‘ดาวโจนส์’ปิดบวก 424 จุด

‘ดาวโจนส์’ปิดบวก 424 จุด
25 กุมภาพันธ์ 2564
993

‘ดาวโจนส์’ทะยาน 424 จุดขานรับ‘พาวเวล’ส่งสัญญาณคงดบ.ต่ำนานกว่า 3 ปี

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ (24ก.พ.)พุ่งขึ้น 424 จุด หลังจากที่ประธานเฟดส่งสัญญาณว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกกว่า 3 ปี

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 424.51 จุด หรือ 1.35% ปิดที่ 31,961.86 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 44.06 จุด หรือ 1.14% ปิดที่ 3,925.43 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 132.77 จุด หรือ 0.99% ปิดที่ 13,597.97 จุด

นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)กล่าวในวันนี้ว่า อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 3 ปีกว่าที่อัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับเป้าหมายของเฟด ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกนาน

“เฟดเคยระบุว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% ซึ่งเราเชื่อว่าเราสามารถทำได้ โดยอาจใช้เวลามากกว่า 3 ปี” นายพาวเวลกล่าวในแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้

นอกจากนี้ นายพาวเวล ยังระบุว่า เฟดจำเป็นที่จะต้องเห็นความคืบหน้าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แท้จริง ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน มากกว่าที่จะอิงจากคาดการณ์ความคืบหน้า

ขณะเดียวกัน นายพาวเวลกล่าววานนี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 6% ในปีนี้ ขณะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 หลังมีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนในวงกว้าง

ด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรจะอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดนภายในสัปดาห์นี้ และวุฒิสภาจะให้การอนุมัติก่อนวันที่ 15 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่มาตรการช่วยเหลือผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จะหมดอายุลง

นักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงาน, อุตสาหกรรม และการเงินต่างก็ดีดตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลง

ราคาหุ้นเทสลาพุ่งขึ้น 2% ขานรับข่าวที่ว่า บริษัท Ark Invest ได้เข้าซื้อหุ้นของเทสลามูลค่ามากกว่า 120 ล้านดอลลาร์

ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงในช่วงแรก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ดีดตัวขึ้นเหนือ 1.4% ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2563

มีความวิตกว่าการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระดับต่ำ และจะลดความน่าดึงดูดของการลงทุนในหุ้น ทำให้นักลงทุนหันเข้าสู่ตลาดพันธบัตร

ทั้งนี้ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีถือเป็นพันธบัตรที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รถยนต์ของสหรัฐ ซึ่งหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้น จะทำให้เม็ดเงินในการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดน้อยลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มมากขึ้น และบริษัทต่างๆจะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทเหล่านี้ลดการลงทุน และลดการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน

ในการกล่าวถ้อยแถลงวานนี้ นายพาวเวลส่งสัญญาณว่า เฟดจะยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อและการจ้างงานในสหรัฐยังคงอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายของเฟด

นายพาวเวลยังกล่าวว่า แรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่มาก

ส่วนในประเด็นเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในขณะนี้นั้น นายพาวเวลกล่าวว่า ปัจจัยดังกล่าวเกิดจากการคาดการณ์เงินเฟ้อและการขยายตัวที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ นายพาวเวลระบุว่า การดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเป็นการส่งสัญญาณความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง