วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ครม. เคาะร่างกฎหมายกำกับดูแล NGO ต้องจดทะเบียนกับมหาดไทย

ครม. เคาะร่างกฎหมายกำกับดูแล NGO ต้องจดทะเบียนกับมหาดไทย

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ออกร่างกฎหมายว่าด้วยการองค์กรที่ไม่แสวงหารายได้ (NGO) กำหนดให้ องค์กรฯ ดังกล่าวต้องจดทะเบียนกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

วันนี้ (23 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ในวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล โดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ออกร่างกฎหมายว่าด้วยการองค์กรที่ไม่แสวงหารายได้ (NGO) จะต้องจดทะเบียนกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมหารือระหว่างปลัดกระทรวงการคลัง, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ผู้จัดการกองทุน สสส., ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และท่านอื่นๆ อีก รวม 7 คน ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงาน ให้คำปรึกษาจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ การส่งเสริมองค์กรภาคประชาชน ควบคู่ไปกับร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม

โดย ครม. มีมติเห็นชอบ ร่างหลักการกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ในส่วนของการกำกับดูแลองค์กรภาคประชาสังคม (NGO) โดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ระบุว่า

เนื่องด้วยทุกวันนี้ ประเทศไทยมีเอ็นจีโอ (NGO) จำนวนมาก แต่ที่จดทะเบียนถูกต้องมีเพียง 87 องค์กร ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญ ช่วยพัฒนาสังคม เป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อสาธารณะประโยชน์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายองค์ที่จัดตั้งขึ้นมาและอ้างว่าเป็น “องค์กรไม่แสวงหารายได้” แต่ว่าเมื่อได้รับเงินสนับสนุนไปแล้ว กลับไม่ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณะประโยชน์อย่างที่ได้แจ้งไว้

หรือบางองค์กรเมื่อมีรายได้เข้าสู่องค์กรของตนเอง ก็พบว่ามีการนำกำไรนำผลประโยชน์มาแบ่งปันกับคนในกลุ่ม ไม่ได้ดำเนินการเพื่อสาธารณะอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเข้าไปกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความโปร่งใส 

1614070192100

โดยในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้มอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ไปศึกษาเรื่องการส่งเสริมและกำกับดูแลองค์กรไม่แสวงหารายได้ของภาคเอกชน โดยไปศึกษากฎหมายในหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งก็พบว่าหลักๆ แล้วก็จะมีแนวทางคล้ายกันคือ เน้นเรื่องธรรมาภิบาลในองค์กรภาคประชาชน

ดังนั้นวันนี้ ครม. มีมติเห็นชอบ ในหลักการของกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้ เพื่อป้องกันไม่ให้นำกำไรมาแบ่งปันกัน ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอเข้ามา ซึ่งสาระสำคัญหลักๆ ของร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็คือ เน้นเรื่องความโปร่งใสของธรรมาภิบาล ซึ่งเรื่องที่จะต้องปฏิบัติก็คือ

1. องค์กรไม่แสวงหารายได้ (NGO) จะต้องจดแจ้ง หรือจดทะเบียนกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

2. องค์กรไม่แสวงหารายได้ (NGO) จะต้องทำตามหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด ก็คือตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดว่าจะสามารถดำเนินงานในเรื่องใดได้บ้าง

3. องค์กรไม่แสวงหารายได้ (NGO) จะต้องเปิดเผยแหล่งที่มาของการดำเนินการ และเปิดเผยแหล่งที่มาของรายได้ให้ชัดเจน ต้องมีการรายงานผลการตรวจสอบบัญชี ซึ่งเมื่อส่งให้ทางกรมการปกครองตรวจสอบแล้ว ก็ต้องเผยแพร่ให้สาธารณะชนได้ทราบด้วย

ตรงนี้ก็เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ของความโปร่งใสของการดำเนินงาน และแหล่งที่มาของรายได้ และเพื่อใช้เงินนั้นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณชนจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่รัฐจะไปแทรกแซงใดๆ ก็ตาม 

--------------------------

อ้างอิง : ไทยคู่ฟ้า ThaigovSpokesman