ธุรกิจบริหารโครงการที่พักอาศัย ปรับตัวรับนิวนอร์มอลลูกบ้าน

 ธุรกิจบริหารโครงการที่พักอาศัย ปรับตัวรับนิวนอร์มอลลูกบ้าน
27 มีนาคม 2564 | โดย บุษกร ภู่แส
286

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ธุรกิจบริหารโครงการที่พักอาศัย ต้องปรับกลยุทธ์รับเทรนด์การใช้ชีวิตยุค นิวนอร์มอลล่าสุดรับงานบริหารนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้าน 9โครงการ ตั้งเป้าปีนี้รายได้กว่า 800 ล้านบาท

นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า แม้ปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังไม่ฟื้นตัวกลับมาสู่ภาวะปกติ และยังได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่ในส่วนของตลาดธุรกิจดูแลที่พักอาศัยของพลัสฯ ยังคงเติบโตได้ เนื่องจากการดูแลโครงการยังคงมีความต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากวิฤตโควิด-19 ยิ่งย้ำให้เห็นว่าทีมบริหารจัดการนิติบุคคลในโครงการคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านจัดสรร มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยดูแลความปลอดภัยและสุขอนามัยในพื้นที่ส่วนกลาง ช่วยคัดกรองและกำกับดูแลมาตรการควบคุมโรคระบาดในพื้นที่ส่วนกลางในโครงการ

ล่าสุด พลัสฯ ได้รับความไว้วางใจเข้าดูแลบริหารโครงการที่พักอาศัยใหม่ จำนวน 9 โครงการ แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 6 โครงการ ได้แก่ โครงการ ดีฟายน์ บาย เมย์แฟร์ สุขุมวิท 50, โครงการ เดอะ รีเซิร์ฟ เกษมสันต์ 3, โครงการ เดอะ ฮัดสัน สาทร 7, โครงการ คิว ชิดลม-เพชรบุรี, โครงการ สาทร เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม และโครงการ ดีคอนโด อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ บูก้าน โยธินพัฒนา, โครงการ นาราสิริ ไฮด์อเวย์ และโครงการ สิริเพลส บางนา เทพารักษ์ โดยตั้งเป้าหมายปี 2564 ดูแลโครงการที่พักอาศัยรวมทั้งสิ้น 270 โครงการ โดยมีเป้ารายได้กว่า 800 ล้านบาท เติบโตขึ้นมากกว่า 15% จากปี 2563

ธุรกิจบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย ถือเป็นธุรกิจหลักของพลัสฯ ที่สร้างรายได้และความแข็งแกร่งให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพลัสฯ ก็ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ทั้งด้านแผนธุรกิจและการยกระดับคุณภาพงานบริการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาบุคลากรด้วยการเพิ่มทักษะความชำนาญจาก PLUS Eduplex สถาบันภายในที่ช่วยกำกับมาตรฐานการทำงานอย่างมืออาชีพ และเสริมทักษะความสามารถเพิ่มเติมเพื่อให้บริการอย่างรอบด้าน ผสานกับการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพเสริมการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบงานบริการที่ดีที่สุดอย่างมืออาชีพ ที่เข้าใจความต้องการด้านการอยู่อาศัยและดูแลลูกบ้าน

“ในยุคปัจจุบันที่คนมีพฤติกรรมด้านการอยู่อาศัยและความต้องการด้านการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจบริหารโครงการที่พักอาศัยต้องปรับตัว ปรับกลยุทธ์ให้ทันเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง เพราะการดูแลโครงการที่พักอาศัยจะไม่ใช่เพียงการดูแลพื้นที่ส่วนกลางโดยทั่วไปเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการดูแลด้านการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ของลูกบ้านในทุกๆวัน และตอบสนองต่อเทรนด์การใช้ชีวิตยุคใหม่ เช่นเรื่อง Health and Wellness เรื่อง New Normal รวมถึงเรื่อง Green Community ตลอดจนการใช้ PropTech เพื่ออำนวยความสะดวกในโครงการ ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พลัสฯ ได้มีการนำมาเสริมในการให้บริการและจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ซึ่งพลัสฯ ก็จะยังคงต่อยอดพัฒนางานบริการต่อไป เพื่อตอบสนองทุกความต้องการด้านการใช้ชีวิต ด้วยบริการอย่างมืออาชีพที่เข้าใจไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย ตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคนี้ และช่วยเสริมจุดแข็งให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน” นางสาวนฤมล กล่าว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง