สถาบันสอนภาษา ปรับหลักสูตร ‘ออนไลน์ – ออมนิฯ’ รับ New Normal

สถาบันสอนภาษา ปรับหลักสูตร ‘ออนไลน์ – ออมนิฯ’ รับ New Normal
14 กุมภาพันธ์ 2564
161

วอลล์สตรีท อิงลิช ปรับแผนเชิงรุกเปิด 3 แพลตฟอร์ม “คลาสเรียนปกติ-ออนไลน์-ออมนิ เลิร์นนิ่ง” เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ภาษาอังกฤษช่วงโควิด-19 สร้างโอกาศแข่งขันได้ในตลาดแรงงาน เดินหน้าลงทุนเพิ่มกับสาขาในประเทศและต่างประเทศในปีนี้

สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบในหลายธุรกิจไม่เว้นแม้แต่ด้านการศึกษา อย่างสถาบันสอนภาษา ซึ่งถูกปิดจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ในปีที่ผ่านมา ภาพรวมมูลค่าตลาดมีแนวโน้มเติบโตลดลง จากช่วงก่อนโควิด ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3,500 ล้านบาท

โอฬาร พิรินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วอลล์สตรีท อิงลิช ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา มีหลายธุรกิจที่ล้มหายไปถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและน่าเศร้า ธุรกิจการศึกษาเช่นเดียวกัน พบว่า เจ้าเล็กหลายเจ้าที่หายไป และเจ้าใหญ่ที่มีการลดสาขา โดยภาพรวมมูลค่าตลาดก่อนโควิด-19 อยู่ที่ประมาณ 3,500 ล้านบาท ปัจจุบัน คาดว่ามีสัดส่วนลดลงจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในประเทศไทยมีสถานบันสอนภาษาที่อยู่ในระดับ Global Brand ได้แก่ วอลล์สตรีท อิงลิช , บริติช เคานซิล และ อินลิงกัว โดย วอลล์สตรีท อิงลิช มีสัดส่วนทางการตลาดราว 35%

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา จากสถานการณ์โควิด-19 พบว่า ในแง่ของยอดขาย วอลล์สตรีท อิงลิช จากเดิมที่เติบโต 10 – 15% ต่อปี ลดลง 30% จากประมาณ 600 ล้านบาท อยู่ที่ 400 กว่าล้านบาท ยอดนักเรียนลดลง 25% ปัจจุบัน มีนักเรียนในระบบราว 7,500 คน

161324370849 

  • โควิด-19 ‘ปัญหา แต่ไม่ใช่อุปสรรค

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งรอบแรกในปี 2563 และการระบาดรอบใหม่ในปีนี้ โอฬาร กล่าวว่า  วอลล์สตรีท อิงลิช เตรียมความพร้อมไว้ในหลายส่วนด้วยกัน โดยการระบาดโควิด-19 รอบแรก ได้มีการพัฒนารูปแบบการเรียนออนไลน์ขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียนที่ไม่ต้องเดินทางไปเรียนที่สาขา  และเป็นการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ  ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้เรียน จนมาถึงการระบาดในรอบใหม่ในปีนี้ นอกจากเรียนที่สาขา และออนไลน์แบบ 100% แล้ว ยังได้เพิ่มช่องทางการเรียนรู้ใหม่ ที่เรียกว่า “ออมนิ เลิร์นนิ่ง” ที่จะผสมผสานการเรียนระหว่างการเข้าเรียนที่สาขากับออนไลน์

“การเกิดของโควิด-19 ทำให้เห็นโอกาส และพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางการเรียนรู้ ในแบบ  Online learning experience  โดยการเรียนนั้นผู้เรียนจะเป็นผู้ออกแบบการเรียนที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความเหมาะสม เช่น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเรียนออนไลน์ 100% ซึ่งผู้เรียนจะต้องเพิ่มพลังในการเรียนรู้  ขณะที่การเรียนที่สาขาก็ทำให้ผู้เรียนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้ง 2 รูปแบบนี้ผู้เรียนสามารถปรับรูปแบบให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์”

และไม่ว่าผู้เรียนจะเลือกเรียนผ่านแพลตฟอร์มไหน สามารถมั่นใจได้ว่าทุกแพลตฟอร์ม อยู่ในมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนแบบเดียวกัน โดยการันตีความสำเร็จที่ 97%  ที่กล้าการันตีอย่างนั้นมีเหตุผลมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ ความเชี่ยวชาญร่วม 5 ทศวรรษของ วอลล์สตรีท อิงลิช ที่ได้รับการยอมรับจาก Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล

“การเรียนออนไลน์ของ วอลล์สตรีท จะแตกต่างจากการเรียนออนไลน์ทั่วไปซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนจะต้องเรียนเอง ต้องมีวินัย ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ pain point จึงใช้ครูสอนสด และให้มีนักเรียนเพียงแค่ 4 คน เช่นเดียวกับคลาสปกติมาตรฐานเดียวกันหมด เราพยายามไม่ทำให้วอลล์สตรีทเป็นโรงเรียน แต่ทำให้แหล่งการเรียนรู้ พูดภาษาอังกฤษตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา”

161324370929

  • พัฒนาหลักสูตรปรับคอร์สระยะสั้น

สำหรับการพัฒนาหลักสูตร ทาง วอลล์สตรีท อิงลิช  ได้กำหนดจำนวนผู้เรียนเพียง 4 คนต่อคลาสเท่านั้น และนักเรียนทุกคนต้องอยู่ในระดับเดียวกัน เพื่อให้ฝึกการพูดกับเพื่อน และครู ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผล  รวมถึงการจัดให้มีโค้ชที่จะคอยให้คำแนะนำแบบ One -on -One หลังเรียนจบแต่ละครั้ง ว่าเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมให้ฟีดแบ็ค และการสร้างกำลังใจให้ผู้เรียน

“เรามองว่า “โค้ช” มีความสำคัญ โดยหลังการเรียนจะมีการสอบถามถึงความรู้ความเข้าใจในการเรียน ซึ่งหลังเปิดคลาสเรียนออนไลน์ วิธีนี้นับว่าได้รับการตอบรับดีมาก โดยเฉพาะกับนักเรียนในต่างจังหวัด”

นอกจากนี้ ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้ทำคอร์สระยะสั้นเพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน และ 9 เดือนขึ้นไป โดยค่าใช้จ่ายและคอร์สขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการเรียน ซึ่งหากเรียนในคลาสเรียนปกติ ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 บาท ต่อเดือน และ คลาสออนไลน์จะเริ่มต้นที่ 2,000 บาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษาอังกฤษที่ได้ผลต้อง 9 เดือนขึ้นไป สามารถสื่อสาร ฟังได้เข้าใจ ในระดับใช้ชีวิตประจำวันได้

“หลักสูตรที่สอนต้องมั่นใจว่าผู้เรียนสามารถนำไปใช้ได้จริงโดยมีทั้งหมด 20 ระดับ 1 ระดับใช้เวลาเรียน 2 เดือน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับผู้เรียนด้วย และแต่ละระดับจะระบุไว้ว่าเรียนจบแล้วจะได้อะไรบ้าง”

โอฬาร กล่าวต่อไปว่า จากที่เปิดให้บริการทั้ง 3 ช่องทาง ได้แก่ คลาสเรียนปกติ , ออนไลน์ และ ออมนิ เลิร์นนิ่ง พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ยังนิยมเรียนในแบบ คลาสเรียนปกติ 60% ทางออนไลน์ 30% (90% ของออนไลน์คือวัยทำงาน) และ ออมนิ-เลิร์นนิ่ง 10% โดย ตอนนี้สัดส่วน ลูกค้า คือ “นักเรียน 15-22 ปี” ราว 53% วัยทำงาน 23-29 ปี 27% และเหลือเป็นเจ้าของกิจการ 20%”  

ทั้งนี้ ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกัน “กลุ่มนักเรียน” มีความต้องการในระบบการศึกษาซึ่งส่วนใหญ่เด็กมัธยมต้องการสอบเข้าคณะดี ๆ มหาวิทยาลัยดีดังนั้น ภาษาอังกฤษจึงสำคัญ ด้าน “กลุ่มคนทำงาน” ตอนนี้เริ่มเห็นผลกระทบชัดเจน เช่น เด็กจบใหม่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษเพื่ออัพเงินเดือนให้สูงขึ้น ขณะที่ “กลุ่มผู้ประกอบการ” เนื่องจากต้องหาช่องทางการขายให้ได้มากขึ้น เพื่อติดต่อกับต่างประเทศมากขึ้น

161324370967

  • ภาษาอังกฤษ ทักษะจำเป็นในการทำงาน

จากรายงานสถาบันสอนภาษาอังกฤษ Education First (EF) เผยผลการจัดอันดับทักษะความสามารถด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ พบว่า ในปี 2562 ไทยจัดอยู่ในอันดับ 74 จาก 100 ประเทศทั่วโลก และในปี 2563 ไทยร่วงลงมา 89 จาก 100 ทั่วโลก ด้วย 419 คะแนน ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีทักษะความสามารถด้านภาษาอังกฤษระดับ "ต่ำมาก" เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ทั้งยังมีแนวโน้มทักษะด้านภาษาอังกฤษลดลงเรื่อย หากเทียบการจัดอันดับเมื่อปี 2554 ที่เคยอยู่อันดับ 42 และลงมาอยู่ที่ 53 ในปี 2555

ขณะเดียวกัน เนเธอร์แลนด์ ครองอันดับ 1 ประเทศที่มีทักษะภาษาอังกฤษสูงมากที่ 652 คะแนน ตามด้วยเดนมาร์ก อันดับ 2 ที่ 632 คะแนน ฟินแลนด์ อันดับ 3 ด้วย 631 คะแนน ขณะที่ประเทศกลุ่มอาเซียน พบว่า สิงคโปร์ ยังคงเป็นชาติที่ประชากรมีทักษะภาษาอังกฤษในระดับสูงมากติดอันดับ 10 ของโลก ตามด้วย ฟิลิปปินส์ อันดับ 27 มาเลเซีย 30 เวียดนาม 65 อินโดนีเซีย 74 กัมพูชา 84

โอฬาร กล่าวว่า จากการคาดการณ์ถึงทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในอนาคต ภาษาอังกฤษยังคงมีความสำคัญ อันดับ 1-3 ที่ทุกคนต้องมี อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากอัตราการว่างงานและถูกเลิกจ้าง ในระบบราว 7 แสนคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกคนต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการแข่งขัน ซึ่งคนที่มีความพร้อมและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ดีจึงจะมีโอกาสสำเร็จได้มากกว่า

“จากผลสำรวจของ EF พบว่า ประเทศเพื่อนบ้านมีการใช้ภาษาอังกฤษดีกว่าคนไทย มีความย้อนแย้งบางอย่าง เพราะก่อนโควิด-19 ไทยถือเป็น Hub ของการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากว่า 40 ล้านคน เยอะกว่าไปเที่ยวลอนดอน ปารีส และนิวยอร์ค รวมถึงการมุ่งสู่ medical Hub แต่ภาคแรงงานการใช้ภาษาอังกฤษยังเป็นช่องว่างที่ต้องพัฒนา” 

“เชื่อว่าภาษาอังกฤษยังจำเป็นและมีความต้องการสำหรับคนทุกกลุ่ม คนที่กำลังเรียนการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษช่วยให้ตามความฝันเข้าคณะที่ต้องการได้  ส่วนคนที่ทำงานอยู่แล้วความสามารถด้านภาษาจะช่วยให้ก้าวไปถึงจุดที่ได้รับการโปรโมทงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นได้” โอฬาร กล่าว

161324371071

  • ขยายสาขา รุกกัมพูชา ลาว

สำหรับในปีนี้ วอลล์สตรีท อิงลิช ยังคงเดินหน้าในการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและการรักษาความสะอาดมาเป็นอันดับแรกตามมาตรฐานการป้องกันโควิด-19  ทั้ง 15 สาขา ที่เปิดดำเนินการอยู่แล้วในไทย แบ่งเป็น ในกทม. 13 สาขา เชียงใหม่ 1 สาขา ระยอง 1 สาขา และสาขาเฟรนไชน์ที่ จ.ขอนแก่น 1 สาขา พร้อมตั้งเป้าลงทุนเพิ่มอีก 1-2 สาขา นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดสาขาใหม่อีกแห่งที่พนมเปญ ประเทศกัมพูชา และวางแผนเปิดตลาดที่หลวงพระบาง ประเทศลาวอีกด้วย

“กัมพูชา เจอโควิดเช่นกัน แต่เราเห็นโอกาสว่า อย่างไรก็ตาม หลังโควิดภูมิภาคนี้ยังมีศักยภาพในการลงทุนและการท่องเที่ยว พนมเปญ เป็นอีกเมืองที่ต่างชาติพร้อมลงทุน ดังนั้น ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งจำเป็น โดยหลังจากนี้คาดว่าตลาดน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น จากการที่คนไทยเริ่มตื่นตัวและเตรียมตัวให้พร้อม เพราะหลังจากเปิดประเทศ ไทยยังจะเป็นประเทศที่เป็นเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวอยากจะเดินทางมาหลังจากที่มีวัคซีนและโควิด-19 เรียบร้อย” โอฬาร กล่าว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: