียนนักศึกษา ผู้ชายกับผู้หญิงใกล้เคียงกัน แล้วก็มีการกระจายไปหลายจังหวัด เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ "สถานบันเทิง" จำนวน 2,626 ราย โดยในพื้นที่กทม.เป็นกลุ่มนักเที่ยว 39% พนักงาน 31% ผู้สัมผัส 11% นักร้องนักดนตรีดีเจ 6% และอื่นๆ 12%

กลุ่มนักเที่ยวเจอในจ.ชลบุรี 63% จ.สมุทรปราการ 68% จ.ประจวบคีรีขันธ์ 78% จ.สระแก้ว 56% และจ.นนทบุรี 40%

จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า เมื่อมีผู้ติดเชื้อ 1 คน จะมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอย่างน้อย 5 คน ซึ่งอัตราการติดเชื้อของผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอยู่ที่ 5-7% ทั้งนี้ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จะพบว่า หากเป็นครอบครัว พ่อแม่ ลูก สามีภรรยาโอกาสติดเชื้อ 40-50% บางกลุ่มสูงถึง 100% ส่วนผู้สัมผัสที่เกิดจากการพูดคุยกันมากกว่า 5 นาที หรืออยู่ในห้องเดียวกันมากกว่า 15 นาทีโดยไม่ใส่หน้ากากอนามัยมีโอกาสติดเชื้อต่ำกว่า 10% ส่วนกรณีกลุ่มเสี่ยงต่ำพบกับผู้ติดเชื้อไม่ถึง 5 นาที และสวมหน้ากากอนามัยทั้งคู่ สิ่งสำคัญขอให้สังเกตอาการ หากมีไข้ ไอ ขอให้ไปพบแพทย์

  • ทางเลือกสุดท้ายล็อกดาวน์เฉพาะจุด

นพ.โอภาส กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในการระบาดโรคใหม่เมษายน 2564 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ถ้ามองในภาพรวมจริงๆ การกระจายถึงแม้จะมากแต่ส่วนใหญ่จะเป็นจังหวัดสีเขียวก็คือมีผู้ติดเชื้อจากจังหวัดหนึ่งไปจังหวัดหนึ่งยังไม่มีการระบาดอย่างกว้างขวาง

ส่วนการระบาดอย่างกว้างขวางอยู่ในพื้นที่สีแดง โดยมาตรการแต่ละพื้นที่จะดำเนินการแตกต่างกันในพื้นที่สีขาว เขียว เหลือง ส้มและแดง ยกตัวอย่างมาตรการสาธารณสุข จะเน้นการ คัดกรอง ค้นหาผู้ติดเชื้อ เพื่อจำกัดและลดการแพร่ระบาด รวมถึงเฝ้าระวัง สอบสวนควบคุมการระบาดแยก/กัก/สังเกตผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสียงต่ำ ควบคุมการระบาดในชุมชน การดูแลรักษาผู้ป่วยเพื่อลดอัตราป่วยตายและควบคุมการแพร่กระจายโดยผู้ติดเชื้อทุกรายจะต้องเข้ารับการรักษา และการดูแลด้านสุขภาพจิต

นพ.โอภาส กล่าวด้วยว่า มีการคาดการณ์ว่า หากไม่มีมาตรการใดๆ ก็จะมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 9 พันราย แต่ตอนนี้มีมาตรการปิดสถานบันเทิง พี่น้องประชาชนร่วมมือกันควบคุมโรค ตัวเลขจึงอยู่ที่ 900 กว่าคน ดังนั้น สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมคือ ลดกิจกรรมการรวมตัวกัน ก็จะลดลงไปได้เหลือกว่า 500 คน และหากเรามีการทำงานที่บ้าน หรือ Work from home ตามความจำเป็นก็จะเหลือผู้ป่วยเฉลี่ยไม่ถึง 400 คน

ส่วนที่ว่าต้อง "ล็อกดาวน์" หรือไม่จะเป็นทางเลือกสุดท้าย ซึ่งจะไม่ล็อกดาวน์ทั้งหมด แต่จะ "ล็อกดาวน์เฉพาะจุด" ที่เรียกว่า Target lock down ทำให้เหลือผู้ติดเชื้อกว่า 100 คน” นพ.โอภาส กล่าว

 

  • สั่งยาฟาร์วิพิราเวียร์เพิ่ม 5 แสนเม็ด

นพ.โอภาส กล่าวด้วยว่า ส่วนเวชภัณฑ์คงคลัง สำรวจ ณ วันที่ 10 เม.ย.2564 หน้ากาก n95 มีอยู่ 3,188,721 ชิ้น อัตราการใช้ต่อเดือน 267,835 ชิ้น เพียงพอใช้ 12 เดือน หน้ากากSurgical mask คงคลัง 121, 360,699 ชิ้น อัตราการใช้ต่อเดือน 13,346,239 ชิ้น เพียงพอใช้ 9 เดือน ชุด Coverall&gown คงคลัง 2,347,850 ชุด อัตราการใช้ต่อเดือน 512,703 ชุด เพียงพอใช้ 5 เดือน และReusable gown (ใช้ได้ 20ครั้ง) คงคลัง 82,988 ชุด เพียงพอใช้ 5 เดือน

ส่วนปริมาณยาคงเหลือ ณ วันที่ 11 เมษายน 2564 เวลา 22.00น. ยาฟาวิพิราเวียร์ คงเหลือ 575,783 เม็ด เฉลี่ย 50-70 เม็ดต่อราย ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายนเฉลี่ยใช้วันละ 10,000 เม็ดจะเพียงพอใช้ประมาณ 45-50 วัน ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้สั่งให้องค์การเภสัชกรรมสั่งยาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มจำนวนอีก 500,000 เม็ด และยาเรมดาซิเวียร์ 466 vials ใช้ 11 vialsต่อราย

  • ศักยภาพแลปตรวจได้วันละ 81,700 ตัวอย่าง

ห้องแลปตรวจโควิด 19ในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ณ วันที่ 13 เมษายน 2564 จำนวน 277 แห่งสามารถ ตรวจได้วันละ 81,700 ตัวอย่าง โดยปัจจุบันมีการตรวจเฉลี่ยวันละ 20,000-30,000ตัวอย่าง โดยตั้งแต่ 3 มกราคม 2564 เป็นต้นมา มีการตรวจไปแล้ว 1.5 ล้านตัวอย่าง เพราะฉะนั้นศักยภาพของห้องแลป ยังมีเพียงพอที่จะรองรับได้

  • ฉีดวัคซีนได้เร็วกว่าเป้า

นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า จำนวนการได้รับวัคซีน โควิด 19 ของประเทศไทย สะสมตั้งแต่ 28 ก.พ.- 12 เม.ย.2564 รวม 578,532 โดส ใน 77จังหวัด แยกเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 505,215 ราย และครบ 2 เข็ม 73,317 ราย ขณะนี้ถือว่าการฉีดวัคซีนได้เร็วกว่าเป้าหมาย โดยเดือนมี.ค. 64ได้วัคซีนมา 310,700 โดส เป้า 155,350 คน จำนวนฉีดแล้ว 158,497 คน เดือนเม.ย. 64 ได้มา 8 แสนโดส เป้า 4 แสนคน จำนวนฉีดแล้ว 346,718 คน รวมได้มา 1,110 ,700 โดส เป้า 555,350 คน จำนวนฉีดแล้ว 505,2 15 คน ส่วนอีก 1 ล้านโดสที่ได้มาเมื่อ 10 เม.ย.2564 ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบคุณภาพเรียบร้อยแล้วรอเอกสารเพิ่มเติมจากทางการจีนก็จะออกหนังสือรับรองได้ เมื่อแล้วเสร็จวันไหนก็จะเร่งกระจายวัคซีนทันที